ใช้มือถือต่อเน็ตผ่าน Bluetooth บน Fedora ด้วย Blueman

คราวที่แล้วเขียนเรื่อง ใช้มือถือต่อเน็ตผ่าน Bluetooth บน Ubuntu ด้วย Blueman ไปแล้วคราวนี้มาถึงการใช้งาน Blueman บน Fedora กันบ้าง เอ้าสำหรับใครที่มาใหม่ ขอแนะนำ Bluman กันอีกรอบ Blueman เป็นโปรแกรมจัดการ Bluetooth ที่ใช้งานง่ายและมีเครื่องไม้เครื่องมือในการจัดการเชื่อมต่อกับ services ต่างๆ ได้ง่ายเพียงแค่ คลิก…คลิก… เท่านั้น! นอกจากนี้ยังสนับสนุนการทำงานมาตรฐานต่างๆ เช่น การรับไฟล์ ส่งไฟล์ ดูไฟล์ในโทรศัพท์มือถือ และการเชื่อมต่อ servcies Dial Up อย่างง่ายๆ เอ้า มาติดตั้ง Blueman กัน สาวก Fedora ใช้ YUM นะครับ

su -c 'yum install blueman'

มาเริ่ม Bind อุปกรณ์กันเลย ผมมี LG KP500 รุ่นโต๋ คลิกไปที่รูปเครื่องหมาย Bluetooth ตรง notification area ครับ แล้วลอง Search ดู ของผมเจอ โต๋ แล้ว

LG KP500

Continue reading

ติดตั้ง OpenERP Server บน Fedora 11

บทความนี้จะสอนการติดตั้ง OpenERP Server บน Fedora 11 ซึ่งรวมถึงตัวโปรแกรม Client ด้วย OpenERP เป็นโปรแกรม Open Source ERP/CRM พัฒนาด้วยภาษา python โดยทีมงานจากเบลเยี่ยม ตัวโปรแกรม OpenERP Server เป็นเว็บแอพลิเคชันแบบ 3 tier ซึ่งใช้งานง่ายและยืดหยุ่นสูง มาลองดูวิธีการติดตั้งกันครับ

ขั้นแรกแปลงร่างเป็น root กันก่อน

su

หลังจากเป็น root แล้วให้ติดตั้ง repository ของ EPEL เพิ่มโดยใช้คำสั่ง

rpm -Uvh http://download.fedora.redhat.com/pub/epel/5/i386/epel-release-5-3.noarch.rpm

จากนั้นให้ update yum database

yum update

มาเริ่มติดตั้ง postgresql กันก่อน ใช้คำสั่ง

yum install postgresql-server
yum install postgresql

จากนั้นกำหนด database instance

su root
su postgres
initdb /var/lib/pgsql/data
psql -l

จากนั้นติดตั้ง python และไลบรารีที่เราต้องใช้

yum install python-psycopg2 PyXML python-setuptools-devel python-lxml libxslt-python pytz python-matplotlib

จากนั้นติดตั้ง egenix ด้วย easy install

easy_install egenix-mx-base

เมื่อเราได้ library ครบแล้ว ติดตั้ง OpenERP Server กันได้เลยครับ

wget http://openerp.com/download/stable/source/openerp-server-5.0.1-0.tar.gz
tar -xvf openerp-server-5.0.1-0.tar.gz
cd openerp-server-5.0.1-0
python openerp-server.py

ติดตั้ง OpenERP Client

wget http://openerp.com/download/stable/source/openerp-client-5.0.1-0.tar.gz
tar  -xvf openerp-client-5.0.1-0
cd openerp-client-5.0.1-0
python openerp-client.py

