คิดว่าจะไม่มาเขียนเรื่องนี้อีกก้ออดไม่ได้ครับ เพราะว่าแนวคิดในบ้านเรามันออกจะขัดกับแนวคิดโอเพนซอร์สและหลักปรัชญาที่ควร จะเป็นเสียมากซึ่งผมมองว่าอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในบ้านเราจะไม่ได้อะไรเลย นอกจากการดาวน์โหลดโค้ดแล้วปะยี่ห้อใหม่ขายหรือทำได้เท่าที่มีคนทำให้ ไม่เกิดสิ่งใหม่ไม่เกิด innovation ใหม่ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ผมได้พูดคุยกับผู้ประกอบการหลายรายที่อยู่ใน Software Park ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Tailor-Made หรือรับจ้างทำของตั้งแต่ต้นเริ่มจากศูนย์ บางรายก้อ reuse โครงการของอีกที่นึงมา modified ให้ใช้ได้กับอีกที่หนึ่ง บางรายก้อใช้โอเพนซอร์สซอฟต์แวร์นี่แหละเอาไปทำให้ดูค้า เช่น เว็บไซต์ ระบบงานเอกสาร ระบบคลังความรู้ ฯลฯ เอาล่ะคุณน่าจะมองเห็นภาพของธุรกิจอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ใมนบ้านเราบ้างนิดๆ หน่อยๆ พอหอมปากหอมคอ อ้อ อันนี้ไม่รวมถึงพวก partner จากบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาตินะครับ ฮะๆ ธุรกิจซอฟต์แวร์ในบ้านเรามีคู่แข่งเยอะจริงๆ
เอาล่ะจากการโหมโรง เมื่อหลายปีก่อนเกี่นสกับโอเพนซอร์สได้มีการนำเอาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สไป ใช้งานกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจซอฟต์แวร์แบบจ้างทำของ หรือการบริการแบบครบวงจรอย่างธุรกิจบริการพื้นที่เว็บไซต์ รับทำเว็บ ฯลฯ เท่าที่สังเกตจากช่วงเปลี่ยนผ่านของ CMS รายหนึ่งในต่างประเทศ ไม่ต้องอ้อมค้อมละกัน จาก Mambo ไปเป็น Joomla การเปลี่ยนผ่านครั้งนั้นสร้างผลกระทบหลายอย่างซึ่งไม่ได้เป็นผลกระทบทางตรง แต่เป็นทางอ้อม คือแนวทางการพัฒนา component ของ Mambo ก่อปัญหาเกิดช่องโหว่ของ component หลายตัวทำให้เกิดการ crack เว็บครั้งใหญ่โดยการยิง script ไปยังเว็บต่างๆ ที่ใช้ Mambo เรียกได้ว่าเจ็บตัวกันไปหลายรายเลยทีเดียว และที่แน่นอนผู้ประกอบการหลายรายในไทยก้อโดนโวยจากลูกค้าที่ส่งมอบงานไปแล้ว ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายก้อได้มาปรึกษาผมเช่นกัน (ไม่ขอเอ่ยชื่อละกันนะ) ถามไปถามมาปรากฏว่าผู้ประกอบการเองก้อยังไม่เข้าใจการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ โอเพนซอร์ส และยังไม่เข้าใจโอเพนซอร์สเสียด้วยซ้ำซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจ เขาเพียงบอกกับผมว่ามันมีให้ดาวน์โหลดมาใช้ มันง่ายดี แต่ไม่รู้ทำไมโดนแฮ็ก Continue reading