ลอง Flutter for web ใน Raspberry Pi Kiosk

ความเดิมจากตอนที่แล้ว… หลังจากพยายามเอา Flutter Desktop App ไปทำงานบน Raspberry Pi (Raspbian) ไม่รอดก็เลยมาลองเป็น Flutter for web กัน ตัว Web App ที่ได้จากการ build จาก Fultter จะได้ไฟล์ html มา เราสามารถเอาไฟล์ไปใช้งานได้เลย ซึ่งครั้งนี้เอามาลองทดสอบดูว่าถ้าเอาไปใส่ใน Raspberry Pi Kiosk ที่เปิดด้วย Chromium browser แล้วจะเป็นอย่างไร ลองดู video กัน

จากการทดลองผลลัพท์พอใช้ ถ้าต้องการแสดงผล animation แบบสวยๆ อาจจะต้องไป run บน Android แทน 😀 สำหรับ Flutter for web ยังอยู่ในช่วง technology preview ยังไม่เหมาะสมกับการใช้ในงาน production ครับ

ประสบการณ์ Dart และ Flutter

ช่วงนี้ได้เขียน Mobile App โดยใช้ Flutter อยู่ 2 โครงการ ปล.โครงการที่ 3 ยังไม่ตัดสินใจ แต่เห็นว่าจะไป react native ก็ไม่ว่ากัน ตัวโครงการแรกเป็น App แนว E-Commerce ซึ่งมี front end ที่เป็น mobile อยู่ ส่วน back end เป็นเว็บ e-commerce และเพิ่มโมดูล REST API เข้าไป อีกโครงการเป็นเว็บคล้ายๆ E-Commerce อันแรก แต่กึ่ง Social Network เน้น Chat ตัวต่อตัว คงไม่ลงในรายละเอียด

เท่าที่ได้เขียน Flutter มาได้สักระยะ เริ่มที่จะคุ้นเคยและคล่องขึ้น เรื่อง multi platform ทั้ง iOS และ Android ผมว่า Flutter ทำได้ดีมากๆ แต่ก็มีเครื่อง package version conflic บ้าง (ก่อนเลือกใช้ต้องดูดีๆ) ก็ทำเอาปวดหัวตอน build แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี

อีกเรื่องคงเป็นการ cross compile ตัว flutter engine ให้ไปทำงานบน Raspberry Pi แบบ Desktop App แต่ตอนนี้ยังติดปัญหาอยู่ คิดว่าอีกสักพักอาจจะลองดูใหม่ 🙂

ได้ไปเขียน Backend บน Dart มาโดยใช้ package http สร้าง REST API ซึ่งผมว่าเหมาะสมดีมากๆ เพราะ dart engine มีทั้ง X68_X64 และ ARM จับใส่ container ไป run ที่ไหนก็ได้ มีคนแนะนำ aqueduct.io นั่งดูแล้วใช้ได้เลย… เขียนดิบๆ อยู่ตั้งนาน

สำหรับ Dart เชื่อมต่อกับ elasticsearch ก็ทำได้ดี จริงๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนเพราะเรียกใช้งานผ่าน REST API ชีวิตก็สะดวกหน่อย จับใส่ container ครอบด้วย Kong ก็น่าจะดี ยังไม่ได้มีโอากาสทดลอง Kong แต่เอาเป็นว่าเดี๋ยวถ้ามีเวลาคงได้ลอง

ปล. ผมเข้า Facebook ไม่ได้ ติดตามกันได้ที่ Twitter ละกันครับ

มหากาพย์ port flutter ไป Raspberry Pi (ARMv7)

ช่สงนี้ได้ทดลองอะไรบางอย่างเพราะว่าความน่าสนใจของ flutter เรื่องการเขียนและการ compile cross platform ซึ่งน่าสนใจมาก และบังเอิญมีคนที่ build desktop app บน Raspberry Pi ได้ก็รู้สึกว่าน่าสนใจมากๆ

