เก็บตก Maker Faire Singapore 2017

ผมได้มีโอกาสแวะไปงาน Maker Faire Singapore 2017 ปีนี้จัดงานที่ Science Center จากที่สังเกตหลายๆ event มาจัดที่ Science Center กันเยอะครับ รวมไปถึงงาน FOSSASIA ครั้งที่ผ่านมาด้วย เนื่องจากตัดสินใจมาอย่างรวดเร็ว จองตั๋วเครื่องบินวันพฤหัสมางานวันเสาร์เป็นอะไรที่ไม่ได้เตรียมตัวมากๆ แต่ใจอยากมาก็ต้องมาสักครั้ง

งานนี้ต้องลงทะเบียนและซื้อตั๋วเข้างานแบบ online จะได้ราคาถูกกว่าซื้อหน้างานครับ เมื่อแจ้ง registration code แล้วก็จะได้ wrist band กระดาษมาแบบนี้

จากนั้นก็เดินให้ทั่วครับ :)

Continue reading

เก็บตกดูงาน Cloud Computing ที่สิงคโปร์

ผมได้มีโอกาสไปดูงานเกี่ยวกับ Cloud Computing ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 24-25 เมษายน ที่ผ่านมา การดูงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร Cloud Specialist สถานที่ไปคือ Infocom Development Authority of Singapore (IDA), SingTel และ StarHub ซึ่งการดูงานแบ่งออกเป็น 2 วันคือ ช่วงบ่ายของวันแรกและช่วงเช้าของวันที่ 2

วันแรกไปที่ IDA ที่ Mapletree Business City ทีม Cloud Computing และ G-Cloud ต้อนรับเราอย่างอบอุ่นมาก IDA มาให้ความรู้เกี่ยวกับงานที่ IDA ทำอยู่ แผนการพัฒนาประเทศด้าน ICT ซึ่งน่าสนใจมาก โดยเฉพาะ i2015 หรือ Intelligent Nation 2015 (iN2015) ซึ่งเป็น ICT Masterplan ของสิงคโปร์เลยก็ว่าได้ มีเป้าหมายหลักๆ คือการขยายโครงสร้างพื้นฐาน, พัฒนาคน, การใช้ IT ในธุรกิจ ซึ่งมีสรุปเป็น infographic ที่น่าสนใจดังนี้

  • อัตราการเข้าถึง internet มีมากกว่า 95%
  • มี Fibre Optic Broadband ทั่วประเทศ
  • บริการ Free Wi-Fi ใช้ชื่อว่า Wireless@SG ความเร็ว 2Mbps
  • มีอัตราการเข้าถึงคอมพิวเตอร์กว่า 86%
  • iSPRINT บริการ POS สำหรับ SME มีการใช้งานมากกว่า 5,000 ราย
  • มีสถานที่รับจ่ายเงินที่ใช้ NFC มากกว่า 30,000 แห่ง
  • พัฒนาบุคคลากรด้าน IT มีมากกว่า 13,000 คน
  • มีการจ้างงานกว่า 144,300 ตำแหน่ง ในปี 2012
  • รายได้จากอุตสาหกรรม IT & Telecom S$102 billion ในปี 2012 เพิ่ม 23% ต่อปี

แผน iN2015 จะสิ้นสุดในปลายปีนี้ และ IDA ก็เริ่มวางแผนในอีก 5 ปีข้างหน้าไว้เบื้องต้นแล้ว คือ Smart Nation โดยเน้นในเรื่อง

  • สร้างบุคลากร, เทคโนโลยีใหม่ และ Infrastructure ที่ดีมากขึ้น
  • กำกับดูแลด้านนโยบาย กฏหมาย ฯลฯ
  • บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม, Internet of Things, Data Analytics

