ผมเปิดคอร์ส Android ที่ ClassStart.org เอาเอกสารการสอนและวิดีโอขึ้นไปหมดแล้ว แต่คิดว่าน่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกหน่อยแต่คงทะยอยทำขึ้นไปเรื่อยๆ ช่วงก่อนสงกรานต์มีผู้ใหญ่ท่านนึงมาจุดประกายเรื่อง OpenShift ไว้ก็เลยทำ Slide + Video การใช้งาน OpenShift เพิ่มเติมเป็นเนื้อหาพิเศษที่ ClassStart.org แต่ไม่ได้เป็นคอร์สแยก คิดว่าจะทำเป็นคอร์สแยกในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า (นานไปมั๊ย) สำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถเข้าไปเรียนได้ครับ อ้อ สำหรับท่านที่ไม่สะดวกก็สามารถดู Slide ข้างล่างได้ครับ

 

ส่วนวิดีโอ Tutorial จะเป็น Video ใบ้ ใช้ประกอบกับ Slide ในแต่ละส่วนมีดังนี้

 

Gartner ประกาศเทรนด์เทคโนโลยีประจำปี 2013 และเป็นอย่างที่คาดไว้คือ Cloud Computing ไม่ได้เป็นเทรนด์อีกต่อไปแล้ว เนื่องจาก Cloud Computing กลายเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องพูดถึงอีกต่อไป จากนี้จะเป็นการเชื่อมโยงข้อมูล ซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันเข้ากับ Cloud Computing ที่เป็นเทรนด์เทคโนลยีที่ยาวนานมากกว่า 4 ปี และเช่นเดียวกัน การรับเอาโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์มาใช้หรือพัฒนาต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการก็ไม่ได้หยิบยกเอามาอ้างอิงอีกต่อไป เพราะโอเพนซอร์สกลายเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีในปัจจุบันไปแล้วเช่นกัน Gartner เคยทำนายเกี่ยวกับเทรนด์เทคโนโลยีในแต่ละปีไว้อย่างน่าสนใจ มีนัยสำคัญ และสอดคล้องกับความเป็นไปในเทคโนโลยีในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ดังนั้นองค์กรที่สนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีจะติดตามการายงานเทรนด์เทคโนโลยีในทุกๆ ปี บทความนี้เราจะมาระลึกอดีตถึงเทรนด์เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับ Cloud Computing กัน

เทรนค์ที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเริ่มจาก Gartner ทำนายเกี่ยวกับการเติบโตของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สไว้ 3 แนวทาง ๖(เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว)

  • องค์กรมีความรู้เกี่ยวกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมากขึ้น
  • องค์กรเริ่มรับเอาโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์มาใช้ และพัฒนาต่อยอดมากขึ้น
  • นักพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหันมาใช้ IaaS มากขึ้น
  • โครงการซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่เริ่มทำธุรกิจบน SaaS เริ่มมีการใช้สัญญาอนุญาติแบบ GNU/AGPL

และเทรนค์ที่เกี่ยวข้องกับ Cloud Computing มีหลากหลายแง่มุม (เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว)

  • Cloud Computing เริ่มเข้ามามีบทบาท
  • เกิดบริการ IaaS เพื่อรองรับการใช้งาน Virtual Infrastructure เกิดยุค Pay per Use
  • ธุรกิจซอฟต์แวร์เชิงบริการอย่าง SaaS เริ่มมีอนาคต
  • Mobile App เติบโตและสอดรับกับการเติบโตของ SaaS
  • เกิดบริการ Storage บน Cloud มากขึ้น
  • เกิดบริการ BI และเกี่ยวข้องกับ BIG Data บริการ IaaS และ SaaS
  • เกิดบริการ App Store บริการ SaaS

