Ubuntu ในชีวิตประจำวัน ทำอย่างไร?

คุณใช้ Ubuntu แบบจริงๆ จังๆ มั๊ย เพราะเท่าที่ทราบ ส่วนใหญ่ใช้เพราะความเท่ห์ หรือไม่ก็ว่างๆ ค่อยใช้ หรือไม่ก็เอาไว้โชว์ความเมพ ฯลฯ และเท่าที่ทราบ ส่วนใหญ่ติดพฤติกรรมการใช้งานซอฟต์แวร์บน Windows ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้ Ubuntu หรือ Linux อื่นๆ ทำได้ยากมากๆ หากต้องมาใช้งานจริงๆ จังๆ มักจะมีข้ออ้างสารพัด คุณแปลกในมั๊ยใช้เวลาเห็นคนใช้ Ubuntu แล้วมี Windows อีก 1 พาร์ทิชั่นซึ่ง คุณอาจถามตัวเองว่า เอ๊ะ! ใช้ Ubuntu จริงๆ หรือเปล่า? หรือว่าเพียงแค่ทดลองเท่านั้น? หรือ Ubuntu อย่างเดียวนี่เพียงพอหรือยังสำหรับการทำงานงานหรือใช้งานในชีวิตประจำวัน? งั้นลองมาทำ SAM (Software Asset Management) กันดีกว่า เอาผมเป็นตัวอย่างละกัน :)

ซอฟต์แวร์ที่ผมใช้แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. โปรแกรมสำนักงาน

  • OpenOffice.org
  • Dia
  • XMind

2. โปรแกรมด้านกราฟิก

  • Font Manager
  • GIMP
  • Inkscape
  • Blender

3. โปรแกรมด้านมัลติมีเดีย

  • Banshee
  • Totem
  • VLC
  • Brasero
  • Deja-dup

4. โปรแกรมด้านอินเตอร์เน็ต

  • Firefox
  • Thunderbird
  • Empathy
  • Gwibber

5. โปรแกรมด้านพัฒนาซอฟต์แวร์

  • Glade
  • Quickly
  • Eclipse PDT
  • MySQL Workbench

ผมมักจะตั้งคำถามหรือสังเกตคนที่ใช้ Ubuntu ว่าเขาจะทำอะไรหลังจากที่ติดตั้ง Ubuntu เสร็จ และทุกรายก็เหมือนๆ กัน คือ ติดตั้งโปรแกรมสามัญประจำเครื่อง คือ ใช้ไม่ใช้ติดตั้งหมด หากดูรายชื่อโปรแกรมข้างต้นที่ผมใช้เชยมากๆ และผมมักติดตั้งโปรแกรมเท่าที่ใช้ อันที่ไม่ได้ใช้ถอดออกไป จริงๆ ครับ ถอดออกให้หมด :) หลังจากติดตั้ง Ubuntu ผมมักจะทำสิ่งนี้

1. เลือก Repository ใกล้บ้าน
2. ถอดโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ออก
3. Update โปรแกรมในเครื่อง
4. ติดตั้ง Repository เพิ่มเติม เช่น GetDeb, Suriyan Repository เป็นต้น
5. Update โปรแกรมรุ่นใหม่จาก getdeb
6. ติดตั้งฟอนต์ไทยจาก Suriyan Repository
7. ตั้งค่า Keyboard Change Layout ผมใช้ Shift-Alt เปลี่ยนภาษา
8. ติดตั้งโปรแกรมที่ต้องใช้เพิ่มเติม ตามรายการข้างต้น
9. ตั้งค่า Firefox ในส่วนการแสดงผลของแบบอักษร mono space
10. ตั้งค่า OpenOffice.org ส่วน Language, Locale, Default Font
11. สำรองข้อมูลแบบอัตโนมัติผ่าน Deja-dup