ในด้าน Cloud Computing ทาง IDA มีให้บริการ Cloud สำหรับภาครัฐเรียกว่า G-Cloud เหมือนที่บ้านเราก็มี G-Cloud เหมือนกัน บริการของ G-Cloud รองรับเฉพาะลูกค้าภาครัฐเท่านั้น เป็นบริการ private cloud สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นความร่วมมือแบบ public private partnership โดย IDA ทำสัญญากับ SingTel ระยะเวลา 5 ปี ทำให้ลูกค้าภาครัฐไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องใช้ระยะเวลานาน เพิียงแต่ขอใช้งานกำหนดจำนวน server และ resource เท่านี้ก็ได้ใช้งานแล้ว สำหรับบริการที่มีให้นอกจาก Cloud แล้วยังมีบริการเสริม อย่าง SMTP, SSH, SFTP, SMS และ Backup & Restore ด้วย แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มนะ G-Cloud ไม่ได้บังคับว่าภาครัฐจะต้องมาใช้ แต่เป็นทางเลือกสำหรับภาครัฐที่ไม่ต้องการลงทุนเรื่องฮาร์ดแวร์ โดย G-Cloud มี Service Catalog ให้เลือกใช้ ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน

นอกจาก Cloud Computing ที่ทาง IDA มีให้บริการแล้ว ยังมีบริการ Goverment Data Center (GDC) อีกด้วย บริการ GDC คือ Data Center ที่ให้ภาครัฐเข้ามาใช้บริการ วาง Server นั่นเอง การออกแบบของ GDC แบ่งออกเป็น zone ย่อยๆ เพื่อการจัดการด้านพลังงานและระบบหล่อเย็น ลูกค้าภาครัฐสามารถเลือกใช้บริการ internet link จากบริษัทโทรคมนาคมหลายที่ได้ไม่จำเป็นจะต้องใช้ของ SingTel อย่างเดียว สำหรับมาตรฐานที่ใช้ใน GDC คือ ISO 27001, NISC เป็นต้น

หลังจากฟังสรุปของ IDA ด้าน Cloud Computing เราก็ได้มาดู IDA Lab ใน Lab นี้มีทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น 3D printing, 3D Digitizer, Accreditation@IDA, Internet of Things ในบ้าน และผลงานวิจัยจากนักศึกษาและผลงานจาก partner ที่นำมาจัดแสดง เช่น Quad Copter Drone บินหลบสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ แบทหมดบิรกลับมาเปลี่ยนแบตได้อัตโนมัติ จาก Hope Technik, ชุดนับแต้มสำหรับกีฬาฟันดาบ สิ่งที่น่าสนใจของ IDA Lab คือ Accreditation@IDA เป็นศูนย์บริการทดสอบประสิทธิภาพซอฟต์แวร์ เพื่อเป็นใบรับรองประกอบในการจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐ ซึ่ง Accreditation@IDA จะตรวจสอบทั้งซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ มาตรฐานการพัฒนา มาตรฐานการให้บริการ ตลอดจนสถานะการเงินบริษัท โดยใบรับรองที่ได้จะมีอายุ 18 เดือน หมดอายุต้องเข้ามาทดสอบและต่อกันอายุใหม่

จากนั้นก็ไปดูงานที่ SingTel เป็นแห่งที่ 2 ที่ SingTel ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบ Cloud Intrastructure เพื่อรองรับการให้บริการ Private Cloud ของภาครัฐและหน่วยงานอื่นๆ โดยเน้นเรื่อง Cloud resiliency ครอบคลุมทั้ง network, storage, power source และ data center ซึ่ง SingTel ออกแบบ data center ให้สามารถทำ DR ได้แบบ Active-Active ได้เลย การให้บริการ Private Cloud ของ SingTel เน้นความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก การให้บริการ Private Cloud ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าต้องการอะไรบ้าง รวมไปถึง Core Technology ที่ต้องการได้ เช่น ถ้าลูกค้าต้องใช้ Microsoft Exchange ก็มี Hyper V ให้บริการ ถ้าต้องการทำ VDI ก็มี Xen และ VMWare ให้บริการเป็นต้น สำหรับการใช้งานของลูกค้าสามารถใช้งานผ่าน Portal ที่ทาง SingTel ทำไว้ให้ได้เลย