Continue reading

ทีม RedHat OpenShift ได้นำเสนอ Video พัฒนา Foursquare ของตัวเองด้วย MongoDB บน OpenShift ซึ่ง Video นี้นำเสนอความสามารถในเรื่องของการทำ index แบบ geospatial บน MongoDB และการออกแบบ collection กำหนดคุณสมบัติ ให้ทำงานได้เหมือนกับ Foursquare อยากรู้ว่าทำยังไง สามารถดูได้จาก Video ข้างล่างครับ

ช่อง Windows Azure บน Youtube นำเสนอ Video ชุด How SaaS Changes an ISV’s Business ซึ่งเป็นวิดีโอที่น่าสนใจมาก David Chappell จะมาอธิบายว่า SaaS เปลี่ยนธุรกิจซอฟจ์แวร์อย่างไร สำหรับท่านที่สนใจสามารถดูได้จาก Video ข้างล่าง หรือติดตามได้ที่ Windows Azure Channal

ผมได้รับ Invite จาก HP เพื่อเข้าทดสอบใช้งาน HP Cloud ต้อนรับวันวาเลนไทน์กันเลยทีเดียว เบื้องหลังของ HP Cloud ใช้ OpenStack เป็น Cloud Platform ซึ่งท่านที่สนใจสามารถสมัครและเปิดใช้งานได้เลย บริการที่ HP Cloud มีให้ได้แก่

  • HP Cloud Compute
  • HP Object Storage

นอกจากนี้คุณยังบริหารจัดการผ่านทาง Web Management Console หรือใช้งานผ่าน REST APIs ได้อีกด้วย สำหรับท่านที่เปิดใช้งานจะได้รับ HP Compute 2 ชุด และ Object Storage 1 ชุด สำหรับท่านที่ต้องการ Activate เพื่อใช้งาน โปรดเตรียมบัตรเครดิต กรอกข้อมูล Payment Method ให้เรียบร้อยแล้วเปิดใช้งานได้เลย ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้จาก Video ข้างล่าง

HP Cloud Services: Getting Started from HP Cloud on Vimeo.

มค้างบทความเรื่อง PaaS สุด Hit อีกตัวหนึ่งไว้ ดองไว้นานไม่ได้เขียนสักที PaaS ตัวนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Zend Developer Cloud หรือในชื่อที่คุ้นหูว่า PHP Cloud ใช่ครับ Platform as a Service โดย Zend บริษัทผู้พัฒนา PHP นั่นเอง ผมได้คำเชิญจากทีมพัฒนา PHP มาได้ 2 เดือนแล้ว พอมีเวลาว่างก็ได้ลองเล่นดู พบว่าสนุกและทำงานได้ง่ายกว่า Cloud ที่เป็น PaaS ของค่ายอื่นๆ มาก PHP Cloud คงไม่ต้องบอกว่าให้บริการ Platform ใด หลักๆ ก็เป็น PHP บน Zend Server มีเครื่องมือครบ ได้แก่ Zend Platform, Zend Optomizer, Zend Gard, MySQL, PHPMyAdmin เป็นต้น ในส่วนการเชื่อมต่อกับนักพัฒนามีได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Zend Studio, Eclipse, Git และ SFTP ในส่วน Platform ยังมี App เพื่อรองรับการพัฒนาแบบสำเร็จรูปยังมี Zend Framework, Drupal, Joomla, WordPress, Magento, PHPBB ให้ด้วย สำหรับนักพัฒนาที่พัฒนา Mobule หรือใช้ App เหล่านี้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ต่อยอด

ในขณะที่เขียนบทความนี้ PHP Cloud ยังอยู่ในช่วงของ Technology Preview ซึ่งผู้ที่จะได้ใช้งานต้องได้รับการ Invite จาก Zend สำหรับท่านที่สนใจก็สามารถไปกรอกข้อมูลเอาไว้ก่อนได้เช่นกัน ลงทะเบียนได้ที่ http://www.phpcloud.com จากนั้นก็รอจดหมายตอบรับจาก Zend เมื่อได้จดหมายตอบรับแล้วจะมี Link ที่มี Invitation Key ให้ เมื่อคลิกแล้วก็จะกระโดดมาที่หน้า Login ของ Zend