หลายคนมักตั้งคำถามว่า ทำไมต้องติดตั้งฟอนต์จาก Suriyan Repository ติดตั้งจาก .ttf ก็ได้ คำตอบง่ายๆ ก็คือแพคเกจฟอนต์ใน Suriyan Repository มีการสร้างกฏและคอนฟิกเพื่อการชดเชยฟอนต์ไทยบน Windows ให้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเอกสารที่ใช้ฟอนต์บน Windows จะสามารถแสดงผลได้ถูกต้องบน Ubuntu :)

3 ขั้นตอนหลังติดตั้ง Ubuntu 11.04

ผมมักชอบปรับแต่งระบบปฏิบัติการหลังการติดตั้งเสมอ ครั้งนี้เป็นการปรับแต่ง Ubuntu 11.04 หลังการติดตั้งเสร็จใหม่ๆ ก่อนเข้าเนื้อหามาดูฮาร์ดแวร์ของผมกันก่อน เครื่องคอมพิวเตอร์เดสท็อปของผมใช้

  • CPU Intel Core i7
  • การ์ดจอ nVidia GeForce 9400 GT
  • RAM 4GB
  • Harddisk 500GB

1. ติดตั้งไดรว์เวอร์ให้ครบ

ผมเลือกใช้ Ubuntu 11.04 Natty Narwhal รุ่น 64bits เป็นแบบ LiveCD หลังติดตั้งเสร็จจะพบว่า จอมี resolution ไม่ถูกต้องนัก และ Ubuntu จะพาเราไปที่ Gnome Desktop (Ubuntu Classic) ใช้โปรแกรม Additional Driver ติดตั้งไดรว์เวอร์ nVidia เพิ่มเติมในกรณีนี้ต้องมีอินเตอร์เน็ตเชื่อมต่อนะครับ เมื่อได้จอที่มี resultion ถูกต้องแล้ว หลังจาก restart เครื่องเราก็จะมาอยู่ในหน้า Unity ครับ สำหรับท่านที่ไม่คุ้นเคยหรือไม่ชอบนักก็สามารถเลือกใช้ Ubuntu Classic ตอน Login เข้าใช้งานได้

2. ติดตั้งคลังซอฟต์แวร์เพิ่มเติม

เสร็จจากไดรเวอร์แล้ว สำหรับผมมักจะติดตั้งฟอนต์ภาษาไทยและโปรแกรมอื่นๆ ที่ต้องใช้ และแน่นอนผมมีคลังซอฟต์แวร์ที่ต้องเพิ่มเติมดังนี้

  • คลังซอฟต์แวร์ของ Suriyan
  • คลังซอฟต์แวร์ของ Getdeb

3. ติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมที่ต้องใช้งาน

ที่ต้องติดตั้งคลังซอฟต์แวร์เพิ่มเติมก็เพราะว่าเราจะสามารถติดตั้ง โปรแกรมอื่นๆ ได้อีกหลายตัวจากคลังซอฟต์แวร์เหล่านี้ สำหรับผมมักจะติดตั้ง package เหล่านี้ครับ

  • deja-dup
  • ttf-ftpi
  • ttf-sipa-dip
  • ttf-tepc
  • ttf-thai-siampradesh
  • ttf-thaifont-abc
  • gimp
  • inkscape
  • vlc
  • shutter
  • sound-juicer
  • cheese
  • easytag
  • gtk-recordmydesktop
  • soundconverter
  • deja-dup
  • hardinfo
  • startupmanager
  • compizconfig-settings-manager
  • ubuntu-restricted-extras
  • ubuntu-restricted-addons
  • samba
  • libpam-smbpass
  • agave
  • mypaint
  • font-manager
  • inxi
  • tbo

เท่านี้ก็ได้เครื่องไม้เครื่องมือในการทำงานใน Ubuntu 11.04 Natty Narwhal แล้วครับ :)

