in Blog

เก็บตกงาน DroidCon Bangkok 2017

ผมได้มีโอกาสไปงาน DroidCon Bangkok 2017 มา งานนี้มีนักพัฒนาเข้าร่วมงานเยอะมาก ทั้งคนไทยและต่างประเทศ สำหรับหัวข้อสัมนาก็มีหลายหัวข้อที่น่าสนใจ เนื่องจากไม่ได้เข้าทุก session ก็เลยมาขอสรุปเฉพาะใน session ที่ได้เข้าร่วมแบบสั้นๆ ละกัน

Keynote สุดประทับใจและอัพเดทข้อมูลใหม่ๆ จากงาน Google CloudNext’17 ซึ่ง Google ได้เบนเข็มจาก Mobile First ไปเป็น AI First แนะนำให้ไปดูวิดีโอย้อนหลังของงาน Google CloudNext’17 ครับ มีอัพเดทบริการใหม่จาก Firebase ด้วย ได้แก่ Cloud Storage for Firebase และ Cloud Functions for Firebase ใครไม่ได้ใช้ Firebase รีบไปกดทดลองใช้เลยครับ

“คุณเขียนโค้ดไปทำไม?” เป็นคำถามที่ทุกคนที่อยู่ใน session Designed for All จาก KBTG จะต้องกลับไปถามตัวเอง โปรเจค Mobile Accessibility แบบใหม่ในชื่อ Beacon Interface ช่วยให้คนที่มีปัญหาเรื่องสายตาสามารถใช้งาน SmartPhone ที่เป็นจอ Touch Screen ได้ “ง่าย” มากขึ้น สามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือในการทำธุรกรรมกับทางธนาคารได้ง่ายมากขึ้น ผู้พิการทางสายตาสามารถใช้งาน Smartphone แบบ Touchscreen ได้จริง ประทับใจ session นี้มากๆ แปะวิดีโอไว้นิดนึงครับ (ไม่ใช่วิดีโอในงานนะ)

AR และ VR ของทาง Google มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จากการคิดต่างทั้งเรื่อง Hardware และซอฟต์แวร์ นอกจาก Google Cardboard ไปจนถึงแว่น VR ราคาหลายหมื่นบาท (ยังไม่รวมราคาของเครื่องคอมพิวเตอร์เอาไว้ใช้ประมวลผล) ยังมีอุปกรณ์ที่สามารถพาคุณเข้าสู่โลก VR คือ Daydream เจ้าตัว Daydream เป็นแว่น AR มาพร้อมกับ Controller เอาไว้ใช้ควบคุมในโลก VR และที่ขาดไม่ได้คือ Daydream-ready phones ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างโลกเสมือนมาหลอกสมองของคุณได้ ในส่วนของ AR ทาง Google เน้นความเสมือนจริงของ AR ที่อยู่บนโลกจริง ไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ แต่จะต้องผนวกรวมเอาโลกจริงไปใช้ในการแสดงผลด้วย ตัวอย่างของงานนี้คือ แมวน้อย AR ที่ใช้โทรศัพท์มือถือที่ Support Tango เข้ามาช่วยในการประมวลผล ทำให้การแสดงผลใน AR สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เช่น เรียกแมวให้กระโดดขึ้นมาบนโต๊ะ หรือเดินหลบมุมเห็นแมวอยู่หลังโต๊ะเป็นต้น

ผมว่า Developer หลายคนย้ายมาใช้ Firebase กันพอสมควรแล้ว ปีนี้มี Cloud Function เพิ่มเข้ามาให้ใช้งานจาก Firebase ได้โดยตรง ทำให้คุณสามารถเขียน script ใน Cloud Function เพื่อเชื่อมต่อกับบริการต่างๆของ Firebase ได้โดยตรง เช่น การ resize ภาพและการสร้าง thumbnail, การแปลภาษาจากข้อมูลใน realtime database เป็นต้น การเขียนโค้ดแบบ Serverless และการใช้งาน Cloud แบบ Backend as a service ก็ยิ่งง่ายมากขึ้น (ไม่ต้องมี System Admin ก็ได้)

Customer Validation หรือการทดสอบ feature ใหม่ๆ กับกลุ่มลูกค้าเพื่อทำให้ทราบว่า feature ที่จะปล่อยออกมานั้น จะได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างไร สามารถใช้หลักการ A/B Testing เข้ามาช่วยได้ ใน Firebase มี remote configuration ทำให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลของ Mobile App โดยที่ไม่ต้องแก้ไขโค้ดได้ (แต่ต้องเตรียม remote config ไว้ก่อนนะ) และใช้ Firebase Analytic เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ที่ตอบรับกับ feature ใหม่นั้นๆ ซึ่งนักพัฒนาจะได้ข้อมูลจากผู้ใช้จริงและสามารถเอาข้อมูลไปปรับปรุงและพัฒนาต่อไป

Android Things ร่างใหม่ของ Brillo ออกมาให้เล่นได้สักพักละ Android Things เป็น Platform IoT ของทาง Google ซึ่งเอาระบบปฏิบัติการ Android มาดัดแปลงให้ใช้งานกับอุปกรณ์ IoT ได้ ทำให้การเขียนโปรแกรมสามารถใช้ความรู้เรื่อง Android App เดิมและความรู้เรื่อง Hardware มาใช้งานร่วมกันได้ และยังสามารถใช้ Google services ได้ด้วย :)

เพิ่มเติมที่บูธของ KBTG มีให้ออกไอเดียเกี่ยวกับ Google Home กับงานด้านการเงินและธนาคาร

ร่วมส่งไอเดียกันได้ ของรางวัลเป็น Google Home นะครับ :)