กรอก Username และ Password ที่ได้ลงทะเบียนไว้ ก็จะเข้าสู่หน้าจอแนะนำ PHP Cloud การใช้งานและการเชื่อมต่อกับเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ต่างๆ

PHP Cloud จะให้เราสร้าง Application Container สำหรับรองรับ App ต่างๆ ที่เราจะพัฒนา ใน Container จะมี Zend Server และ Git มาให้ มาสร้าง Container กันก่อน

เมื่อสร้างเสร็จจะพบว่ามี App Default มาให้ 1 ตัว เอาไว้ทดสอบพร้อม Public URL ผมสร้าง Application Container ชื่อ redlinesoft ก็จะมี Public URL เป็น http://redlinesoft.my.phpcloud.com

หากเพิ่ม App ลงไปก็จะเป็นชื่อ App URL ต่อท้าย เช่น WordPress ก็จะเป็น http://redlinesoft.my.phpcloud.com/wordpress เป็นต้น สำหรับวิธีการเอาไฟล์ขึ้นลงก็ใช้ผ่าน Zend Studio หรือไม่ก็ใช้ Git สำหรับ IDE ตัวอื่นๆ อย่าง Eclipse ก็ใช้ผ่าน Git Plugin สำหรับการทำงานผ่าน Git ก็ง่ายๆ ครับ ตรงปุ่ม Git Access จะมี Git URL ให้เอา Git URL มาใช้

ตัวอย่างเช่น ผมมี App ชื่อ I am Petdo – Jquery Feed อยู่ ก็ใช้ Git Clone เพื่อดึงโค้ดลงมา

git clone https://redlinesoft@redlinesoft.my.phpcloud.com/git/iampetdo.git iampetdo-jqfeed

โดยไดเรคทอรีที่ได้จะเป็น iampetdo-jqfeed มีไดเรคทอรี public อยู่ข้างใน หากต้องการเพิ่มไฟล์ใหม่ก็สั่ง

git add ชื่อไฟล์ที่ต้องการเพิ่ม

และ git commit เพื่อกำหนดว่า commit อะไร เขียน log ในการ commit แต่ละครั้งด้วย เช่น

git commit -m "fix feed via jqfeed plugin"

จากนั้นก็เอาไฟล์ขึ้น โดยสั่ง git push

git push

เป็นอันจบขั้นตอนการเอาไฟล์ขึ้นไปที่ Container สำหรับการทดสอบก็เข้าผ่าน Public URL ของ App แต่ละตัว สำหรับการเพิ่ม App เข้าไปยัง Container ก็กด Link add/remove more apps จะเข้าสู่หน้า App Catalog ดังนี้

อยากได้ตัวไหนก็กดเลยครับ ยกตัวอย่างเป็น WordPress นะครับ เมื่อกดปุ่ม Deploy Application ก็จะเข้าไปยังหน้าตั้งค่าดังนี้