10+ 2 สิ่งที่ต้องทำหลังจากติดตั้ง Ubuntu 10.10

Ubuntu 10.10 ชื่อเล่น Maverick Meerkat เปิดตัวมาแล้วได้สักพักนึงแล้วคิดว่าหลายท่านคงได้ทดสอบและติดตั้งกันไปบ้าง แล้วและได้พบความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างในรุ่นนี้ คิดว่าคงเป็นที่ถูกใจผู้ใช้กันมากขึ้น แต่หลังจากติดตั้ง Ubuntu ไปแล้วยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกหลาย

  1. อัพเดท
    หลังจากติดตั้ง Ubuntu ทุกครั้งเราควรอัพเดท เนื่องจากซอฟต์แวร์จะมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
  2. ติดไดรเวอร์การ์ดจอเพื่อเล่น 3D
    ถ้าอยากเล่น Desktop Effect ได้เนียนขึ้นต้องติดตั้ง ไดรเวอร์การ์ดจอ เพื่อเล่น 3D Effect ได้เนียนขึ้น ซึ่ง Ubuntu จะค้นหาไดรเวอร์ให้เราอัตโนมัติ
  3. ตั้งค่า Ubuntu One เพื่อ Sync ไฟล์
    Ubuntu One เป็นบริการพื้นที่เก็บข้อมูลบน Cloud ที่ให้พื้นที่ 2GB กับผู้ใช้ฟรีๆ Ubuntu One นอกจากจะ Sync ไฟล์ที่อยู่ในเครื่องได้แล้วยังสามารถเก็บเพลงจาก Ubuntu One Music Store, Firefox Bookmark, Tomboy Note, Evolution Contact ได้อีกด้วย
  4. ติดตั้ง Ubuntu Tweak ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น
    Ubuntu tweak เป็นเครื่องมือในการจัดการ Ubuntu ให้ตรงใจมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม ปรับแต่งพื้นโต๊ะหรือแม้กระทั่งลบไฟล์ที่ไม่ได้ใช้ในเครื่องออก
  5. ติดตั้งโปรแกรมเด็ดๆ เพิ่มเติมจาก Software Center
    Software Center เป็นโปรแกรมที่ใช้จัดการติดตั้ง/ถอดกอนโปรแกรมต่างๆ ที่อยู่ใน Ubuntu คุณสามารถติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมได้ง่ายๆ มีโปรแกรมให้เลือกหลากหลายกว่า 3,000 โปรแกรม
  6. ติดตั้ง Browser เพิ่มเติม
    หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการท่องเว็บ คุณสามารถติดตั้ง Google Chrome หรือ Opera เพิ่มเติมได้
  7. ติดตั้ง indicator เพิ่มเติม
    Ubuntu มี indicator applet หลายตัวที่คุณสามารถเพิ่ใลงในพาเนลได้ นอกจากจะเพิ่มความสวยงามแล้วยังทำให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
  8. เพิ่ม Gmail, Thunderbird, Google Voice และอื่นๆ ลงใน messaging menu
    คุณสามารถเพิ่มบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Thunderbird, Google Voice ลงใน messaging menu เพื่อไม่ให้คลาดการติดต่อสำคัญๆ ของคุณ
  9. ติดตั้ง Nautilus Elementary
    Nautilus เป็นโปรแกรมจัดการไฟล์บน Ubuntu ซึ่งออกจะรกรุงรังคุณสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างของ Nautilus ได้โดยการติดตั้ง Nautilus Elementary ซึ่งจะทำให้ Nautilus ของคุณดูไม้รกแล้วยังสามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระและสวยงามอีกด้วย
  10. ใช้งาน Ubuntu ให้สนุก
    หากคุณติดตั้ง Ubuntu และปรับแต่งจนถูกใจแล้วก็ขอให้ใช้ Ubuntu อย่างสนุกและมีความสุขครับ ;)

