in Blog

งบประมาณ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เข้าประชุมกับผู้บริหารของสำนักงานฯ ซึ่งได้ส่งสัญญาณมาว่าจะไม่มีงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับโอเพนซอร์สแล้ว เพราะอีก 2-3 ปีข้างหน้าก็จะเปิด AEC แล้ว ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาการกระตุ้นกลุ่มผู้ใช้ในเกิดความตระหนักในเรื่องซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ และผู้ใหญ่ระดับสูงไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ก็เลยได้การบ้านกลับมาคิดว่าอยากทำอะไรให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เดินหน้าฝ่า AEC ต่อไปได้ จะโอเพนซอร์สหรือไม่โอเพนซอร์สก็ลองไปคิดดู

สำหรับผมเองเลิกคิดเรื่องการสนับสนุนการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในกลุ่มผู้ใช้ไปนานแล้ว เพราะไม่ว่าอย่างไร ความคุ้นเคย ความสะดวกสะบาย ก็เป็นที่ชื่นชอบของคนส่วนใหญ่ หากต้องมาใช้งานซอฟต์แวร์ที่ไม่คุ้นเคยการต่อต้านย่อมเกิด การต่อต้านจะไม่เกิดเมื่อองค์กรมีนโยบายที่ชัดเจน ต้องการลดต้นทุนซอฟต์แวร์ลงจริงๆ ช่วงปี 2009 กระแสของ Cloud เริ่มมาแรงทั้ง IaaS และ SaaS การเปิดตัว Google Apps การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ SaaS ทำให้เกิดโมเดลธุรกิจแบบ Pay as You Go กระแสการใช้ SaaS เน้นการจ่ายที่น้อยลง ซึ่งได้ผลลัพท์ที่ดี ดังนั้นเรื่องโอเพนซอร์สน่าจะวนกลับไปเป็นเรื่องหลังบ้านที่คนทั่วไปไม่ต้องรับรู้น่าจะดีที่สุด การสนับสนุนให้นักพัฒนาต่อยอดความสามารถจากซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจะเป็นต้นทุนที่ดีในการเริ่มทำผลิตภัณฑ์และบริการ จะช่วยลดเวลาในการเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว หากใช้โมเดลในการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สก็จะยิ่งเกิดประโยชน์มหาศาล

ไม่มีงบแล้วจะทำอย่างไร? ในปี 2010 ผมโดนให้ออกจากสำนักงานฯ ไปเร่ร่อนอยู่ 3 เดือน เรื่องจากปัญหาเรื่องงบประมาณ ซึ่งเป็นปัญหาที่ลามมาจากปัญหาการเมืองภายใน พอกลับเข้ามาทำงานอีกครั้งในปี 2011 ฝ่ายโอเพนซอร์สก็โดนยุบเนื่องจากการปรับโครงสร้างองค์กร มีนโยบายไม่ให้วิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอย่างระบบปฏิบัติการ Suriyan และชุดซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส Chantra ก็บอกเป็นนัยแล้วว่า การสนับสนุนการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สคงไม่มีแล้ว ให้เตรียมกดสวิตท์พาราชูตได้ จากหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้ผมไม่ค่อยแคร์เรื่องเหล่านี้เท่าไร เรียกได้ว่าเข้าใจ มีเริ่มก็ต้องมีเลิก เป็นเรื่องธรรมดา สำหรับคนที่ติดตามจาก thaiopensource.org, บล็อกของผมที่นี่ และสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็คงได้รับประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร, How-To และบทความต่างๆ ไม่มากก็น้อย อนาคตจะเป็นอย่างไรก็คงต้องรอดูกันต่อไปครับ