ใส่ข้อมูลให้เรียบร้อยคุณก็จะได้ App WordPress มาอยู่ที่หน้า App Container ดังนี้

จากนั้นก็ทดสอบผ่านทาง Public URL ได้เลย

ในหน้า App Container คุณยังสามารถทำ Snapshot ของ Container ได้สามารถนำเอา Snapshot ไป Deploy ยัง Container ใหม่ได้เล่นกัน เหมาะกับการทำ HA ได้ง่ายๆ สำหรับการย้าย App จาก Container ไปยัง AWS EC2 และ Cloud Provider อื่นๆ ทาง Zend ยังไม่ได้มีการเปิดให้ทดสอบ ถ้าได้มีโอกาสได้ทดสอบก้อจะเอามาเล่าให้ฟังกันอีกรอบครับ สำหรับช่วง Technology Preview นี้ยังไม่มีค่าใช้จ่าย สร้าง App Container ได้เรื่อยๆ หลังจากนี้อาจได้แค่ 1 Container และซื้อเพิ่ม คงต้องรอข่าวจาก Zend กันอีกรอบครับ สำหรับท่านที่ได้ Invite แล้วก็อยากให้ลองเล่นลองทดสอบดูครับ อย่างน้อยก็ได้สัมผัส Zend Cloud ในรูปแบบ PaaS ซึ่งหาใช้กันไม่ได้ง่ายๆ

 

SIPA กับ Cloud เนี่ยผลุบๆ โผล่ๆ มานานละ ไม่ค่อยอยากย้อนอดีตแต่ก็เวลามีคนพูดถึง Cloud ที่ SIPA แล้วรู้สึกอึดอัด ประมาณว่า “พวกเมิงมีโอกาสครั้งนึงแล้ว แต่ทำไมไม่ทำ ?” จริงๆ ครับ โครงการที่เกี่ยวกับ Cloud ที่ SIPA มามานานแล้ว ประมาณเกือบๆ 2 ปีเห็นจะได้ แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจ เพราะไม่มีใครเข้าใจ จนเอาเข้าจริง 2 ปีให้หลังดันมาสนใจ เห็นเขาว่า Cloud ก็ Cloud กับเขาด้วย แต่ก็แค่ งูๆ ปลาๆ เพราะไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ เมื่อวานพี่ที่ TD1 ส่งสัญญาณเรื่องการอบรม Cloud ซึ่งฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีฝากถามมา โดยให้ผมหาคอร์สอบรมให้ ผมก็เลยจัดคอร์สชุดใหญ่ อบรม 4 วัน วันละ 6 ชั่วโมง เอาแบบให้ตายกันไปข้างนึง คอร์สชื่อ Building and Using a Eucalyptus Cloud คอร์สนี้เป็นของ Eucalyptus จริงๆ ซึ่งต้องไปเรียนที่อเมริกาโน่นเลย ผมคิดว่าใครได้ไปเรียนคอร์สนี้ถือว่าคุ้มค่ามากๆ นอกจากจะได้ไปแคลิฟอร์เนียแล้ว ยังได้ไปเรียนกับต้นตำหรับผู้พัฒนา Eucalyptus จริงๆ ด้วย อ้อ ลืมไป ค่าเรียนตกอยู่คนละ 4 หมื่นกว่าๆ ยังไม่รวมค่าเดินทาง ค่าที่พัก ฯลฯ คิดว่า ฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยี คงมีคำตอบที่ดีๆ ให้เร็วๆ นี้ หวังว่าจะมีโครงการสนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจไปเรียน Eucalyptus ที่ต่างประเทศ หรือเชิญวิทยากรบินมาสอนที่นี่ ก็คิดไปเรื่อยเปื่อย บางทีอาจเงียบเหมือนเมื่อ 2 ปีที่แล้วก็เป็นได้ ใครจะไปรู้ อย่างที่ผมเกริ่นไว้ในตอนแรก ถ้า SIPA ยัง งูๆ ปลาๆ ในเรื่อง Cloud อยู่ก็คาดหวังได้อยากครับ :P

Aeolus เป็นโครงการโอเพนซอร์สตัวใหม่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับ Cloud โดยทำหน้าที่เป็นตัวบริหารจัดการไม่ได้เป็นตัวสร้าง Cloud แต่อย่างใด โดยโปรแกรมนี้สามารถจัดการทั้ง Private Cloud และ Public Cloud ได้ง่ายเพียงคลิกเมาส์

