เก็บตกงาน Open Source Festival 2010

ผมมีโอกาสได้ไปงาน Open Source Festival 2010 ที่สถาบันปัญญาภิวัฒน์ แต่ไปสายนิดหน่อยตอนบ่ายกว่าๆ เลยพลาดหลายเรื่องที่น่าสนใจไป เช่น พิธีเปิด คุณเจมส์พูดเรื่องความสำคัญของโอเพนซอร์สในด้านองค์กร และอื่นๆ ผมก็เลยพบว่าน่าเสียดายมากๆ แต่ไม่พลาดหัวข้อ how to build community ซึ่งจัดอยู่ชั้น 2 ของอาคาร อ่ะแน่นอนผมหลงทางเหมือนเดิม การไปร่วมงาน Open Source Festival ครั้งนี้ทำให้รู้ว่าคนเริ่มสนใจ Open Source มากขึ้น อีกทั้งยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มากขึ้นด้วย ซึ่งประเทศไทยละเลยเรื่องนี้มากว่า 10 ปี แต่เอาล่ะคนก็เริ่มเข้าใจและหาทางออกให้กับเรื่องนี้มากขึ้น
ผมได้มีโอกาสได้พบหลายคนที่อยู่ในแวดวงโอเพนซอร์สทั้งบริษัทและคนคุ้นเคย จากสื่อเครือข่ายสังคม ทำให้รู้จักหน้าตาพวกเขามากขึ้น คงไล่จากบริษัทที่ผมเข้าไปคุยด้วยดีกว่ามาเริ่มกันเลย
* บจก.ฟาสฟอร์เวิร์ด ทำโมดูลและโปรแกรมที่ฝังเข้าไปใน Joomla มีหลายโปรแกรมที่น่าสนใจ
* บจก.โอเพนซอร์สเดวิลอปเม้น ทำธุรกิจด้านการสนับสนุนการเปลี่ยนมาใช้งานโอเพนออฟฟิสและโซลูชั่นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับระบบในองค์อร
* บจก.ครีเอชันโปร อาจจะงงๆ หากเอ่ยชื่อนิตยสารโอเพนซอร์สทูเดย์อาจจะร้องอ๋อก็นี่แหละครับ นิตยสารโอเพนซอร์สหนึ่งเดียวในประเทศไทย อ้อเขามีของเล่นใหม่คือ Zentyal
* บจก.บลูบอล เอาซอฟต์แวร์ CMS สัญชาติเวียดนามมาโชว์ชื่อ Tomato CMS ซึ่งเจ้าตัวนี้เจ๋งมากๆ เค้าบอกว่า ทำเว็บไซต์ก็คือเอา Widget มาวางๆ ไอเดียดีครับ
* บจก.ยูบีเอช หรือ SCS เดิมเป็นตัวแทนจำหน่าย RedHat ซึ่งทีมงานนี้ยังสนุกสนานได้สม่ำเสมอเอาเทคโนโลยีของ RedHat มาโชว์ไม่ว่าจะเป็น RedHat Cluster และ RedHat VM ตบท้ายด้วยสอบ RHCx เหมือนเคย
เดินคุยได้ประมาณนี้ จากนั้นได้พบ อ.สมพันธ์ เลยได้คุยกันเรื่อง MySQL Cluster และ Web Cluster กันนิดหน่อย ได้เจอ จรูญ ทีมงาน LaunchPad จาก Canonical คำถามแรกที่จรูญถามคือเรื่อง Suriyan ซึ่งทุกคนถามเรื่องนี้กันบ่อย 😛 อ่ะนะ มันเป็นเรื่องการเมือง คุยกันเรื่องเก่าๆ เมื่อสมัย Suriyan และ Chantra เริ่มต้นแรกๆ เป็นยังไง เรื่องงาน Contribute ในส่วน Translation Team และเรื่องอื่นๆ ที่นึกออก พี่จากกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ของประเทศลาวพี่เค้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ Joomla อ้อหรือจะเรียกว่าทีมงาน Joomla Lao ดี ก็ได้คุยกันเรื่องโอเพนซอร์สในประเทศลาว ตบท้ายด้วย ทีม ODP หรือที่รู้จักกันในชื่อ OpenTLE ของ NECTEC ซึ่งก็มีแซวกันเล็กน้อย แต่ทุกคนก็สนุกสนานกันดี เหมือนมางานรวมรุ่นคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนก็ได้เห็นหน้าค่าตากันก็ รู้สึกสนุกดี วันพรุ่งนี้จะเดินไปบูธอื่นๆ เพื่อเก็บข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังครับ 🙂