เพิ่มอีก 2 ข้อสำหรับชาวไทย

  1. ติดตั้ง Language Support
    ติดตั้ง Language Support ในส่วนภาษาไทยเพิ่มเติมคุณจะพบว่า ภาษาไทยบน Ubuntu นั้นสวยงาม ไม่เพียงแต่อ่านเข้าใจง่ายยังช่วยให้คุณเริ่มต้นการใช้งาน Ubuntu ได้ง่ายขึ้น
  2. ติดตั้งคลังซอฟต์แวร์ของ Suriyan
    ติดตั้งคลังซอฟต์แวร์ของ Suriyan ที่ http://suriyan.in.th/repo/ คุณสามารถติดตั้งโปรแกรมเสริมได้อีกมากมาย เช่น ฟอนต์ภาษาไทย, ภาพพื้นหลัง หรือแม้กระทั่งแปลงร่าง Ubuntu ของคุณให้กลายเป็น Suriyan ได้เลย :)

เล่น Ubuntu 10.04 Lucid Lynx บน Asus Eee PC 1201T

Asus Eee PC 1201T ออกมาได้ระยะนึงแล้วถือว่าเป็น Mini Notebook รุ่นแรกๆ ที่อาจหาญใช้ชิบเซ็ต AMD Congo MV40 1.6GHz และติดการ์ดจอ ATI Radeon HD3200 มาให้ด้วย ขนาดจอ 12 นิ้วแบบ LED ดูหนัง HD ได้สบายๆ จอไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป จากที่ได้ลองสัมผัสแล้วพบว่ามันเล็กและน้ำหนักพอเหมาะสำหรับ Sub Notebook ครับ ตัวเครื่องที่ขายในประเทศไทยจะไม่มีระบบปฏิบัติการติดมาด้วย ร้านคอมฯ มักจะติดตั้ง Windows ปลอมมาให้แนะนำให้เอา Windows ปลอมออกแล้วติดตั้ง Windows 7 แทนครับ ในกล่องมี Driver สำหรับ Windows 7 ให้อยู่แล้ว สำหรับท่านที่ต้องการใช้งานอย่างไม่ต้องกังวลใจเรียกหา Ubuntu 10.04 LTS เลยครับ ;)

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ Ubuntu 10.04 เมื่อติดตั้งไปแล้วมีดังนี้

  • ไดรเวอร์ ATI มี resolution ถูกต้อง แต่ไม่รองรับ 3D
  • ปุ่มฟังก์ชันต่างๆ ใช้งานไม่ได้
  • Wireless เหมือนว่าจะใช้งานได้ แต่ใช้ไม่ได้ :(

Continue reading

ติด Alfresco Community 3.3 บน Ubuntu Server 10.04

Alfresco เป็นระบบจัดการเอกสารระดับ Enterprise ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายด้วยความสามารถในการจัดการเอกสารที่เรียกได้ ว่าครบวงวรตั้งแต่การจัดการเอกสารพื้นฐาน รวมไปถึงระบบ workflow ที่กำหนดเส้นทางของเอกสาร การยืนยันเอกสาร นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้ในงานด้าน collaboration, record management, knowledge management, web content management หรือแม้กระทั่ง image management เรียกได้ว่า Alfresco อยู่ในระดับต้นๆ ของโปรแกรมจัดการงานเอกสารที่เป็นโอเพนซอร์สกันเลยทีเดียว

สำหรับการติดตั้ง Alfresco Community ในครั้งนี้ให้คุณติดตั้ง Ubuntu Server ให้เรียบร้อยพร้อมทั้งเรียกใช้ partner repository ใน /etc/apt/sources.list เพื่อใช้ติดตั้งแพคเกจ sun-java6-jdk ได้ ผมใช้ dms.example.com เป็น hostname มี IP Address เป็น 192.168.1.1/255.255.255.0 เปลี่ยนค่าข้างต้นตามค่าของคุณนะครับ เอาล่ะมาเริ่มติดตั้ง Alfresco กันเลย

แปลงร่างเป็น root กันก่อน

sudo -s

ติดตั้งโปรแกรมที่ต้องใช้

apt-get install mysql-server sun-java6-jdk imagemagick swftools openoffice.org-core openoffice.org-java-common openoffice.org-writer openoffice.org-impress openoffice.org-calc