ส่วนประกอบของ Aeolus มีดังนี้

  • Aeolus Conductor : เป็นส่วนติดต่อผู้ใช้ที่สามารถจัดการผู้ใช้ ทรัพยากร รวมไปถึง instance (VM) ของผู้ใช้ที่อยู่บน Cloud Provider ต่างๆ
  • Aeolus Composer : เป็นตัวสร้าง image จาก template ที่ผู้ใช้กำหนด สามารถเลือกสร้าง Image ได้ตรงกับ Cloud Provider ที่เราต้องการได้
  • Aeolus Orchestrator : เป็นส่วนบริหารจัดการ instance ซึ่งผู้ใช้สามารถสร้าง instance อื่นๆ ได้ จาก instance บน Cloud หนึ่งหรือ Cloud หลายๆ ที่ได้
  • Aeolus HA Manager : เป็นส่วนที่ทำ HA ให้ instance หรือกลุ่มของ instance

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้มาจาก abstract library ของโครงการ?Deltacloud สำหรับท่านที่ต้องการทดสอบ Aeolus สามารถดาวน์โหลดได้ที่?เว็บไซต์โครงการ Aeolus * ข้อควรระวัง การทดสอบ Aeolus บน Amazon EC2 จะมีค่าใช้จ่าย

 

โดยส่วนตัวไม่ค่อยอยากยุ่งกับ Cloud Computing แล้วหลังจากหมดหวังกับวิสัยทัศน์และการเห็นแก่ประโยชน์ของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งในองค์กรหนึ่งซึ่งผมไม่ขอเอ่ยนาม เอาเป็นว่า @gumara ชวนไปซึ่งอยู่ดีๆ ก็ชวนไปงานสัมนา Cloud ทำให้คิดว่า เออ น่าจะมีอะไรดีๆ นะถึง @gumara มาชวน ก่อนวันสัมนาได้ดู Agenda นิดหน่อยก็พบว่างานนี้มีหลายหน่วยงานช่วยกันจัด แม่งานคงเป็น ARIT, Software Park และ CAT ซึ่ง Agenda เนื้อหาสอดรับกันมาก ทั้งในแง่มุมของภาครัฐ ซึ่งได้ ผอ.เมธิณี ผู้ตรวจการ MICT มาบรรยายเปิดงานด้วยตัวเอง เป็นที่รู้กันว่า MICT แตกหน่วยงานออกมาเป็น 2 องค์การมหาชน คือ สำนักงานรัฐบาลอิเล็คทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็คทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ซึ่งหน้าที่หลักของการขับเคลื่อนในเรื่องของ Cloud Computing เป็นหน้าที่ของกระทรวง ICT และในส่วนของสำนักงานรัฐบาลอิเล็คทรอนิกส์ จะดูในเรื่องของ Government Cloud เป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับข่าววงในที่ได้มาคือ กระทรวง ICT จะให้บริการ Cloud สำหรับภาครัฐซึ่งแนวโน้มคงไม่ได้ทำเอง หมายถึงตั้ง Server เอง ทำ IaaS เอง แต่เป็นการให้หน่วยงานภายใต้กระทรวงเป็นคนจัดการ คือ CAT และ TOT ซึ่งผมมองว่าบทบาทของ CAT และ TOT ดูเหมาะสม เพราะยังอยู่ในการดูแลของภาครัฐและสามารถพูดคุยกันได้ และทั้งคู่ดูแลทั้ง Data Center และ Data Communication นอกจากนี้แนวโน้มของกระทรวง ICT ยังมีแผนบูรณาการข้อมูลต่างๆ ให้มีมากขึ้นทั้งภาครัฐด้วยกันเองในประเทศ และต่างประเทศ คิดว่า Government Cloud จะได้ประโยชน์มากทั้งในเรื่องของ IaaS, PaaS และ SaaS ที่จะตามมา ซึ่งเป็นโอกาสของบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศที่จะสามารถขายบริการซอฟต์แวร์ให้กับภาครัฐโดยตรงและง่ายมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการดำเนินงานและจัดการเรื่องกฏระเบียบที่เก่าคร่ำครึของภาครัฐให้เรียบร้อย