ติดตั้ง Mint Menu ให้ Ubuntu กัน

ใครใช้ Linux Mint ก็คงชอบเมนูแบบ Mint ที่แปลกตาเพราะทุกอย่างมันมากองอยู่ที่ Menu ซะหมด เรียกใช้โปรแกรมได้ง่ายโดยการกำหนดรายการโปรด เมนูก็จะมากองอยู่หน้ารายการโปรดให้เรา ทำให้การเข้าถึงโปรแกรมทำได้ง่ายมากขึ้น ใครนึกไม่ออกว่า Mint Menu หน้าตาเป็นยังไงดูภาพจากข้างล่างครับ

การติดตั้งก็ทำได้ง่ายๆ มาลงมือกันเลย อันดับแรกสร้างไดเรคทอรี temp เพื่อเก็บไฟล์แพคเกจก่อนครับ

mkdir temp
cd temp

จากนั้นดาวน์โหลดไฟล์แพคเกจ

wget http://packages.linuxmint.com/pool/main/m/mint-translations/mint-translations_2010.02.02_all.deb
wget http://packages.linuxmint.com/pool/main/m/mint-common/mint-common_1.0.5_all.deb
wget http://packages.linuxmint.com/pool/main/m/mintmenu/mintmenu_4.9.9_all.deb

จากนั้นสั่งติดตั้งด้วย dpkg

sudo dpkg -i *.deb

โปรแกรมจะแจ้ง dependency และโปรแกรมอื่นๆ ที่ต้องใช้ร่วมด้วยให้ใช้ติดตั้งเพิ่มโดยใช้คำสั่ง

sudo apt-get install -f

หลังจากติดตั้งเสร็จแล้วให้เราเอา Applet Gnome Main Menu ออกจากพาเนล แล้วเพิ่ม Mint Menu เข้าไปแทน แก้ไข Icon ตามต้องการคุณก็จะได้ Mint Menu แบบนี้ อ้อ อันนี้ของ Linux TLE 10 ครับ

แชร์เน็ตง่ายๆ ด้วย Firestarter

ผมมักใช้บริการ Internet Hotspot ตามโรงแรมอยู่บ่อยๆ เวลาไปต่างจังหวัด ซึ่งแน่นอนต้องซื้อบัตรอินเตอร์เน็ตเพื่อใช้งาน Wifi ของโรงแรมแต่เพื่อนร่วมห้องที่ไปด้วยเขาจะใช้อินเตอร์เน็ตบัญชีผู้ใช้เดียว กับเราไม่ได้ โรงแรมมักจะล็อกบัญชีผู้ใช้ ซึ่งนั่นทำให้เราต้องหาวิธีการง่ายๆ ที่ไม่เสียตังค์ค่าบัตรอินเตอร์เน็ตเพิ่มอีก วิธีง่ายๆคือการแชร์อินเตอร์เน็ตให้เพื่อนร่วมห้องเราใช้ไงครับ 🙂
พอพูดถึง Share Internet คุณอาจจะนึกถึงคำสั่งตั้งค่า Firewall ที่อ่านไม่ค่อยรู้เรื่องหรือตั้งแก้ไขไฟล์โน่นนี่นั่น คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นอีกต่อไป ผมจะมาแนะนำวิธีง่ายๆ ในการแอบแชร์อินเตอร์เน็ต Wifi ของโรงแรมให้ครับ 😛 มาทำความเข้าใจกันก่อน ผมใช้เครื่อง Notebook มี Wireless มี Lan port ในส่วนของ Wireless เราใช้เกาะ Wifi ของโรงแรม ส่วน Lan port เราเอาไว้แชร์เน็ตให้เพื่อนเราครับ มาดูอุปกรณ์กันก่อน

