หาจุดแข็ง

สืบเนื่องจากงานสัมนา KM ของสำนักงาน ที่ดูเหมือนจะเป็น KM แต่กลายเป็นเรื่อง Team Builder และ Strengths Finder แทน วิทยากรที่มาบรรยายเรื่องนี้แนะนำว่าให้ไปซื้อหนังสือ “เจาะจุดแข็ง” มาอ่านดู เพราะในหนังสือมีรหัสสำหรับลงทะเบียนเพื่อทำแบบทดสอบกับระบบเพื่อค้นหาพรสวรรค์หรือจุดแข็งที่มีอยู่ในตัวเองได้ ก็เลยทำให้อยากรู้ว่าจุดแข็งของตัวเองคืออะไร ก็เลยไปซื้อหนังสือมาลองทำดูบ้าง ได้ผลลัพท์ดังนี้

 
ปรับปรุงแก้ไข (Restorative)
คุณชอบแก้ปัญหา เมื่อประสบปัญหาครั้งแล้วครั้งเล่าบางคนอาจหมดกำลังใจแต่คุณกลับตื่นตัวยิ่ง ๆ ขึ้น คุณกระตือรือร้นที่จะได้วิเคราะห์สถานการณ์หาสาเหตุความผิดพลาดข้อบกพร่องและหาทางแก้ไข คุณอาจจะชอบแก้ไขปัญหาที่พบในชีวิตประจำวัน ปัญหาทางความคิดหรือปัญหาส่วนตัวก็ได้ คุณอาจมองหาปัญหาที่คุณพบบ่อย ๆ และมั่นใจว่าจะแก้ไขได้หรือกระตือรือร้นอยากจัดการกับปัญหาที่ซับซ้อนและแปลกใหม่ก็ได้เพราะประสบการณ์และคุณสมบัติอื่น ๆ ของคุณจะมีส่วนกำหนดว่าคุณชอบปัญหาชนิดใดด้วย แต่สิ่งที่แน่ ๆ คือคุณชอบซ่อมแซมแก้ไขข้อผิดพลาดทั้งหลาย เป็นความรู้สึกวิเศษที่ได้รู้สาเหตุของปัญหา ที่ได้กำจัดต้นตอของปัญหาให้หมดไปและที่ได้ทำให้สิ่งต่าง ๆ กลับมาอยู่ในสภาพปกติได้อีกครั้งหนึ่ง คุณรู้ว่าถ้าคุณไม่เข้าไปแก้ไขแล้วสิ่งนี้ อุปกรณ์ชิ้นนี้ บุคคลผู้นี้หรือบริษัทอาจหมดสภาพไปเลยก็ได้ ดังนั้นคุณจึงแก้ไขให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ต่ออายุให้หรืออาจกล่าวได้ว่าคุณช่วยชีวิตสิ่งนั้น ๆ ไว้
 
การปรับตัว (Adaptability)
คุณมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน คุณไม่ได้มองว่าอนาคตเป็นจุดหมายปลายทางที่ตายตัว ตรงกันข้าม คุณกลับมองว่าอนาคตเกิดจากการตัดสินใจเลือกของคุณในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เองคุณจึงค้นพบอนาคตของคุณเมื่อคุณตัดสินใจในเรื่องแต่ละเรื่อง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่วางแผนเสียเลยคุณอาจจะวางแผนไว้ก็ได้ การที่คุณมีคุณสมบัตินี้ทำให้คุณตอบสนองต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ตามต้องการแม้ว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณไม่ได้ทำตามแผนที่วางไว้ คุณต่างจากคนอื่นตรงที่คุณจะไม่หงุดหงิดถ้าจู่ ๆ คุณต้องจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน คุณคิดไว้แล้วว่าเรื่องทำนองนี้อาจเกิดขึ้นเพราะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จริงแล้วคุณก็แอบหวังให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นระดับหนึ่งเหมือนกัน เพราะลึก ๆ แล้วคุณมีความยืดหยุ่นมากและจะสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพตอนที่คุณงานวิ่งมาหาคุณจากทิศทางต่าง ๆ พร้อม ๆ กันนั่นเอง
 
ใฝ่รู้ (Learner)
คุณชอบเรียนรู้ เรื่องต่าง ๆ ที่คุณสนใจที่สุดนั้นจะถูกกำหนดโดยคุณสมบัติพิเศษข้ออื่น ๆ และประสบการณ์ต่าง ๆ ของคุณอีกด้วย แต่ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้เรื่องใดก็ตาม กระบวนการเรียนรู้ก็น่าดึงดูดสำหรับคุณเสมอ ๆ กระบวนการเรียนรู้นั้นน่าตื่นเต้นสำหรับคุณมากกว่าเนื้อหาหรือผลลัพธ์เสียอีก คุณจะตื่นตาตื่นใจไปกับการเดินทางที่ต่อเนื่องและมีเป้าหมายจากความไม่รู้ไปสู่ความเก่งกาจ สิ่งที่กระตุ้นความสนใจของคุณก็คือความอัศจรรย์ของข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ชิ้นแรกที่ได้มาในตอนแรกเริ่ม ความพยายามเบื้องต้นในการฝึกฝนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นจากการมีทักษะที่ชำนาญ ความตื่นเต้นสนใจทำให้คุณลองเรียนรู้กิจกรรมแบบผู้ใหญ่ เช่น โยคะ เปียโน ศึกษาเพิ่มเติมนอกเวลา และยังทำให้คุณเติบโตได้จนเป็นเลิศในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่หยุดนิ่งซึ่งกำหนดให้คุณต้องทำโครงการระยะสั้นและเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ มากมายให้ได้ภายในช่วงเวลาอันสั้น แล้วจึงขยับไปทำงานในเรื่องอื่น ๆ ต่อไป คุณสมบัติความใฝ่รู้นี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะพยายามเป็นผู้รู้ในแขนงนั้น ๆ หรือพยายามแสวงหาความเชื่อถือยอมรับที่ได้จากตำแหน่งทางวิชาการ หรือทางหน้าที่การงานเสมอไปแต่อย่างใดเพราะผลลัพธ์ที่ได้จากการเรียนรู้นั้นสำคัญน้อยกว่ากระบวนการเรียนรู้เสียอีก
 