สำหรับผู้นำโครงข่ายการสื่อสารอย่าง CAT Telecom มีความพร้อมสูงในการให้บริการ Cloud Infrastructure แต่ทาง CAT เองก็ถ่อมตัวว่ายังเพิ่งจะเริ่มต้น แต่การเตรียมเรื่อง CDN (Content Delivery Network) และ Data Center ในภูมิภาคต่างๆ นี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ สำหรับ Cloud Provider ที่ผมเพิ่งจะทราบว่าในประเทศไทยก็มีแบบที่ได้มาตรฐานสากล ก็คงเป็น DCS ~ Datapro Communication System ซึ่งให้บริการ Cloud ทั้งในรูปแบบ PaaS และ SaaS เลยทีเดียว น่าสนใจมากๆ DCS ได้มาให้ความรู้เรื่องการนำ Cloud ไปใช้งานทั้งในแง่ของ Private Cloud และ Public Cloud การจัดการทางด้าน Security Process และอื่นๆ ซึ่ง Security บน Cloud ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจาก Security แบบ Physical ซักเท่าไร

ในช่วงบ่ายถึงคิว เซเลป Cloud Computing ในเมืองไทยก็ว่าได้เพราะเจอ อ.ธนชาติ ผอ.เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ หรือ Software Park ทีไรก็บรรยายเรื่อง Cloud Computing ทุกที ครั้งนี้ได้นำเสนอเรื่อง Trend ของ Cloud Computing โอกาสขององค์กรที่จะนำ Cloud มาใช้และโอกาสของผู้ผลิตซอฟต์แวร์ที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อให้บริการบน Cloud เนื้อหาสนุกมาก ทำให้หลับไม่ลงเลยจริงๆ การบรรยายของ อ.ธนชาติ ทำให้ผมรู้สึกว่าหลายหน่วยงานและหลายบริษัทเริ่มตื่นตัวเรื่อง Cloud Computing มากขึ้น บางหน่วยงานเริ่มมี Private Cloud ในองค์กรบ้างแล้ว ส่วนบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ได้พัฒนาซอฟต์แวร์บน Cloud เพิ่มมากขึ้น ก็คงเป็นเพราะว่าทาง Software Park ลุยเรื่องนี้อย่างจริงจังตั้งแต่ต้นปี และช่วงปลายปีอย่างนี้ก็เริ่มเห็นผลแล้ว

ปิดท้ายด้วย Cloud Security กับ อ.ปริญญา จาก ASIC บรรยายสไตล์สนุกสนานเพราะอยู่ช่วงปิดท้ายงานสัมนา ทำให้เราทราบว่าปัญหาเรื่อง Security นี่เป็นเรื่องปกติมาก และบน Cloud ก็ถือว่าไม่ได้แตกต่างกันมากนักกับการไม่ได้อยู่บน Cloud แต่จะมีเรื่องปลีกย่อยให้พิจารณามากขึ้น ทราบข้อมูลเรื่องมาตรฐานด้าน Security สำหรับ Cloud ตัว ISO 27001 คงไม่พอ จะมี ISO Cloud ออกมาอีกซึ่งคงจะได้เห็นกันในเร็วๆ นี้ ถ้าองค์กรไหนที่จะทำ Private Cloud หรือ Public Cloud ควรติดตามเรื่องเหล่านี้ด้วย มี Cloud Security Standard จาก CSA (Cloud Security Alliance) เป็น มาตรฐาน ซึ่งน่าจะพอช่วยตัวเองได้ระดับหนึ่ง :)

สำหรับ Slide ในงานสัมนาคาดว่าน่าจะดาวน์โหลดได้ที่ comtodaymag.com ส่วนประเด็นปัญหาและคำถามในช่วงพาเนลพอจับประเด็นได้ดังนี้