  1. เครื่อง Notebook ของเราเอง
  2. เครื่อง Notebook ของเพื่อนเรา
  3. สาย Lan
  4. Switch (ใช้ในกรณีที่มีเพื่อนหลายคนมีสาย Lan ยาวเหลือเฝือ)
  5. Wireless Access Point ตัวเล็กๆ สักตัว (ใช้ในกรณีที่มีเพื่อนหลายคนแต่สาย Lan มีไม่ครบหรือสาย Lan ไปไม่ถึง)

โปรแกรมที่เราจะใช้คือ firestarter และ dhcp-server ครับ มาลงมือกันเลย เริ่มที่เครื่องของเราก่อน ให้ติดตั้งโปรแกรม firestarter และ dhcp3-server ลงในเครื่อง
sudo aptitude install dhcp3-server firestarter
จากนั้นเปิด firestarter ขึ้นมาโปรแกรมจะตั้งค่าแบบ Wizard ให้เลือกอุปกรณ์เครือข่ายที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ในกรณีนี้คือ Wireless Lan (wlan0) คลิก Next เพื่อตั้งค่า Internet Connection Sharing

คลิกเลือกเพื่อ Enable Internet connection sharing Share เลือกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายใน eth1 คลิกเลือกที่ Enable DHCP เพื่อปล่อย IP ไปยังเครื่องเพื่อนเรา จากนั้นคลิก Next ไปเรื่อยๆ จนเสร็จ firestarter จะเริ่มการทำงาน firewall พร้อม share net ออกทางสาย Lan ให้เราด้วยเจ๋งมั๊ย เอ้าทีนี้เอาสาย Lan จิ้มจากเครื่องเราไปเครื่องเพื่อนได้เลย
ปล. ถ้าใครมีเพื่อนเยอะก็เอา Switch มาต่อหรือถ้ามีสาย Lan ไม่พอก็ใช้ Wireless Access Point ตัวเล็กๆ สักตัวก็ดีครับ 😉

มาปรับแต่งรูปแบบนาฬิกาบนพาเนลกัน

หลายคนชอบติดตั้ง dockbarx แต่ถ้าจะให้สวยมันต้องมีพาเนลสูงๆ แต่ปัญหาก็คือพื้นที่การแสดงผลก็จะลดน้อยลงด้วยเพราะเมื่อขยายขนาดพาเนลทุก อย่างก็จะใหญ่โตทั้งหมด วิธีง่ายๆ คือการแก้ไขการแสดงผลนาฬิกาให้สั้นลงเหลือแค่เวลาเป็นชั่วโมงและนาที ก็อาจช่วยได้ระดับหนึ่งแต่ถ้าจะให้ดีต้องมีวันที่และเวลาแบบครบชุดดังภาพ 😉

วิธีการปรับแต่งมีดังนี้
ใช้ gconf-editor แล้วหา key ที่ /apps/panel/applets/clock_screen0/prefs ดูตรง key ที่ชื่อ format ให้เปลี่ยนเป็น custom และตรง key ชื่อ custom_format ให้ใส่รูปแบบที่คุณต้องการลงไป เช่น

<span>%a %d %b</span>%n<span>%H:%M:%S</span>

ผลลัพท์ก็จะได้ดังภาพข้างต้น ถ้าอยากปรับแต่งขนาดฟอนต์ก็ลองนี่ดูครับ

<sup><span rise="3000" font_desc="Sans 7.5" color="#606060" weight="normal">%a %d %b</span></sup>%n
<sub><span font_desc="Sans 7.5" color="#606060" weight="bold">%I:%M %p</span></sub>

หรือ

<sup><span rise="1000" font_desc="Sans 7.5" color="#606060" weight="normal">%a %F</span></sup>%n
<sub><span font_desc="Sans 7.5" color="#606060" weight="bold">%H:%M %z</span></sub>

รูปแบบการปรับแต่งก็จะใช้ css เป็นหลัก เอาเป็นว่าลองเอาไปเล่นดู สร้างสีสรรให้กับเดสท็อปดีครับ