คอนฟิดค่า JAVA_HOME ใน environment variable ที่ /etc/environment ดังนี้

JAVA_HOME="/usr/lib/jvm/java-6-sun/"

เรียกใช้ environment variable โดยไม่ต้อง logout แล้ว login ใหม่โดยใช้คำสั่ง

/etc/environment

กำหนดค่า default character set เป็น UTF-8 เพื่อใช้ภาษาที่ซับซ้อน ป้องกันการแสดงผลภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นตัวอักษร ????? แก้ไขไฟล์ /etc/myql/my.cnf แก้ไขตรง [mysqld] ดังตัวอย่างข้างล่าง

[mysqld]
#
# * Basic Settings
#
#
# * IMPORTANT
# If you make changes to these settings and your system uses apparmor, you may
# also need to also adjust /etc/apparmor.d/usr.sbin.mysqld.
#
default-character-set = utf8

จากนั้น restart MySQL โดยใช้คำสั่ง

/etc/init.d/mysql restart

จากนั้นตั้งค่าฐานข้อมูล MySQL ให้กับ Alfresco

mysql -u root -p

สร้างผู้ใช้ สร้างฐานข้อมูล alfresco และกำหนดสิทธิ์เข้าถึง ดังนี้

CREATE DATABASE alfresco DEFAULT CHARACTER SET utf8 COLLATE utf8_unicode_ci;
GRANT ALL PRIVILEGES ON alfresco.* TO alfresco@localhost IDENTIFIED BY 'alfresco';
GRANT SELECT,LOCK TABLES ON alfresco.* TO alfresco@localhost IDENTIFIED BY 'alfresco';
FLUSH PRIVILEGES;
quit;

เมื่อได้ฐานข้อมูลแล้วสร้างที่เก็บ alfresco กันครับ

mkdir -p /opt/alfresco

จากนั้นดาวน์โหลดและคลี่ไฟล์ลงในไดเรคทอรีที่สร้างขึ้น

cd /opt/alfresco
wget http://dl.alfresco.com/release/community/build-2765/alfresco-community-t... -O alfresco-community-tomcat-3.3.tar.gz
tar zxvf alfresco-community-tomcat-3.3.tar.gz
rm -f alfresco-community-tomcat-3.3.tar.gz

มาคอนฟิก Alfresco กันต่อ เปิดไฟล์ alfresco-global.properties มาแก้ไขด้วยคำสั่ง

nano /opt/alfresco/tomcat/shared/classes/alfresco-global.properties

มาดูส่วนตั้งค่าพื้นฐานกันก่อน เปลี่ยนค่าจาก

###############################
## Common Alfresco Properties #
###############################
#
# Sample custom content and index data location
#-------------
dir.root=./alf_data
#
# Sample database connection properties
#-------------
db.name=alfresco
db.username=alfresco
db.password=alfresco
db.host=localhost
db.port=3306
#
# External locations
#-------------
#ooo.exe=soffice
#ooo.enabled=false
#img.root=./ImageMagick
#swf.exe=./bin/pdf2swf

เป็นค่าดังนี้

###############################
## Common Alfresco Properties #
###############################
#
# Sample custom content and index data location
#-------------
root.dir=/opt/alfresco/alf_data
#
# Sample database connection properties
#-------------
db.name=alfresco
db.username=alfresco
db.password=alfresco
db.host=localhost
db.port=3306
#
# External locations
#-------------
ooo.exe=/usr/lib/openoffice/program/soffice
ooo.enabled=true
img.root=/usr
swf.exe=/usr/bin/pdf2swf

ถ้าต้องการใช้ Alfresco ผ่านทาง Windows Share ให้ตั้งค่า CIFS โดยเพิ่มค่า config ดังนี้

