in Article

ละเมิดลิขสิทธิ์แก้ไขได้

หลายท่านที่กำลังละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ โดยทางตรง, ทางอ้อม หรือโดยไม่รู้ตัว คุณกำลังตกอยู่ในอันตรายจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ และยังผิดกฏหมายอีกด้วย หากท่านทราบว่าท่านกำลังละเมิดลิขสิทธิ์ ท่านแก้ไขได้! ก่อนอื่นอยากให้อ่าน ความรู้เบื้องต้นด้านทรัพย์สินทางปัญญา และ รู้จริงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ดังลิงค์ข้างล่าง

* ความรู้เบื้องต้นด้านทรัพย์สินทางปัญญา
* รู้จริงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา

สำหรับท่านที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ท่านสามารถแก้ไขด้วยวิธีง่ายๆ คือ

1. ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส หรือ
2. ซื้อซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง

ท่าน ที่มีงบประมาณเพียงพอสามารถจัดซื้อซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องได้โดยไม่ ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก หากท่านที่ไม่งบประมาณสามารถใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เรื่องลิขสิทธิ์ และท่านสามารถทำได้ด้วยตัวท่านเอง ดังนี้

ท่านที่ ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ท่านสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในชุด Chantra (จันทรา) ได้โดยตรง ซึ่งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในชุด Chantra แบ่งออกเป็น 8 หมวด ซึ่งครอบคลุมสำหรับการทำงานสำหรับสำนักงานและการใช้งานที่บ้าน คุณสามารถดาวน์โหลดชุดซอฟต์แวร์ Chantra ได้ที่เว็บไซต์มิเรอร์แห่งชาติ

ท่าน ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่ละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ ท่านสามารถสั่งซื้อ ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ได้จากตัวแทนจำหน่าย หรือใช้ระบบปฏิบัติการเสรีอย่าง Suriyan (สุริยัน) หรือ ลินุกซ์ค่ายอื่นๆ เช่น Debian, Fedora, PCLinuxOS, Linux TLE, Ubuntu ซึ่งลินุกซ์ค่ายต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ได้รับการทดสอบแล้วว่าสามารถใช้งานภาษาไทยได้เป็นอย่างดี สำหรับท่านที่ต้องการดาวน์โหลดลินุกซ์ค่ายต่างๆ สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์มิเรอร์แห่งชาติเช่นกัน

ความเสี่ยงจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์

1. เสี่ยงต่อการจ่ายต้นทุนระบบคอมพิวเตอร์สูงกว่าที่ควร

ต้นทุน ของระบบคอมพิวเตอร์ มีทั้งจากฮาร์ดแวร์ และ ซอฟต์แวร์ การสนับสนุนทางด้านเทคนิค การให้คำปรึกษาทางด้านการจัดการ และบริการอื่น ๆ การติดตั้ง และการบริหารระบบ ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร จะทำให้ต้นทุนการจัดการระบบลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์มักอยู่นอกกฎเกณฑ์เหล่านี้ ทำให้ต้นทุนรวมของการบริหารระบบราคาแพงกว่าที่ควรในนะยะยาว

2. เสี่ยงต่อปัญหาไวรัส

ซอฟต์แวร์ ทเป็นของปลอม หรือไม่มีลิขสิทธิ์ อาจเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของไวรัส ซึ่งในกรณีรุนแรงอาจทำให้ข้อมูลทั้งฮาร์ดดิสก์สูญหายหมด ซื้อซอฟต์แวร์จากตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้เพื่อป้องกันปัญหาไวรัส

3. เสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์

กฎหมาย ลิขสิทธิ์มีบทลงโทษที่รุนแรงทั้งทางแพ่งและทางอาญา นอกจากบทลงโทษทางด้านกฎหมาย ด้วยการปรับ และการจำคุกแล้ว ผลที่ติดตามมา คือ ความเสียหายต่อชื่อเสียงขององค์กร ความยอมรับของลูกค้าและสาธารณชน รวมทั้งชื่อเสียง ในด้านลบของผู้บริหารอีกด้วย การใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย จึงถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า

ท่านที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ อาจต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ดังนี้

1. การละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง คือ การทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่โปรแกรมคอมพิวเตอร์แก่สาธารณชน รวมทั้งการนำต้นฉบับหรือสำเนางานดังกล่าวออกให้เช่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์? : มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หากเป็นการกระทำเพื่อการค้า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. การละเมิดลิขสิทธิ์โดยอ้อม คือ การกระทำทางการค้า หรือการกระทำที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวข้างต้นโดย ผู้กระทำรู้อยู่แล้ว ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น แต่ก็ยังกระทำเพื่อหากำไรจากงานนั้น ได้แก่ การขาย มีไว้เพื่อขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ เสนอให้เช่าซื้อ เผยแพร่ต่อสาธารณชน แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของลิขสิทธิ์และนำหรือ สั่งเข้ามาในราชอาณาจักร : มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท หากเป็นการกระทำเพื่อการค้า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

* ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับนี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปีกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก จะต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
* กรณีที่นิติบุคคลกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่ากรรมการหรือผู้จัดการทุกคนของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ร่วมกระทำความ ผิดกับนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย
* ค่าปรับที่ได้มีการชำระตามคำพิพากษานั้น ครึ่งหนึ่งจะตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์อย่าวไรก็ดีการได้รับค่าปรับดังกล่าว ไม่กระทบต่อสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งสำหรับส่วนที่เกินจำนวนเงินค่า