Mikrotik Router สายพันธุ์โอเพนซอร์ส

บังเอิญได้ Mikrotik Router มาตัวนึงเป็นรุ่น RB750 ด้วยความสามารถที่คนขายโฆษณามาทำให้ซื้อแบบงงๆ ในราคาที่คิดว่าไม่แพงเท่าไร เอาเป็นว่าอยากรู้ว่าเจ้าตัวนี้มีอะไรเล่นบ้าง ตามคำโฆษณามันเป็น Router หรือทำให้เป็น Switch ธรรมดาก็ได้ ทำเป็น Firewall ทำ VLAN ทำเป็น Internet Hotspot ทำ VPN และอื่นๆ ซึ่งมันออกจะเวอร์นิดหน่อยแต่มันก็ทำได้จริงครับ ความลับของเจ้าตัวนี้คือมันใช้ซอฟต์แวร์รวมทั้งระบบปฏิบัติการเป็นโอเพน ซอร์สทั้งหมด ซึ่งไม่น่าแปลกในว่า Router ตัวเล็กๆ ทำไมทำอะไรได้เยอะแยะจัง

เจ้าตัวนี้สามารถคอนฟิกผ่าน command line ใครเคยคอนฟิก Router Cisco ก็อารมณ์เดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถคอนฟิกผ่านโปรแกรมที่ชื่อว่า Winbox และผ่านหน้าเว็บ (ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรมาก) ของอุปกรณ์ได้ จากที่ได้สัมผัสการตั้งค่าผ่านเว็บแล้วรู้สึกทรมานมากเพราะมันทำอะไรได้ไม่ มาก แต่การคอนฟิกผ่าน command line และ Winbox นี่ช่วยได้เยอะ ท่านที่หลวมตัวซื้อ Mikrotik RB750 จะได้ RouterOS 3.29 รุ่นเก่าๆ แต่ถ้าอัพเดทตอนนี้จะเป็นรุ่น 4.11 มีของให้เล่นเพิ่มขึ้นใน Winbox อีกเยอะเลย ใครสนใจอุปกรณ์ในลักษณะนี้ก็ลองซื้อหามาลองเล่นกันดูได้ Continue reading Mikrotik Router สายพันธุ์โอเพนซอร์ส

แก้ปัญหาความละเอียดหน้าจอ Plymouth บน Ubuntu

Ubuntu มักมีปัญหา Plymouth Logo มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่จนน่าเกลียดเมื่อเราติดตั้งไดร์เวอร์ Nvidia หรือ ATI ลงไปแล้วซึ่งแทนที่จะดูสวยงามกลับแย่ลงกว่าเดิม ละแน่นอนมีหลายคนหงุดหงิดกับปัญหานี้ ผมมีวิธีง่ายๆ บังคับให้ Plymouth มีขนาดที่เหมาะสมและสวยงามเหมือนเดิมโดยการแก้ไข resolution ให้ Plymouth ออกมาสวยเหมือนตอนติดตั้งใหม่ๆ เอาล่ะมาแก้ไขกันเลย
อันดับแรกให้คุณติดตั้ง แพคเกจที่ชื่อว่า v86d โดยใช้คำสั่งดังนี้

sudo apt-get install v86d

จากนั้นแก้ default grub ที่ไฟล์ /etc/default/grub

sudo gedit /etc/default/grub

ดูบรรทัดที่ 9 แก้ไขจาก

GRUB_CMDLINE_LINUX_DEFAULT="quiet splash"

เป็น

GRUB_CMDLINE_LINUX_DEFAULT="quiet splash nomodeset video=uvesafb:mode_option=1280x1024-24,mtrr=3,scroll=ywrap"

แก้ไขบรรทัดที่ 18 จากเดิม

#GRUB_GFXMODE=640x480

เป็น

GRUB_GFXMODE=1280x1024

พอถึงขั้นตอนนี้คุณจะได้ค่า default ของ grub ใหม่ แต่จะใช้งานได้เราต้องแก้ไขในส่วน initramfs ด้วยดังนี้