ก็เลยตามต่อไปที่ medium ซึ่งหัวข้อบทความสยองมาก คือ Flutter on Raspberry Pi (mostly) from scratch งั้นต้องลอง!! ก็เลยได้ประสบการณ์ในการ build ไป 2 วัน ก็เลยถือโอกาสมา blog ประสบการณ์การ port flutter สักหน่อย

หลักการของ flutter ออกจะซับซ้อน แต่แนวทางถือว่าใช้ได้เลย เสียอย่างเดียวคือเรื่อง cross compiler อืมมม…จะเล่ายังไงดี ดู diagrame น่าจะเข้าใจ

ถ้าใครเคยเขียน flutter มาก่อนจะทราบว่าถ้าเราจะ build app บน platform ใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น Android, iOS และบน Desktop จะต้องมีเครื่องมือในการ compile สำหรับ platform นั้นๆ ด้วย ในการณีนี้คือ ต้องการ port flutter ไป build desktop app เพื่อใช้งานบน raspberry pi ซึ่งแนวคิดออกจะดิบโหดสักหน่อย ดังนั้นเครื่องมืออย่าง flutter ต้องทำงานได้บน ARM และมี build tools ครบสำหรับการ build desktop app ด้วย

ถ้าดู architecture ของ flutter สิ่งที่ต้องทำคือ ต้อง compile flutter engine ใหม่ให้ใช้งานกับ ARMv7 (ผมใช้ raspberry pi 4) เลยต้องไล่ compile ตั้งแต่ llvm+clang, binutils ซึ่งกว่าจะ compile ได้ครบก็กินเวลาไป 2 วัน พอถึงตอนจะ compile engine ก็เกิดปัญหาซะงั้น

พอสั่ง gclient sync ดึงโค้ดของ engine ได้ source code มาไม่หมดไม่รองรับ Arch ที่จะ compile เอวัง… ไว้คราวหน้าลองใหม่บน ARMv6 นะ 😀

ย้ายข้อมูลใน Firebase

ช่วงนี้เขียน mobile app ใช้บริการ Firebase เยอะมาก ทั้ง Authentication, Firestore, Firestorage ฯลฯ แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเรื่องต้องย้ายข้อมูล เอาเป็นว่างานงอกกกกก หลังจากย้ายข้อมูลอยู่หลายวิิธีก็พบว่าใช้เครื่องมือหลายอย่างมาก ขอสรุปสั้นๆ ดังนี้

  • Firebase Authentication ใช้ firebase cli ในการ import/export ข้อมูลผู้ใช้
  • Firestore ใช้ gcloud cli สั่ง import/export ข้อมูลไปยัง Cloud Storage หรือใช้ node-firestore-import-export ก็ได้
  • Firebase Storage ใช้ gcloud หรือ Cloud Console ย้ายข้อมูลใน bucket ได้

ภาวะสายตายาวและพฤติกรรมคนแก่

ผมมีภาวะสายตายาวมาได้ 6 เดือนละ มีอาการมองใกล้ไม่ค่อยชัด ต้องถอดแว่นสายตาออกถึงจะมองเห็นชัด พอมองไกลออกไปหน่อยจะเห็นไม่ชัด ต้องใส่แว่นสายตาสั้นถึงจะมองเห็นชัด เป็นอาการที่น่ารำคาญและใช้ชีวิตไม่เป็นปกติเท่าไร และจะมีพฤติกรรมคนแก่ เช่น มองลอดแว่น ถอดแว่นเข้าออก เป็นต้น

คงต้องตัดแว่น progressive ใส่ละ ช่วงนี้ศึกษาเรื่องเลนส์ progressive ไปพลางๆ ก่อน ได้ความรู้เพิ่มเติมจะมาอัพเดทกันอีกรอบ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสายตายาว ได้ที่ MThai ครับ

Firebase Tips, Tricks และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ

ตอนแรกว่าจะ blog เรื่องประสบการณ์เขียน Flutter กับ Firebase สักหน่อย แต่เห็น Fireship ทำ video เรื่อง 100 Firebase Tips, Tricks, and Screw-ups มาแล้ว มีเนื้อหาที่น่าสนใจหลายเรื่อง ก็เลยเอามาแปะไว้ก่อน ลองไปดูกันได้ครับ