ผู้สร้างความสำเร็จ (Achiever)
คุณสมบัติความเป็นผู้สร้างความสำเร็จของคุณช่วยอธิบายว่าอะไรคือแรงผลักดันของคุณ และแสดงให้เห็นว่าทำไมคุณจึงต้องการประสบความสำเร็จอยู่เสมอ คุณรู้สึกว่าทุก ๆ วันเริ่มต้นจากศูนย์ ดังนั้นถ้าในวันหนึ่ง ๆ คุณไม่ได้ทำอะไรให้สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่างคุณก็จะรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง และคำว่า ทุก ๆ วันของคุณนั้นหมายถึง วันทุกวัน ทั้งวันทำงาน วันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดพักผ่อน ไม่ว่าคุณสมควรจะได้หยุดพักผ่อนมากเพียงใดก็ตามถ้าวันนั้นผ่านไปโดยที่คุณไม่ได้ทำอะไรให้สำเร็จเลยคุณจะรู้สึกไม่พอใจ คุณมีไฟในตัวที่คอยผลักดันให้คุณทำอะไร ๆ มากขึ้นและทำให้สำเร็จมากขึ้นด้วย เมื่อคุณทำอะไรได้สำเร็จแล้วไฟในตัวคุณจะมอดลงพักหนึ่ง แต่ไม่นานไฟนั้นก็จะกลับลุกโชนอีกครั้งซึ่งจะทำให้คุณลุกขึ้นมาก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายใหม่ข้างหน้าอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยความเป็นผู้สร้างความสำเร็จของคุณนี้เองคุณจึงต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่กับความรู้สึกไม่ค่อยพอใจลึก ๆ นี้ได้อย่างไร อันที่จริงแล้วความรู้สึกไม่ค่อยพอใจนี้ก็มีประโยชน์เหมือนกันเพราะจะเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งพลังที่คุณต้องการเพื่อใช้ทำงานได้ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและเป็นแรงผลักดันที่คอยกระตุ้นให้คุณเริ่มทำงานชิ้นใหม่หรือสิ่งท้าทายใหม่ ๆ รวมไปถึงเป็นกำลังให้คุณกำหนดแนวทางและเป้าหมายให้การทำงานของกลุ่มทำงานของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คุณสมบัตินี้ทำให้คุณก้าวไปตลอดเวลา
 
ระมัดระวัง (Deliberative)
คุณเป็นคนระมัดระวัง เป็นคนที่ตื่นตัวอยู่เสมอและเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บความรู้สึก คุณรู้ว่าจะหาอะไรแน่นอนในโลกนั้นไม่ได้ แม้ว่าบางครั้งทุกสิ่งดูเหมือนว่าจะเป็นระเบียบแต่คุณก็ยังรู้สึกได้ถึงอันตรายต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ในเบื้องลึก แทนที่คุณจะปฏิเสธอันตรายเหล่านั้น คุณกลับนำอันตรายแต่ละเรื่องมาตีแผ่ให้เห็นได้ชัดเจนเพื่อจะได้สามารถระบุ ประเมิน และท้ายที่สุดคือลดอันตรายในแต่ละเรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นคุณจึงเป็นคนค่อนข้างจริงจังที่ดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง เช่น คุณชอบวางแผนไว้ล่วงหน้าเพื่อจะได้สามารถคาดการณ์สิ่งที่อาจผิดพลาดไว้ก่อน คุณเลือกคบเพื่อนอย่างระมัดระวังและไม่ยอมปริปากแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัว คุณจะระวังไม่ยกย่องชมเชยใคร ๆ มากจนเกินงามเพราะคุณไม่ต้องการให้เกิดการตีความแบบผิด ๆ หากบางคนจะไม่ชอบคุณเพราะคุณไม่แสดงออกเท่าคนอื่น ๆ แล้วละก็ คุณก็ไม่ได้เก็บเรื่องนั้นมาใส่ใจ สำหรับคุณแล้วชีวิตมิใช่การประกวดประชันความนิยมแต่ชีวิตเป็นอะไรทำนองเส้นทางแห่งอุปสรรค คนบางคนอาจสามารถดำเนินชีวิตอย่างบ้าบิ่นได้หากต้องการจะทำแต่คุณเลือกจะไม่ใช้วิธีการเช่นนั้น คุณมองหาอันตราย ชั่งน้ำหนักของผลกระทบเกี่ยวเนื่องแล้วจึงทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวัง คุณก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
 
ลองมากรอกลงตารางได้แบบนี้

จากตารางดูเหมือนว่าผมจะเป็นผู้ตามมากกว่าผู้นำ เป็นผู้ลงมือปฏิบัติมากกว่าผู้ออกคำสั่ง เป็นผู้เรียนรู้มากกว่าผู้คิดค้น เห่อๆ
 

Leave a Reply