เป็นวิธีการคร่าวๆ ครับ สำหรับรายละเอียดดูได้จากเว็บไซต์ http://openerp.com ครับ

ติดตั้ง Compiz Fusion บน Fedora 11

มีหลายท่านที่ถามเข้ามาเรื่อง Compiz Fusion เพราะติดตั้ง simple-ccsm ไปแล้วตั้งค่าไม่ได้ ผมก็ดันลืมบอกไปว่า compiz ที่เรียกใช้โดย gnome นั้นไม่ได้เรียกใช้ config ของ ccsm ดังนั้นตั้งค่า effect ก็จะไม่เห็นผลลัพท์ เอาละแลวจะติดตั้ง Compiz Fusion บน Fedora ได้อย่างไร? ผมมีวิธีง่ายๆ มาแนะนำกันครับ ใช้คำสั่ง

su -c 'yum install ccsm emerald-themes compizconfig-backend-gconf fusion-icon-gtk \
emerald compiz-fusion compiz-fusion-gnome libcompizconfig compiz-gnome \
compiz-bcop compiz compizconfig-python compiz-fusion-extras \
compiz-fusion-extras-gnome'

จาก นั้นตั้งค่าให้ Compiz เริ่มต้นทำงานหลังจากล็อกอินแล้ว เลือกเมนู System -> Preferences -> Personal -> Sessions คลิกปุ่ม Add แล้วใส่ข้อมูลดังนี้

Name: Fusion Icon
Command: fusion-icon
Comment: Compiz Fusion panel applet

ให้ ลอง logout แล้ว login เข้ามาใหม่ ก็เป็นอันใช้ได้แล้วครับ *อ้อเกือบลืมไป ถ้าคุณใช้ Gnome Desktop Effect อยู่ให้ปิด Effect ก่อนแล้วค่อย logout แล้ว login ใหม่ครับ และทีนี้ก็ใช้งาน simple-ccsm ได้แล้ว :)

ติดตั้ง simple-ccsm บน Fedora 11

simple-ccsm เป็นโปรแกรมช่วยให้เราปรับแต่ง Compiz ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องุนงงกับสารพัดปุ่มบนหน้าจอของ ccsm อีกต่อไป ด้วยความง่ายของ simple-ccsm นอกจากจะทำให้เราตั้งค่า Compiz ได้ง่ายแล้ว ยังมีระบบ profile เพื่อบันทึก หรือเรียกใช้การตั้งค่าแบบต่างๆ ที่เราเคยใช้ได้อย่างง่ายเลยล่ะ แต่โชคร้ายที่ simple-ccsm ไม่อยู่ใน Fedora repository และ RPM Fusion ทำให้ต้องติดตั้ง repo เสริมอย่าง Thai Open Source Repo for Fedora ไงครับ :P ทำเองโฆษณาเองนี่บาปมั๊ย เอาล่ะ มาตั้งค่า repo กันก่อน ใครที่ยังไม่ได้ตั้ง repo มาที่ Thai Open Source ก็สามารถตั้งได้ง่ายๆ เลยครับ สร้างไฟล์ที่ชื่อ thaiopensource.repo ลงใน

/etc/yum.repo.dsu -c ?nano /etc/yum.repo.d/thaiopensource.repo?

จากนั้นใส่ข้อมูลลงไปดังนี้

[thaiopensource]
name=ThaiOpenSource.Org for Fedora $releasever - $basearch
failovermethod=priority
baseurl=http://thaiopensource.org/fedora/releases/$releasever/Everything/$basearch/os/
#mirrorlist=https://mirrors.fedoraproject.org/metalink?repo=fedora-$releasever&arch=$basearch
enabled=1
gpgcheck=0

แลัว update repo data ในเครื่องได้เลยครับ โดยใช้คำสั่ง

su -c 'yum clean all'
su -c ?yum update?