sudo gedit /etc/initramfs-tools/modules

เพิ่มข้อความนี้ต่อท้ายไฟล์

uvesafb mode_option=1280x1024-24 mtrr=3 scroll=ywrap

จากนั้นสั่งให้ initramfs แรกใช้ framebuffer ดังนี้

echo FRAMEBUFFER=y | sudo tee /etc/initramfs-tools/conf.d/splash

สั่ง update grub ที่แก้ไขไปแล้ว

sudo update-grub2

และสั่ง update initramfs ดังนี้

sudo update-initramfs -u

จากนั้นทดลอง restart เครื่องดูครับ

จัดการเพลงบนเครื่องเล่น Sony Walkman ด้วย JSymphonic

เครื่องเล่นเพลง MP3 Sony Walkman เป็นเครื่องเล่น MP3 ที่ได้รับความนิยมทั้งเรื่องแบรนด์และความจุของตัวเครื่อง เครื่องที่ผมได้มาทดสอบเพื่อหาวิธีการแก้ไขเรื่องการอัพโหลดเพลงลงเครื่อง คือรุ่น NW-HD3 ขนาดความจุ 20G เรียกได้ว่าใส่เพลงได้หลายพันเพลงเลยทีเดียว เครื่อง Sony Walkman ที่ว่านี้จำเป็นต้องใช้โปรแกรมในการคัดลอกไฟล์ลงไป อย่างเช่น SonicState, MP3 File Transfer เป็นต้น สาเหตุที่ต้องใช้โปรแกรมเหล่านี้ก็เพราะว่าเครื่องเล่นจะอ่านฐานข้อมูลเพลง และเพลงจะถูกเข้ารหัสด้วย DRM พร้อมแปลงเป็นไฟล์ .oma 🙂 ดังนั้น เมื่อเราคัดลอกเพลงลงไปแล้วแน่นอนว่าคัดลอกออกมาก็จะเล่นเพลงเหล่านั้นไม่ ได้ เพราะติด DRM ไปแล้วนี่เป็นการป้องกันการคัดลอกเพลงและการอ่านไฟล์เพลงที่เครื่องเล่น MP3 ยี่ห้อดังๆ ชอบทำกัน

ปัญหาของเจ้าตัวนี้มีอยู่ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ SiPA เปลี่ยนมาใช้ Suriyan และ Ubuntu เกือบ 100% ทำให้อุปกรณ์หลายอย่างที่ซื้อมาเพื่อใช้กับ Microsoft Windows ใช้งานไม่ได้ เช่น USB Modem ยี่ห้อจีน เมื่อคราวที่แล้ว คราวนี้ถึงคิวเครื่องเล่น MP3 Sony Walkman ครับ เมื่อเราทำความเข้าใจว่าเจ้า Sony Walkman เจ้าปัญหามันทำงานยังไง และถ้าเป็นแบบนี้คงต้องหาโปรแกรมครับ โปรแกรมที่เราจะใช้กันคือ JSymponic หน้าตาโปรแกรมดังภาพ

โปรแกรมนี้ใช้ Java ก็ติดตั้ง Java 1.6 และค่อยดาวน์โหลด JSymphonic มาเรียกใช้งาน มาดูวิธีติดตั้งกันครับ

aptitude install ffmpeg sun-java6-jdk

จากนั้นดาวน์โหลด JSymphonic มาครับที่ http://symphonic.sourceforge.net/download.php?list.3 จากนั้นคลี่ zip ไฟล์ JSymphonic_v0.3.0_Ode_To_Freedom.jar ออกไปวางไว้ที่ที่ต้องการ จากนั้น chmod ให้สามารถ execute ได้

chmod 755 JSymphonic_v0.3.0_Ode_To_Freedom.jar

ให้คุณต่อเครื่องเล่น MP3 กับเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้น nautilus จะกระโดดขึ้นมาแสดงไฟล์ข้อมูลต่างๆ ให้คุณเรียกใช้งาน JSymphonic ด้วยคำสั่ง

./JSymphonic_v0.3.0_Ode_To_Freedom.jar

หากใช้งานครั้งแรกโปรแกรมจะให้ตั้งค่าต่างๆ ให้ถูกต้อง อ้ออย่าลืมว่า Sony Walkman ติด DRM เพราะฉนั้นคุณต้องมีไฟล์ DvID.dat อยู่ในเครื่องด้วยนะครับ ตั้งค่า Device Path ให้ถูกต้อง เช่น /media/SONY ส่วน generation ให้ดูจากรุ่นของเครื่อง การเอาเพลงเข้าออกก็เพียงค่คัดลอกไฟล์เพลงไปไว้ที่ Music แล้วสั่ง import เพลงจาก local folder ไปยังเครื่องได้