#
# CIFS Support
#------------------------
cifs.enabled=true
cifs.serverName=dms
cifs.ipv6.enabled=false
cifs.tcpipSMB.port=1445
cifs.netBIOSSMB.namePort=1137
cifs.netBIOSSMB.datagramPort=1138
cifs.netBIOSSMB.sessionPort=1139

เริ่ม Alfresco และเรียกใช้ OpenOffice.org แบบ services

/usr/lib/openoffice/program/soffice "-accept=socket,host=localhost,port=8100;urp;StarOffice.ServiceManager" -nologo -headless -nofirststartwizard &

จากนั้น อัพเดท firewall เพื่อ forward port ไปยัง Alfresco CIFS (กรณีที่ไม่ใช้ CIFS ไม่ต้องตั้งค่าก็ได้ครับ)

iptables -t nat -A PREROUTING -p tcp -m tcp --dport 445 -j REDIRECT --to-ports 1445
iptables -t nat -A PREROUTING -p tcp -m tcp --dport 139 -j REDIRECT --to-ports 1139
iptables -t nat -A PREROUTING -p udp -m udp --dport 137 -j REDIRECT --to-ports 1137
iptables -t nat -A PREROUTING -p udp -m udp --dport 138 -j REDIRECT --to-ports 1138

จากนั้น start Alfresco ดังนี้

cd /opt/alfresco
./alfresco.sh start

เข้าใช้งาน Alfresco DMS ผ่านทาง browser ที่ http://192.168.1.1:8080/alfresco
เข้าใช้งาน Alfresco Share ผ่านทาง browser ที่ http://192.168.1.1:8080/share

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ admin และรหัสผ่าน admin

สำหรับการเรียกใช้งานผ่าน CIFS Share บน Windows เรียกใช้ดังนี้ \\dms\alfresco

ที่มา – How To Install Alfresco Community 3.3 On Ubuntu Server 10.04 (Lucid Lynx)

?

ติดตั้งฟอนต์ไทยให้ครบชุดจากคลังซอฟต์แวร์ของ Suriyan

ทีมพัฒนา Suriyan ได้เปิดคลังซอฟต์แวร์ให้บริการนักพัฒนาและผู้ที่สนใจมาระยะหนึ่ง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้จาก Suriyan, Ubuntu หรือแม้กระทั่ง Debian สำหรับในรุ่นใหม่นี้ ผู้ที่ใช้งาน Ubuntu 10.04 Lucid Lynx สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์และแพคเกจต่างๆ ที่มีอยู่ใน Suriyan ได้ วันนี้มีชุดฟอนต์ภาษาไทยมานำเสนอครับ ฟอนต์ภาษาไทยใน Suriyan รวบรวมมาจากหลายแหล่ง จากชุมชน สมาคม และจากซิป้าเอง ทำให้ Suriyan ได้เปรียบเรื่องฟอนต์ภาษาไทยเมื่อเทียบกับ Linux Distribution อื่นๆ แต่ทางทีมพัฒนาเองได้แบ่งปันคลังซอฟต์แวร์ให้ได้เรียกใช้กันง่ายๆ ติดตั้งกันได้ง่ายๆ ใครอยากได้ฟอนต์สวยๆ เพิ่มเติม มาติดตั้งกันเลย

ใครยังไม่ได้ติดตั้ง suriyan-repository ให้ติดตั้งก่อนครับ ใครติดตั้งแล้วข้ามขั้นตอนต่อไปได้เลย

wget http://www.suriyan.in.th/repo/pool/main/s/suriyan-repository/suriyan-repository_1.0-8_all.deb
sudo gdebi suriyan-repository_1.0-8_all.deb
sudo apt-get update