แล้วก็ติดตั้ง simple-cssm ได้เลยโดยใช้คำสั่ง

su -c 'yum --nogpgcheck install simple-ccsm'

ตั้งค่า touch pad ให้ใช้คลิกได้

เมื่อวานเข้าไปที่ forum เว็บไซต์ ubuntuclub.com เห็นมีวิพากวิจารณ์ในเรื่องของ Fedora กับ Ubuntu อ่านแล้วก็สนุกดีครับ เหมือนสงคราม Distro เลยแฮะ แต่หลายท่านก็พยายามอธิบายว่า Ubuntu ดีอย่างไร Fedora ดีอย่างไร เอาข้อดีข้อเสียของ 2 distro นี้มาอภิปรายกัน มีท่านหนึ่งเป็นผู้จุดประกายเรื่อง touch pad บนเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุค ซึ่งการใช้งาน tap จิ้มที่ touch pad 2 ครั้งเร็วๆ มีค่าเท่ากับการคลิกปุ่มซ้ายของเมาส์ ซึ่งมันไม่เคยใช้ได้เลยใน Live CD และกังวนว่าหากลงไปแล้วก็คงใช้ไม่ได้เหมือนกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องตลก ผมสังเกตว่า Ranjeev Satyajit ซึ่งเป็น Fedora Ambassador ประจำประเทศไทย มักเขียนเรื่องนี้ตลอดเวลาเปลี่ยนเวอร์ชันของ Fedora ซึ่งผมเข้าใจแล้วว่าทำไม :)
เอาล่ะ วิธีแก้ไขปัญหานี้ครับ เข้าไปที่เมนู System > Preferances > Mouse เลือกตรง tab Touchpad จากนั้นคลิกเลือกตรง Enable mouse clicks with touchpad ดังรูป

แค่นี้เอง มันยากตรงไหนเนี่ย :P

ติดตั้ง font ภาษาไทยสวยๆ ให้ Fedora 11

เท่าที่ใช้งาน Fedora 11 มาได้ 3 วันพบว่าการ? render ฟอนต์ใน Gnome ใหม่สวยงามมากเลยทีเดียว แต่การติดตั้ง Fedora ไม่ว่าจะเป็นบน Live CD หรือ DVD Install มันไม่มี ฟอนต์ภาษาไทยสวยๆ ติดมาด้วยนี่สิครับ เราต้องมาติดตั้งเพิ่มเอาเอง ซึ่งวิธีการไม่ได้ยากมากนักเพราะชุดฟอนต์ของ thai-scalable มีให้ใช้ใน Fedora ด้วย เอาล่ะมาติดตั้งฟอนต์ไทยกันเลย

su -c 'yum install thai-scalable*'

เสร็จแล้วครับ สำหรับฟอนต์เพิ่มเติมอย่าง font SIPA-DIP สามารถติดตั้งได้โดยเพิ่ม Thai Open Source YUM repository แล้วติดตั้งแพตเกจชื่อ ttf-sipa-dip-fonts นอกจากนี้ยังมีคลังรวบรวมฟอนต์สวยๆ อื่นๆ อย่าง f0nt.com และฟอนต์สำหรับงานสิ่งพิมพ์ของสมาคมการพิมพ์ไทย ใครสนใจฟอนต์ไทยสวยๆ ถูกกฏหมายก็หาดาวน์โหลดได้จากทั้ง 2 แห่งครับ

มาทำ YUM repository สำหรับ Fedora กัน

แหมกลับมาใช้ Fedora ทั้งทีก็คงไม่เขียนถึง YUM repository คงจะไม่ได้ YUM จะว่าเป็นของใหม่ ก็คงไม่ใช่ YUM เป็นโปรแกรมช่วยจัดการแพคเกจที่มีอยู่ใน Fedora มานานหลายเวอร์ชันแล้วครับ แต่ผมเองไม่ได้ทดสอบหรือทดลองอะไรแหวกแนวมากนัก แต่ที่แน่ๆ YUM ใน Fedora 11 เปลี่ยนไป! ผมสังเกต Fedora หันมาใช้ XML มากขึ้นหลังจาก Fedora 9 และ Fedora 10 และที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะถูกแทรกลงในส่วนที่ไม่กระทบกับผู้ใช้มากนัก สำหรับท่านที่ใช้ YUM ใน Fedora 11 จะพบว่ามันเปลี่ยนไป ไม่สามารถเรียกใช้ Repository เก่าได้ ก็เนื่องมาจาก repo data ของ YUM เปลี่ยนไปนั่นเอง เอาล่ะเกริ่นมามากเดี๋ยวจะเริ่มงง เรามาสร้าง YUM repository เอาไว้ใช้ในสำนักงาน/องค์กรกันดีกว่า ก่อนจะเริ่มต้นมาอ่านข้อตกลงกันก่อน เครื่องที่ผมใช้ มี IP address เป็น 192.168.0.100 นะครับ เอ้ามาเริ่มกันเลย