ตัดสินใจซื้อ LG GT540 Optimus แบบงงๆ

หาเรื่องซื้อมือถือใหม่ คิดว่าจะซื้อ WellcoM A88 จากที่เป็น Android 1.6 อัพเดทเป็น 2.1 เดินไปเดินมากที่ Future Park รังสิต ก็ยังหามือถือที่ถูกใจไม่ได้ อาการเดิยวกันกับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่ใช้มือถือแบบ PDA จนชินทำให้ไปซื้อ LG KP500 Cookies แต่ก็ใช้งานไม่ถนัดเท่าไร มีปัญหากับแป้นคีย์บอร์ดภาษาไทยตลอด ต้องยอมรับว่าพิมพ์แบบโทรศัพท์กดปุ่มไม่เป็นครับ 😛 พอมาเดินหามือถือที่จะใช้แทน KP500 ตัวเดิม ก็เกิดอาการเดิม คือ เลือกไม่ถูกว่าจะเอารุ่นไหน HTC, BB, iPhone, Nokia, Samsung, LG รู้สึกว่ามือถือมันเยอะไปหมด ที่ตัดออกไปคงเป็น HTC, BB, Nokia, iPhone ส่วน Samsung และ LG ก็น่าสนใจ นอกนั้นก็เป็น house brand อย่าง WellcoM โดยส่วนตัวไม่เคยใช้ Samsung อีกอย่างพยายามเดินหาศูนย์ Samsung ที่ Future Park รังสิต แล้วหาไม่เจอ เดินไปมาระหว่าง WellcoM เพราะตัดสินใจไม่ได้ อีกอย่างที่ Shop WellcoM ดูจะไม่ค่อยสนใจลูกค้าเท่าไร 😛 เลยเดินไปที่ LG Shop ถัดไปอีก 3 ล็อก ไปเจอ LG GT540 Optimus เลยตัดสินใจยากกว่าเดิมอีก ตั้งแต่ที่ใช้ LG มา 3 เครื่องรู้สึกว่ามันทนดี และดูตามความต้องการกับการใช้งานแล้วตรง อีกอย่างผมไม่ค่อยบ้าเห่อเทคโนโลยีมากนักเพราะมันจะแลกมาด้วยราคาที่แพงเกิน ไป เท่าที่คุยกับพนักงานขายเขาก็บอกข้อดี ข้อด้อยเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ก็ถือว่าจริงใจดี อีกอย่างราคากับคุณสมบัติเมื่อเทียบกันแล้วก็พอรับได้ LG เป็น inter brand และใช้มา 3 เครื่องแล้ว ถ้าซื้อ LG เครื่องที่ 4 จะเป็นไรไป ก็เลยตกลงใจซื้อ LG GT540 Optimus โดยไม่ได้คิดอะไรมาก

ภาพจาก MXPhone.com
เอาเป็นว่าซื้อแบบงงๆ อีกแล้ว ปัญที่ที่พบก็คงเป็นเรื่อง keyboard ภาษาไทยที่ LG พยายามแก้ปัญหา Keyboard ที่ตัวอักษรซ้อนกัน ผมก็ยังพิมพ์ keyboard ของ LG ไม่เป็นอยู่ดี สุดท้ายต้องลง keyboard เพิ่มเติม สำหรับปัญหาที่ติดมากับ Android 1.6 ก็คงเป็นเรื่องของ Bluetooth และ Task Management ปรับแต่งดีๆ หน่อยก็ใช้งานได้ถนัดมือแล้วครับ อ้อผมซื้อ SIM i-mobile 3gx มาทดสอบพบว่าใช้งานเร็วได้ดี ใช้เป็น Modem ก็แค่เสียบสาย USB เข้าไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ก็สามารถเล่นอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ผมใช้ Ubuntu เสียบสายปุ๊บ ตั้งค่า Mobile Broadband นิดหน่อยก็ใช้งานได้เช่นกัน
มีหลายคนถามว่าทำไมไม่ซื้อ WellcoM A88 เพราะปรับแต่งมาเรียบร้อยแล้ว อีกอย่างคุณสมบัติหลายอย่างดีกว่าเยอะมาก ผมตอบได้อย่างเดียวว่าไม่ทราบเหมือนกันครับ 😛 ราคาของ LG Optimus อยู่ที่ 7,990 บาท ซื้อที่ LG Shop ลดราคาได้นิดหน่อย แต่ถ้าซื้อที่ i-mobile shop ลดราคาได้ประมาณ 3% ที่เสียดายคงเป็นที่ ไม่ได้ลด 3% นี่แหละครับ เอาเป็นว่าผมมีความสุขดีกับ LG Optimus และ i-mobile 3Gx ถ้ารู้สึกเบื่อๆ ตอนไหนอาจจะไปซื้อยี่ห้ออื่นหรือรุ่นอื่นแทน
ปล. ผมยังใช้ LG KP500 โทรเข้าออกเหมือนเดิม ส่วน SIM 3G ที่ซื้อมากำลังหาทางออกให้มันอยู่ครับ 😛

ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมีราคา

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเขียนเรื่องนี้ทั้งๆ ที่เว็บไซต์นี้เกี่ยวกับโอเพนซอร์สอยากให้ท่านได้ลองอ่านแล้วพิจารณาสักนิด ว่าจริงหรือไม่ ซอฟต์แวร์(โอเพนซอร์ส)มีราคา จากอาทิตย์ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับผู้ประกอบการทั้งทางด้าน ISV และผู้ประกอบการด้าน Training ผมหยิบเอาปัญหาไปอภิปายเพื่อหาแนวทางแก้ไขซึ่งหลายคนที่ผมพูดคุยด้วยต่าง เห็นตรงกันว่า ซอฟต์แวร์ที่เป็นโอเพนซอร์สและไม่เป็นโอเพนซอร์สที่อยู่ในกระบวนการธุรกิจ นั้นมีราคา ซึ่งราคาที่ว่านี้ไม่ได้อยู่ที่ 0 บาท ธุรกิจซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สไม่ได้มีรายได้จากการบริจาค (Donate) หากรอคนบริจาคซึ่งมีอยู่เพียงน้อยนิดก็คงไม่ต้องกินข้าวกันพอดี ถ้าโปรแกรมเมอร์กินหญ้าได้ก็คงปลูกหญ้ากินไปแล้วล่ะครับ หากเคยอ่านบทความเก่าๆ ที่เคยเขียนเกี่ยวกับ Positive Cycle ท่านคงทราบแล้วว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นมือถือ เซิร์ฟเวอร์ หรือแม้กระทั่ง Router อันเล็กๆ ก็ประกอบไปด้วยซอฟต์แวรโอเพนซอร์ส ซึ่งท่านก็ต้องซื้อหามาใช้งาน นั่นทำให้ท่านต้องจ่ายเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา เอาล่ะหลายคนอาจมองเรื่องราคาในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการแบ่งสัดส่วนราคา ตามราบละเอียดที่ควรจะมี เช่น ค่าพัฒนา ค่าออกแบบ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ฯลฯ ซึ่งการกำหนดราคาแบบนี้ใช้ไม่ได้กับซอฟต์แวร์ที่เป็นกล่องๆ ใช้ได้เพียงการกำหนดราคาโครงการซอฟต์แวร์ในรูปแบบ tailer made เท่านั้น ซึ่งแน่นอนหากใช้ โอเพนซอร์สระยะเวลาในการพัฒนาและราคาต้นทุนจะต่ำ แต่ก็ยังคงมีราคาแต่ราคาที่ว่านี้จะตกไปอยู่ในส่วนของค่าบริการ ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากส่งมอบผลิตภัณฑ์นั้นๆ
หลายท่านอาจเห็นแย้งว่า ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สต้องฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย นั่นคงไม่ใช่หากซอฟต์แวร์เปล่านั้นเกิดขึ้นเองได้ ไม่ต้องมีคน contribute หรือไม่มีใครพัฒนาหรือเป็นคนต้นคิด อย่างนั้นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สคงไม่มีค่าใช้จ่าย หากแต่ซอฟต์แวร์เกิดขึ้นเองไม่ได้ ดังนั้นโมเดลธุรกิจเริ่มแรกเพื่อเป็นการจุนเจือนักพัฒนาและ contributor คือการบริจาค (Donate) แล้วก็พัฒนาซอฟต์แวร์ไปเรื่อยๆ ตามโอกาสจะเอื้ออำนวย เอาล่ะในแต่เชิงธุรกิจทำเช่นนั้นไม่ได้ รายได้ที่ได้จากการบริจาคต้องมากพอที่จะเลี้ยงพนักงานในบริษัทนั้นๆ ดังนั้นการพัฒนาต่อยอดซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ในรูปแบบธุรกิจจึงต้องมีราคา