วิดีโออืกชุดจะเกี่ยวกับ Firebase database สำหรับ SQL developer น่าสนใจดี

Wrap Omise REST API สำหรับ Flutter

ผมมีโครงการ Mobile App ที่ต้องเขียนเพื่อเชื่อมต่อกับ Omise เพื่อรับ-จ่ายเงิน ผ่านบัตรเครดิต และทำ Digital Wallet สำหรับลูกค้าในตัว แต่เนื่องจากโดนเบรคเรื่อง Wallet ไป ก็เลยไม่ได้ทำต่อ ตอนนี้ก็เอา Omise class ที่เชื่อมต่อกับ REST Api มาแปะไว้ก่อนเผื่อใครอยากทำต่อ หรือ ทำ package ที่ถูกต้องสำหรับ flutter น่ะครับ 🙂

ใครสนใจก็ไปดูกันได้ที่ github ปล.โค้ดแบบลวกๆ และทำเฉพาะ charge ด้วย token นะครับ

แนะนำ Flutter Package เผื่อได้ใช้เหมือนกัน

Flutter มีเว็บรวม package เพื่อเพิ่มความสามารถให้ app ซึ่งเราสามารถค้นหา package ที่ต้องการได้ที่ pub.dev ในเว็บนี้จะรวม package ที่ใช้งานกับ flutter, web และ dart อยากได้อะไรก็ลองไปค้นในนี้ดูก่อนได้

สำหรับ package ที่ผมใช้ มีดังนี้

  • firebase_core – firebase
  • firebase_analytics – firebase analytics
  • cloud_firestore – firebase database
  • firebase_storage – firebase cloud storage
  • firebase_messaging – firebase cloud messaging
  • firebase_auth – firebase authentication
  • google_sign_in – google sign-in
  • google_maps_flutter – google map
  • circular_profile_avatar – circular avatar
  • qr_flutter – QRCode
  • font_awesome_flutter – Fontawesome icon
  • flutter_money_formatter – Money format
  • connectivity – Check connectivity
  • double_back_to_close_app – Double press back to exit app
  • cached_network_image – Show network image + cached image
  • package_info – Read package infomation
  • url_launcher – URL launcher
  • photo_view – View photo support pitch to zoom
  • flutter_credit_card – Credit card input
  • fluttertoast – Toast
  • image_picker – Image Picker
  • flutter_local_notifications – Local notification
  • geoflutterfire – Geo-query
  • geolocator – Geolocation
  • shared_preferences – Share Preference
  • international_phone_input – International phone number input
  • pin_input_text_field – PIN input
  • flutter_masked_text – Masked Text input
  • place_picker – Place picker
  • multi_image_picker – Multiple images picker

ใครสนใจตัวไหนก็ไปลองเล่นกันดูได้

พิมพ์ชิ้นงาน 3D หลายสีด้วยเครื่องหัวพิมพ์เดียว

Cura รุ่นใหม่ๆ มีเครื่องมือ Post Processing ทำให้เราสามารถแก้ไข g-code ที่สั่ง slide มาได้ โดยการเพิ่มคำสั่งที่เราต้องการลงไปได้ วิธีการเพิ่มคำสั่งก็ง่ายมาก แค่คลิกเลือกคำสั่งที่ต้องการได้เลย ตัวอย่าง เช่น เราต้องการพิมพ์ชิ้นงานหลายสีด้วยเครื่องหัวพิมพ์เดียว ก็สามารถทำได้ วิธีการก็ง่ายมากๆ สั่งแค่ pause ที่ layer ที่ต้องการเปลี่ยนเส้น ง่ายๆ แค่นี้เอง 🙂

แปะวิดีโอไว้นิดนึง

ชีวิตบน Flutter เป็นยังไง เริ่มต้นเขียน Flutter ยังไง

ผมทำงานด้าน Backend มาตลอด ทำทั้งด้าน System Admin, CI/CD, Build Automation และ Release Management ที่ต้องทำเองก็เพราะว่าไม่มีคนทำให้​ ชีวิตก็เลยไปอยู่ฝั่ง Backend เยอะมาก แต่จริงๆ ผมเป็น Developer นะ ผมกลับมาเขียน Mobile Front-end อีกรอบ คิดไปคิดมาอยู่หลายรอบว่าจะเขียนด้วยอะไรดี React Native หรือจะเขียน Flutter สุดท้ายก็มาทาง Flutter เพราะโดนป้ายยามา 😛