แปลงร่างเป็น root กันก่อนเพื่อความสะดวกครับ

su -

จากนั้นติดตั้ง Apache

yum httpd

ตั้งค่าให้ Apache เริ่มต้นตอนบูท

chkconfig --levels 235 httpd on

จากนั้น start Apache ได้เลย

/etc/init.d/httpd start

จาก นั้นมาสร้างที่เก็บ repo กัน Fedora วางโครงสร้างของ repository ได้ดีมาก และสร้าง repo แบ่งออกเป็นเวอร์ชันได้ ทำให้ง่ายในการจัดการ โครงสร้างของ repo ที่เราจะสร้างกันหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ

fedora/releases/เลขเวอร์ชัน/Everything/i386/os/Packages

สมมุติว่าเราสร้าง repo ของ Fedora 11 เราก็จะได้โครงสร้างแบบนี้ครับ

fedora/releases/11/Everything/i386/os/Packages

มาสร้างไดเรคทอรีใน /var/www กันเลยครับ

mkdir -p /var/www/fedora/releases/11/Everything/i386/os/Packages

จากนั้นให้คุณคัดลอกไฟล์ .rpm ไปไว้ที่ไดเรคทอรี Packages แล้วสั่งสร้าง repo data ดังนี้

createrepo /var/www/fedora/releases/11/Everything/i386/os/

เท่า นี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ จากนั้นให้เครื่อง client ตั้งค่า repo มาทดสอบได้เลย วิธีการตั้งค่า repo เข้าใช้งาน repo ในสำนักงานเราก็ง่ายๆ ครับ สร้างไฟล์ชื่อ officerepo.repo ลงใน /etc/yum.repo.d

nano /etc/yum.repo.d/officerepo.repo

ใส่ข้อมูลลงไปดังนี้ครับ

[office-repo]
name=Office Repo for Fedora $releasever - $basearch
failovermethod=priority
baseurl=http://192.168.0.100/fedora/releases/$releasever/Everything/$basearch/os/
#mirrorlist=http://mirrors.fedoraproject.org/mirrorlist?repo=fedora-$releasever&arch=$basearch
enabled=1
gpgcheck=0

มาใช้ mirror.in.th อัพเดท Fedora กันเถอะ

แหมหลังจากอัพเกรดเซิร์ฟเวอร์ขนานใหญ่ ทั้ง RAM และ Storage ตอนนี้ Mirror แห่งชาติของเพราะมีพื้นที่รวมกว่า 30TB ตอนี้ก็ได้เปิดให้ใช้บริการอย่างปกติแล้วครับ วันนี้เลยได้แวะเวียนไปใช้บริการเล็กน้อยในส่วนของ Fedora 11? เรื่องของเรื่องคือ Fedora 11 พยายาม rotate mirror server ที่อยู่ในรายการ mirror แต่ที่น่าเสียดาย mirror.in.th ไม่อยู่ใน list ซะงั้น ก็คงต้องเพิ่มกันเอาเองล่ะครับ วิธีการเพิ่ม repo เพื่อใช้ mirror.in.th ก็ง่ายนิดเดียว วิธีการทำมีดังนี้ครับ

สร้างไฟล์ thai-national-mirror.repo ลงใน /etc/yum.repo.d

su -c 'nano /etc/yum.repo.d/thai-national-mirror.repo'