จากนั้นติดตั้งฟอนต์กันได้เลยครับ

sudo apt-get suriyan-thai-fonts

เท่านี้ก็ได้ฟอนต์ภาษาไทยใน collection ของ Suriyan กันแล้ว :) ง่ายมั๊ย

เรียน Ubuntu ระดับเซียนกับ ubunter.com

บังเอิญค้นหาข้อมูลทางด้าน forensic ไปเจอเว็บไซต์ของคุณ Amine Zerhouni เข้าชื่อ ubunter.com เว็บนี้คุณ Amine ตั้งใจจะทำเป็นวิดีโอบล็อก หากใครยังจำ Nixie ได้ก็ลักษณะคล้ายๆ กันครับ ซึ่งวิดีโอส่วนใหญ่อยู่บน Youtube สอนการใช้งาน Ubuntu ในทุกๆ แง่มุม ส่วนใหญ่จะมีเทคนิคและเคล็ดลับมาแนะนำกันเสมอๆ บางอย่างไม่เคยได้รู้เลย ก็ได้วิดีโอของคุณ Amine แหละครับช่วยชีวิตไว้ทุกที สำหรับใครที่ชอบดูวิธีทำและอธิบายแบบเห็นภาพ เว็บ ubunter.com เป็นเว็บที่ดีเว็บหนึ่งเลยครับ อ้อสำหรับท่านที่อยากเข้าหน้า Youtube โดยตรงก็เข้าได้จากลิงค์นี้ ครับ และสำหรับใครยังสงสัย ว่าใช้ Open Source และระบบปฏิบัติการ Linux แล้วทำให้เครื่องเจ๊งแล้วล่ะก็ควรรีบไปดูเว็บไซต์นี้ดีกว่าครับ

ติด WindowsXP บน Ubuntu โดยใช้ QEMU

QEMU เป็น processor emulator ที่มีากรทำงานที่รวดเร็ว เล็ก และง่ายในการย้าย ไปยังเครื่องใหม่ QEMU สามารถทำงานได้กับ guest OS หลายตัวได้ และยังสามารถทำงานได้คล้ายกับ VMware Workstation และ Microsoft Vitual PC สำหรับการจำลอง CPU สามารถจำลองได้หลายสถาปัตยกรรม รวมทั้ง IA-32 PC, AMD64, MIPS R4000, Sun SPARC sun4u, ARM development board, SH4 SHIX board, PowerPC, ETRAX CRIS และ MicroBlaze เอ้ามาดูว่าเราจะติดตั้ง Windows XP กันยังไงดีกว่าครับ

อันดับแรก ติดตั้ง QEMU กันก่อน

apti-get install qemu

สร้าง image สำหรับติดตั้ง Windows XP เมื่อติดตั้ง Windows XP ไปแล้วจะใช้เนื้อที่อย่างน้อย 1.2 GB หรือมากกว่านั้น เราจะใช้ qcow สร้าง image ขึ้นมาแต่ขนาดของ image ไม่ได้ใหญ่เท่ากับ 1.2GB สร้าง image โดยใช้คำสั่งดังนี้

qemu-img create -f qcow /path/to/xp.cow 1300M

จากนั้นใส่แผ่น Windows XP ลงใน CDROM แล้วเริ่มติดตั้ง Windows XP ใน QEMU Image ดังนี้

qemu -hda /path/to/xp.cow -boot d -cdrom /dev/cdrom -m 384 -localtime

และรอจนติดตั้งเสร็จ เทื่อติดตั้งเสร็จให้ shutdown QEMU เอาแผ่น CD WindowsXP ออก แล้วเริ่ม Windows XP image ใหม่โดยใช้คำสั่ง

qemu -hda /path/to/xp.cow -boot c -m 384 -localtime -usb

แค่นี้เราก็ได้ Windows XP ใช้ใน Ubuntu แล้ว ;)