ช่วงแรกที่หัดเขียน Flutter ก็พบว่า “นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย” เพราะเขียน Android Native มาตลอดยังปรับตัวไม่ค่อยได้ แต่ความรู้เก่าๆ ที่เขียน Android Native มาก็ปรับใช้ได้ แต่ก็มีสิ่งที่ประหลาดๆ ใน Flutter เช่น Future และ Asynchronous นี่แหละ เพราะรู้สึกว่าเหมือนมันไม่มีอะไรที่แน่นอนกับชีวิตแปลกดี แต่ก็เป็นความรู้ใหม่ที่เลี่ยงไม่ได้ อีกอย่างคงเป็น Widget แปลกๆ อีกมากมายที่รู้สึกว่ามี Widget เยอะจัง อีกเรื่องก็เป็น State ซึ่งไม่เหมือน Life Cycle บน Android เท่าไร

สำหรับเรื่อง UI บน Flutter ใช้ Widget ต่างๆ มาประกอบกัน ซึ่งก็คล้ายกับเขียน Layout บน Android ก็เลยปรับตัวไม่ยาก แต่ต้องไปดู Widget ต่างๆ ว่ามีอะไรให้ใช้งานได้บ้าง ถ้ามีคนถามว่าจะเริ่มเขียน Flutter ยังไง ผมคิดว่าต้องมีความรู้ Mobile App Dev สักตัวจะเป็น Android หรือ iOS ก็ได้ เพราะ Dart จะคล้าย Java หน่อยๆ เขียนโค้ดไปมันจะค่อยๆ พิศดารขึ้นเรื่อยๆ และจะทะยอย optimized ไป

เครื่องมือที่ใช้เขียนโค้ด หลายคนแนะนำ Visual Studio Code ผมคิดว่าถ้าใครถนัด Visual Studio Code ก็ใช้ครับ ผมว่าก็สะดวกดี ถ้าใช้ sublime มาจะสนุกนะ แต่พอจะต้องใช้เครื่องมืออัตโนมัติอย่างเช่น generator ต่างๆ ก็คงต้องกลับไปใช้ Android Studio เหมือนเดิม ช่วงแรกผมก็ใช้ Visual Studio Code แต่ระยะหลังๆ ก็กลับมาใช้ Android Studio เหมือนเดิม เพราะต้องใช้เครื่องมือ generator นี่แหละ ผมทำ locale ภาษาอื่นๆ ด้วย เลยต้องใช้เครื่องมือช่วยสร้าง code จากไฟล์ locale ด้วย

ถ้าอยากจะเริ่มเขียน Flutter คงแนะนำให้อ่านจากเว็บ Flutter ก่อน ถ้ามีประสบการณ์เขียน Mobile App มาบ้าง ไปดูหัวข้อ Cookbook ได้เลย จะทำให้ศึกษาได้เร็วมากขึ้น สำหรับ Widget คงต้องค่อยๆ ลองใช้ดู เพราะเยอะมาก ลองไล่ศึกษาจาก Widget Catalog ช่วยชีวิตได้เหมือนกัน เพราะเวลางงๆ ก็กลับมาอ่านทุกครั้งสำหรับ Tutorial มีเยอะมากในอินเตอร์เน็ต ลองไปค้น Youtube กันดูได้ครับ 🙂 เกือบลืมไป ผมทำรายการ package ที่ใช้ไว้ใครสนใจก็เอาไปลองเล่นดูได้ครับ

อีกอันจะเป็น The Boring Flutter Development Show แต่ละตอนอาจจะยาวหน่อยเพราะเป็น live code และเป็น pair programming ด้วย เราจะได้เห็นแนวคิดและการแก้ปัญหาต่างๆ ผ่านรายการนี้ ได้ประโยชน์มากๆ