จากนั้นใส่ข้อมูลลงไปดังนี้

[thai-national-mirror]
name=TMOSS for Fedora $releasever - $basearch
failovermethod=priority
baseurl=http://mirror.in.th/osarchive/fedora/releases/$releasever/Everything/$basearch/os/
#mirrorlist=http://mirrors.fedoraproject.org/mirrorlist?repo=fedora-$releasever&arch=$basearch
enabled=1
gpgcheck=0

เอ้าใช้ให้คุ้มค่ากันหน่อยครับ ลงทุนไปหลายกะตังค์ เห่อๆ

มาใช้ YUM repo ของ ThaiOpenSource.Org กันเถอะ

เหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเวลาผมใช้ Linux ตระกลูไหนต้องทำ custom repository ได้นั่นหมายถึงการ distribute และการ contribute แพคเกจใหม่ๆ ให้กับ Linux distro นั้นๆ ทางอ้อม ซึ่งผมเองทำประจำอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เอาแพคเกจตัวเองเข้าต้นน้ำสักที เอาเป็นว่าอยู่อย่างพอเพียง build แจกกันเล่นไปเรื่อยๆ นี่แหละครับสนุกกว่า ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้างก็อย่างว่ากันนะครับ วันนี้ก็เลยมาแนะนำ ThaiOpenSource for Fedora repository กันครับ ผมเพิ่มทำเสร็จเมื่อเช้ามีแพคเกจอยู่ 4 ตัวครับ ให้ลองค้นหากันดูเอาเองว่าแพคเกจชื่ออะไร ;) เอาละมา config YUM repo กันเลย ให้สร้างไฟล์ที่ชื่อ thaiopensource.repo ลงใน /etc/yum.repo.d

su -c 'nano /etc/yum.repo.d/thaiopensource.repo'

จากนั้นใส่ข้อมูลลงไปดังนี้

[thaiopensource]
name=ThaiOpenSource.Org for Fedora $releasever - $basearch
failovermethod=priority
baseurl=http://thaiopensource.org/fedora/releases/$releasever/Everything/$basearch/os/
#mirrorlist=https://mirrors.fedoraproject.org/metalink?repo=fedora-$releasever&arch=$basearch
enabled=1
gpgcheck=0

แลัว update repo data ในเครื่องได้เลยครับ โดยใช้คำสั่ง

su -c 'yum update'

อัพเกรด Fedora 10 เป็น Fedora 11

นานๆ จะได้เขียนเกี่ยวกับ Fedora สักทีเป็น Fedora Ambassador จะครบปีแล้วยังไม่ได้เขียนบทความ หรือ How to เกี่ยวกับ Fedora เลย เอาเป็นว่าช่วงนี้อาจจะลดงานเขียนของ Ubuntu ลงไปบ้างและเขียน Fedora ให้มากขึ้นละกันครับ หลังจากที่โรคเลื่อนหลายรอบของ Fedora 11 เป็นๆ หายๆ แต่ Fedora Project ก็ออกเวอร์ชั่น 11 จนได้ กับโค้ดเนมที่ชื่อว่า Leonidas ใครที่เป็นแฟน Fedora วันนี้จะสอนวิธีอัพเดท Fedora 10 ไปเป็น Fedora 11 อย่างง่ายๆ ครับ อันดับแรกไปที่ Terminal? กันก่อนครับ แปลงร่างเป็น root กันก่อนด้วยคำสั่ง su ครับ

วิธีอัพเดทสำหรับ Desktop

อัพเดท rpm package กันก่อนด้วยคำสั่ง

yum update rpm

อัพเดทแพคเกจทั้งหมด

yum -y update

เคลีย cache ของ yum ทั้งหมด

yum clean all

แล้ว reboot เครื่อง เมื่อ login ให้กลับเข้ามาเป็น root อีกครั้ง

จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ upgrade โดยใช้ package ที่ชื่อว่า preupgrade เป็นตัวช่วยให้ติดตั้ง preupgrade โดยใช้คำสั่ง

yum install preupgrade

เรียกใช้ preupgrade โดยใช้คำสั่ง

preupgrade

Continue reading