ใช้มือถือต่อเน็ตผ่าน Bluetooth บน Ubuntu ด้วย Blueman

มีผู้รู้แนะนำว่าการใช้งาน Bluetooth ต้องหาเครื่องมือดีๆ มาใช้ในการจัดการ ซึ่งผมเองไม่ค่อยสนใจเท่าไร เพราะเป็นคนหัวดื้อ ชอบลุยๆ ปรากฏว่าก็ยังหนีห่างจาก command line ในการต่อ Internet ผ่าน Bluetooth ไม่ได้สักทีเอาเป็นว่า คราวนี้ต่อได้แล้วครับ :) แบบคลิกอย่างเดียว! ก่อนจะเข้าถึงขั้นตอนขอเล่าก่อนว่าการเชื่อมต่อ Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อ Internet ผ่าน 3G/CDMA/EDGE/GPRS สามารถทำได้โดยการเรียก service ผ่าน Bluetooth เท่านั้น! แต่การเชื่อมต่อจะต้องผ่าน device ที่ชื่อ rfcomm หากเราใช้ command line ตั้งแต่การเชื่อมอุปกรณ์มือถือเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ และสร้าง device rfcomm เขียน config ของ wvdial มันก็หลายขั้นตอนไปหน่อยและส่วนใหญ่จะท้อใจซะมากกว่า เอาเป็นว่าวันนี้มีทางแก้ครับ ทางแก้ที่ว่านี้คือใช้ Bluetooth manager ตัวใหม่ครับ ;) ชื่อ Blueman

Blueman เป็นโปรแกรมจัดการ Bluetooth ที่ใช้งานง่ายและมีเครื่องไม้เครื่องมือในการจัดการเชื่อมต่อกับ services ต่างๆ ได้ง่ายเพียงแค่ คลิก…คลิก… เท่านั้น! นอกจากนี้ยังสนับสนุนการทำงานมาตรฐานต่างๆ เช่น การรับไฟล์ ส่งไฟล์ ดูไฟล์ในโทรศัพท์มือถือ และการเชื่อมต่อ servcies Dial Up อย่างง่ายๆ เอ้า มาติดตั้ง Blueman กัน สำหรับท่านที่ใช้ Ubuntu 9.10 Karmic Koala, Suriyan 52.10 Internal Warm ติดตั้ง Blueman ได้ตามวิธีข้างล่างครับ

sudo add-apt-repository ppa:blueman/ppa
sudo apt-get update
sudo apt-get install blueman

สำหรับท่านที่ใช้ Ubuntu 9.12 Karmic Koala PE มี Blueman มาให้แล้วครับ :) มาเริ่ม Bind อุปกรณ์กันเลย ผมมี LG KP500 รุ่นโต๋ คลิกไปที่รูปเครื่องหมาย Bluetooth ตรง notification area ครับ แล้วลอง Search ดู ของผมเจอ โต๋ แล้ว Continue reading

เล่น Mobile Broadband บน Ubuntu

จากคราวที่แล้วได้ Sierra Wireless Compass 885 มาลองเล่น ก็อดไม่ได้ที่จะต้องลองกับ Ubuntu เพราะอยากรู้ว่า Network Manager บน Ubuntu ทำงานได้ดีขึ้นบ้างหรือยัง? ก็เลยได้ลองทดสอบดูครับ สรุปใช้ได้ดีเลยทีเดียว การตั้งค่า Network Manager ที่จะมาแนะนำในครั้งนี้จะไม่ยุ่งกับ Command Line มากนักเพราะเดี๋ยวจะงงกัน เอาเป็นว่าคลิกปุ่มได้ก็จะพยายามคลิกครับ มาเริ่มกันเลยดีกว่า อันดับแรกก็ต้องใส่ SIM ให้เรียบร้อยก่อนครับ แล้วก็จิ้มที่เครื่องได้เลย

อันดับแรกก็ต้องใส่ SIM ให้เรียบร้อยก่อนครับ

พอจิ้มไปปุ๊ป Ubuntu จะทำการ detect สังเกตที่ไฟสีส้มกระพริบๆ หลังจากไฟหยุดกระพริบ เราก็มาเริ่มตั้งค่าการเชื่อมต่อได้เลยครับ ให้คลิกไปที่ Network Manager ตรง Notification Area จะมีเมนูเลื่อนลงมาดังภาพ ให้คลิก “New Mobile Broadband (GSM) connection?” Continue reading