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ Cloud Security ซึ่ง SingTel เป็นผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ในสิงคโปร์ ทำให้การจัดการด้าน Security มีความเข้มข้นมาก SingTel มี Model ที่น่าสนใจเรียกว่า Enterprise Data & Management Services Security Solution (EDMS) ถ้าดูดีๆ คือ ISO27001 + Cloud Security นั่นเอง สำหรับ Security Service Delivery ทาง SingTel ให้ความสำคัญมาก เพราะทุกขั้นตอนจะต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ และระบุแผนกที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามและแก้ปัญหา สำหรับ Cloud and Mobility Reference Model เน้นตั้งแต่เรื่อง Security Governance, BYOD, Mobile Device Management, Carrier and Network Security, Cloud Intrastructure Security Managment ไล่ไปจนถึง Security in Enterprise Application Development เลยทีเดียวเยอะมาก

นอกจากเรื่องการให้บริการเกี่ยวกับ Telco แล้วทาง SingTel ยังมีโครงการให้ทุนและร่วมทุนกับ Startup อย่างเช่นโครงการ Innov8, IndeaFactoty, Innovation Exchnage เป็นต้น

วันที่ 2 ดูงานที่ StarHub เป็นบริษัทโทรคมนาคมอีกแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ผู้บรรยายบอกว่าเราเป็นเพียงบริษัทเล็กๆ เริ่มต้นได้ไม่นานนัก แต่เท่าที่ดูจากผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการแล้ว ไม่ธรรมดาเลย ตั้งแต่บริการ Network Infrastructure, partner กับ Vodafone, เป็นสมาชิกกับ Conexus Mobile Alliance และที่สำคัญคือเป็นเจ้าของ เคเบิลใต้ทะเลที่เชื่อมไปยังที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Asia-America Gateway (AAG), Asia Submarine Cable Express (ASE), Asia Pacific Gateway (APG) และ APCN2 นอกจากนี้ยังเป็นผู้ให้บริการ 4G/LTE ทั่วประเทศอีกด้วย

สำหรับด้าน Cloud Computing ที่ StarHub ให้บริการเน้นทางด้าน Infrastructure เป็นหลักและที่สำคัญเป็น Public Cloud อย่างแท้จริง ผู้บรรยายบอกกับเราตรงๆ ว่า “ทำแข่งกับ AWS เข้าใจตรงกันนะ” จริงครับ เพราะ StarHub มี partner ด้าน Cloud Computing เยอะมาก และ Cloud ของที่ StarHub ให้บริการ ชื่อ Argonar วันนี้ผมเพิ่งได้เห็นว่าหลังจาก login เข้าไปที่ control panel ไปแล้วหน้าตาเป็นยังไง และผู้บรรยายน่ารักมากครับ ให้ข้อมูลตรงๆ กับเราว่า Argonar คือ Huawei Cloud และ Huawei Cloud ก็คือ OpenStack นั่นเอง แม่เจ้า! ไม่เหลือเค้าร่างของ OpenStack เลยสักนิดเดียวเลยครับ Argonar เล่นเหมือนกับ OpenStack เลยครับ เพียงแต่ไม่มี Project, Virtual Network (ตั้งค่าเองไม่ได้ แต่มีให้เลือก) และ Orchestration Service เท่านั้น ชอบมากครับ :) เรื่อง pricing model ที่ทาง StarHub กำหนดไว้คือจ่ายรายเดือนตามขนาดที่คุณใช้งาน ไม่ได้จ่ายแบบ pay-as-you-go นะครับ ซึ่ง pricing model แบบนี้เหมาะสมกับการจ่ายเงินของลูกค้าในสิงคโปร์ เนื่องจากสามารถคำนวณรายจ่ายต่อเดือนได้ชัดเจน (โดยเฉพาะภาครัฐ) และที่สำคัญไม่มีคำว่าราคาถูกกว่า AWS เพราะเน้นเรื่องการบริการเป็นหลัก