ซึ่งราคาไม่ใช่ 0 บาทดังเหตุผลข้างต้น เอาล่ะการทำเช่นนี้หากจะเรียกว่าหยิบฉวยโอกาสและข้อดีต่างๆ ของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมาปรับใช้ในธุรกิจซอฟต์แวร์ แต่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ ISV จะต้องพึงระรึกเสมอว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณพัฒนาต่อยอดหรือหยิบเอามาทำตลาดนั้นมา จากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้เริ่มต้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การ contribute งานกลับเข้าไปยังต้นน้ำยังเป็นเรื่องที่สำคัญ นั่นก็เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สำหรับซอฟต์แวร์ที่พัฒนาต่อยอดขึ้นมาแล้วหากจะจำหน่ายก็ควรพิจารณาในเรื่อง ของราคาต่างๆ ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
การกำหนดราคาซอฟต์แวร์ถือว่า เป็นปัญหาโลกแตกในประเทศไทย ซึ่งภาครัฐเองพยายามกำหนดราคากลางของซอฟต์แวร์รวมไปถึงคุณสมบัติเบื้องต้น ที่พอเหมาะพอควรกับซอฟต์แวร์นั้นๆ ซึ่งราคาบางอย่างเหมาะสมกับซอฟต์แวร์แพคเกจ แต่ไม่เหมาะสมกับซอฟต์แวร์แบบ tailer made ซึ่งปัญหาเหล่านี้คงต้องหาทางแก้ไขกันต่อไป สำหรับผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ ก็คงอดคิดไม่ได้ว่าทำไม ราคาซอฟต์แวร์มันถึงได้แพงอย่างนั้น ให้ฟรีได้มั๊ย ฯลฯ การพิจารณาความคุ้มค่าในเรื่องการลงทุนจัดซื้อซอฟต์แวร์ต่างๆ อย่างหนักซึ่งวิธีการคิดง่ายๆอย่าง TCO ก็เป็นวิธีคิดที่ดีเช่นกัน เอาล่ะผมคงไม่ได้เชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่อยากให้ผู้ใช้หรือลูกค้าเป็นผู้เลือกน่าจะเหมาะสมกว่า ประเด็นในเรื่องราคาคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับบ้านเรา เพราะลูกค้าเองก็ต้องการซอฟต์แวร์ที่มีคุณสมบัติที่ทำงานได้และราคาที่รับ ได้ คงไม่ใช่ 0 บาท หรือราคาที่อื้มไม่ถึง การเปิดรับในเรื่องการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สไม่ว่าจาก ISV หรือจากซอฟต์แวร์ต้นน้ำก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้อีกเช่นกัน

มาทำสงคราม Warsow กัน

Warsow เป็นเกมส์แนวเดินหน้าไล่ยิง (FPS) ใครเคยเล่น Quake III Arena มาก่อนก็แนวเดียวกันเลยครับ แต่เกมส์ Warsow ภาพในเกมส์มันออกจะแปลกนิด คือไม่เน้นภาพความรุนแรงแต่เอาความมันส์ ภาพในเกมส์จึงเป็นภาพลายเส้นการ์ตูน ทั้งตัวละคร ฉาก และไอเทมต่างๆ เล่นแล้วรู้สึกแปลกตาดีครับ อีกอย่างมันส์มากๆ ใครชอบ Quake III Arena ในสไตล์การ์ตูนห้ามพลาดกับ Warsow ครับ ใครอยากติดตั้งก็ดาวน์โหลดเกมส์ได้ที่ http://www.warsow.net สำหรับท่านที่ใช้ Ubuntu อยู่แล้วก็สามารถติดตั้งจาก Software Center ได้โดยตรงครับ มีรูปภาพกับวิดีโอให้ดูด้วยข้างล่าง

Continue reading มาทำสงคราม Warsow กัน