1. จะทำยังไงให้หน่วยงานหรือองค์กรหันมาใช้ Cloud
2. ถ้าใช้ Private Cloud/Public Cloud แล้ว Sys Admin จะว่างงานจะแก้ปัญหาอย่างไร
3. ถ้า EGA จะทำ Government Cloud แล้วให้บริการ SaaS สำหรับหน่วยงานภาครัฐตลอดจนโรงเรียนด้วยเลยได้มั๊ย เพราะยังไงก็ใช้ซอฟต์แวร์เหมือนๆ กัน
4. เรื่องการจ่ายเงินของภาครัฐหากไปใช้ Cloud ค่าใช้จ่ายจะไม่เท่ากันในแต่ละเดือน เพราะเป็น Pay Per Use จะมีปัญหาเรื่องเบิกจ่ายงบประมาณเพราะประเมินงบประมาณไม่ได้ และถ้าจะจ่ายแบบ Pay Per Use จะต้องแก้ปัญหาที่ระเบียบกฏข้อบังคับด้วยหรือไม่
5. เรื่อง Tablet ที่จะแจกเด็กๆ ในส่วน Content Delivery จะทำยังไง อัพเดทบทเรียนยังไง ความเร็วอินเตอร์เน็ตในต่างจังหวัดจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

เท่าที่จำได้มีเท่านี้ ส่วนท่านใดที่ได้ไปงานนี้แล้ว Blog เอาไว้ แจ้ง Link ที่ Comment เผื่อจะได้ Tag Blog ต่อได้ครับ :)

ตั้งใจไปงานสัมนา Cloud Computing ที่ Software Park เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เจอผู้ประกอบการหลายราย อีกทั้งยังได้เจอคนที่ทักทายใน facebook หลายคน จากที่ได้ฟังสัมนาเหมือนย้อนรอยเมื่อต้นปีที่แล้ว ที่บอกว่าย้อนรอยเนื่องจาก ทีมงานของ True IDC เคยได้นำเอา Aspen Cloud มาให้ได้ลองใช้แล้วนั่นเอง ซึ่งผมคาดหวังว่าจะมีอะไรใหม่ๆ ออกมาอีก แต่ก็ยังไม่มีอะไรมากนักดูแล้วเหมือนเดิมมากกว่า แหมจะบอกว่าเหมือนเดิมก็คงจะไม่ได้ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับ เล่าให้ฟังดีกว่าว่าคุณสามารถเล่นอะไรกับ Aspen ได้บ้าง Aspen เป็นบริการ Cloud ในรูปแบบ IaaS ซึ่ง Aspen มีพันธมิตรธุรกิจกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชียนี้ ซึ่งประเทศไทยก็คือ True IDC นั่นเอง Aspen ใช้ Infrastructure ของ True ในรูปแบบ Hosted คือเป็นเครื่องโหนดสำหรับให้บริการ Cloud ซึ่งลูกค้าของ Aspen หรือลูกค้าของพันธมิตรธุรกิจของ Aspen สามารถใช้บริการ Hosted นั้นๆ ได้ โดยไม่จำกัดว่าจะต้องใช้บริการในประเทศของตัวเอง แต่เก็บเงินตามสกุลเงินของประเทศนั้นๆ นะครับ