นอกจากให้บริการ Public Cloud แล้ว StartHub ยังให้บริการ SaaS อีกด้วย มีหลาย Solution ไม่ว่าจะเป็น Accounting, Backup & Recovery, e-HR Management, Email Security, Web Security, Point of Sale, IP Surveillance Service เป็นต้น แต่ที่น่าสนใจคือ Microsoft Offce 365 ใช่ครับ StarHub เป็น partner กับ Microsoft มานาน และ Microsoft เองก็เลือกที่เป็น partner กับ StarHub มากกว่า SingTel (อุปส์) การขอใช้บริการก็ง่ายมาก ติดต่อกับ StarHub ได้โดยตรง และที่สำคัญ SME แค่ 179 บาทต่อเดือนเท่านั้น ราคาถูกมากๆ ส่วนการ support สามารถติดต่อกับ StarHub ได้โดยตรง ไม่ต้องโทรถาม Microsoft ถ้าทาง StarHub แก้ปัญหาไม่ได้ก็สามารถสอบถามไปยัง Microsoft โดยผ่าน StarHub ได้เลย ซึ่ง StarHub รับ support ทั้ง 1st และ 2nd tier การบริการของ StarHub เน้นการให้บริการลูกค้า ไม่ว่าคุณจะติดต่อกับศูนย์บริการที่ใดคุณก็จะได้รับความช่วยเหลือเหมือนกับการติดต่อที่สำนักงานใหญ่ (น่ารักมากเลย) อ้อ StarHub มี partner ในประเทศไทยด้วย คือ True และ CAT นั่นเอง อืมมม ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด IRIS Cloud คือ Argonar ใช่ป่าว

สำหรับการดูงานประเทศสิงคโปร์ตามโปรแกรมของการเรียน Certificate for Cloud Specialists จัดโดยความร่วมมือของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศมหาวิทยาลัยมหิดล, สำนักงานรัฐบาลอิเลคทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และ CSA Thailand ก็ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ครับ :)

นอกเหนือจากไปดูงาน ผมดูข้อมูลของ IDA มาสักระยะให้ความรู้สึกว่า IDA ทำทุกอย่างเลย ตั้งแต่การกำหนดนโยบายภาครัฐ, นโยบายการพัฒนาประเทศด้าน Infocomm, ข้อกำหนดและกฏหมายต่างๆ ที่เกี่ยวกับ Information Technology, Telecommunication, Electronic Transaction ตลอดจนการสร้างบุคลากรด้าน Infocom แหมดูเหมือน IDA ทำอะไรเยอะแยะมาก ในความเป็นจริงเกิดจากการบูรณาการและการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน เป้าหมายเพื่อการพัฒนาประเทศเป็นหลัก โดยใช้เทคโนโลยีให้เปิดประโยชน์สูงสุด พัฒนาทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศ คือ “คน” ให้มีคุณภาพและศักยภาพให้เอื้อประโยชน์ในการแข่งขันและการพัฒนาประเทศ ซึ่งการพัฒนาคนนี้เริ่มตั้งแต่นักเรียนนักศึกษาจนไปถึงคนที่ทำงานแล้ว ซึ่งมี Framework การพัฒนา “คน” ให้ตรงกับ “งาน” และความต้องการของตลาดอย่างชัดเจน เรียกว่า National Infocomm Competency Framework (NICF)  และ Critical Infocomm Technology Resource Programme (CITREP)  ซึ่งน่าสนใจมากครับ

อีกเรื่องคงเป็นเรื่องของการให้บริการข้อมูลภาครัฐ ผ่านทาง DATA.Gov.SG ที่ให้บริการข้อมูลภาครัฐที่สามารถเอาข้อมูลมาใช้งานได้ ข้อมูลที่ว่านี้เป็นข้อมูลดิบเลยครับ มีในรูปแบบ CSV, TEXT, XLS และ JSON นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแข่งขันพัฒนา Mobile Application โดยใช้ข้อมูลจาก DATA.Gov.SG ทำให้มี Mobile App ที่ดีๆ มากมาย อย่างน้อยก็ 230 Apps เลยล่ะ อีกเรื่องคือการให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีให้กับประชาชน ผ่าน iExperience Center  อยู่ทางเชื่อมใต้ดินระหว่าง MRT City Hall กับ Esplanade

— แค่นี้ก่อนละกัน ถ้านึกอะไรออกจะมาใส่เพิ่มเติมครับ —