Aspen จะเป็นผู้ให้บริการ Web Console สำหรับเชื่อมโยงไปยัง Hosted ต่างๆ ในภูมิภาค ส่วนการจัดการ Hosted เป็นยังไงนั้นผมไม่ทราบครับ หากคุณใช้ Aspen อยู่คุณจะพบว่าคุณสามารถใช้ CentOS และ Windows Server ได้เท่านั้น เนื่องจาก Aspen ไม่อนุญาติให้ Hosted สร้าง Service Image เอง (เมื่อปีที่แล้วนะครับ คิดว่าเดี๋ยวนี้น่าจะทำได้แล้ว)? ในส่วน Web Console ลูกค้าสามารถจัดการ VM ของตนเองได้อิสระ ต้องการ CPU, RAM, Harddisk เท่าไรก็ได้ แต่ต้องอยู่ใน Credit ที่ได้มานะครับ จิ้มเกิน Credit ไม่ได้ ส่วนการเชื่อมต่อกับ VM เมื่อ start ชึ้นมาแล้วสามารถเชื่อมต่อผ่าน ssh ได้เลย และที่สำคัญ VM ทุกตัวจะได้ Public DNS เอาไว้ให้เราชี้ CNAME ไปที่ vm นั้นๆ ได้ครับ นั่นหมายความว่าผม start vm ติดตั้งโปรแกรมผ่านทาง ssh ตั้งค่าเรียบร้อยแล้วชี้ Domain ไปที่ Public DNS ได้เลย ก็คล้ายกับ EC2 ครับ สำหรับการ Attach Harddisk นี่ classic มากๆ เนื่องจาก Harddisk ที่เราสร้างขึ้นมาจะเป็น Disk Image มีหมายเลขประจำตัว เมื่อสั่ง Attach ไปที่ VM แล้วจะกลายเป็น Disk Device หนึ่งใน VM นั้น ทีนี้เราต้องเข้าไป mkfs และ mount กันเอาเองครับ :) เท่ห์สุดๆ วิธีนี้ก็จะเหมือนๆ กับตอน Attach EBS ของ S3 ไป EC2 ครับ? สำหรับ Windows จะมี Harddisk โผล่มาใน My Computer ทีนี้คุณก็จัดการ Format กันเอาเอง

แนวทางการให้บริการของ Aspen เป็นแบบนี้ ซึ่งเป็นบริการแบบ “ช่วยตัวเอง” ดังนั้นกรุณาอ่านคู่มือก่อนใช้งานครับ ที่เด็ดกว่านี้ก็คงเป็นการเชื่อมต่อกับ Cloud ที่ Aspen มีมาให้ ถ้าจำไม่ผิดจะเชื่อมต่อผ่าน RPC2 ซึ่งก็ไม่ต้องกังวลเพราะ Aspen เองมีไฟล์ตัวอย่าง APIs และตัวอย่างการใช้งานมาให้เกือบทุกภาษา นั่นหมายความว่าคุณสามารถเขียนโปรแกรมหรือเว็บแอพลิเคชั่นเพื่อเชื่อมต่อกับ Cloud ของ Aspen ได้โดยตรง ไม่ต้องผ่าน Web Console ก็ได้ ซึ่งลูกค้าสามารถสร้าง Service Catalog ขึ้นมาเอง สั่งสร้าง VM, สั่ง Attach Disk หรือ Clone Disk ผ่านทาง APIs ได้เลย ท่านใดที่เคยใช้งาน Virtualization มาก่อนอาจเห็นแนวทางในการสร้างบริการผ่าน Aspen Cloud ของ True IDC กันแล้วใช่มั๊ยครับ สำหรับ True IDC ล่าสุดได้ประกาศโครงการ True Winner Award 2011 มอบรางวัลโครงการซอฟต์แวร์แบบ SaaS ดีเด่นให้ผู้ที่สร้างธุรกิจและบริการแบบ SaaS บน Aspen Cloud ของ True ซึ่งผมคิดว่าโครงการนี้น่าสนุกมาก และหวังว่าจะมีผู้ประกอบการซอฟต์แวร์สนใจส่งผลงานเข้าประกวดกันเยอะๆ

ผมก็คงมีเรื่องเล่าย้อนอดีตกันเท่านี้ หากใครยังนึกไม่ออกว่าจะใช้งาน Aspen อย่างไรให้คุ้มค่า ก็ส่งข้อความผ่านทาง facebook หรือ twitter เข้ามาถามได้ครับ