Ubuntu 12.10 มาพร้อมกับ Minimized Animation ซึ่งการแสดงผลตอนย่อหน้าต่างให้ความรู้สึกช้ามาก แต่เราสามารถแก้ไข้ได้ดังนี้

  1. เปิด dconf editor ขึ้นมา
  2. ไปที่ com > canonial > unity
  3. แก้ไขที่ minimize-speed-threshold เปลี่ยนเป็นเลขต่ำๆ เช่น 0

เท่านี้คุณก็จะได้ความเร็วของการย่อหน้าต่างที่เร็วขึ้นแล้วครับ ;)

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วพี่อดุลย์แห่ง NanoSoftTech ทักผ่าน Facebook มาถกปัญหาเกี่ยวกับ phpvirtualbox ซึ่งนานๆ ติดตั้งทีก็เล่นเอาลืมเหมือนกัน และการตั้งค่าในเวอร์ชั่นใหม่มันจุกจิกกว่าเดิมนิดหน่อย เอาล่ะเพื่อกันลืมก็ขอเขียนเป็น How-To ไว้ซักหน่อยแก้ลืมครับ มาลงมือกัน ก่อนอื่นเราต้องมี VirtualBox ก่อน ต้องใช้รุ่น Oracle เท่านั้น ใช้ Open Source Edition ไม่ได้นะครับ :)

แปลงร่างกันก่อน

sudo -s

จากนั้นใช้คำสั่ง wget เพื่อเอา VirtualBox มาติดตั้ง เลือกรุ่นที่ต้องการให้ดูจากหน้าดาวน์โหลดของ VirtualBox?ของผมใช้ Ubuntu Server 12.04 LTS รุ่น Precise Pagolin ครับ

wget http://download.virtualbox.org/virtualbox/4.2.0/virtualbox-4.2_4.2.0-80737~Ubuntu~precise_amd64.deb

จากนั้นสั่งติดตั้งด้วยคำสั่ง

dpkg -i virtualbox-4.2_4.2.0-80737~Ubuntu~precise_amd64.deb

เมื่อติดตั้งได้แล้ว ให้เพิ่มผู้ใช้ vbox และกำหนดให้อยู่ในกลุ่ม vboxusers

useradd -m vbox -G vboxusers

กำหนดรหัสผ่านให้ผู้ใช้ vbox

passwd vbox

Continue reading

เก็บตกจากอบรมที่มหาวิทยาลัยรังสิตและมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพซึ่งการอบรมสนุกสนานเกินไปหน่อย ออกแนวๆ ดูหนัง sound track แบบไม่มีซับไทย เล่นเอานักศึกษาหลายคนเหวอไปกับอาจารย์ฮิวโก้เลยล่ะ เนื่องจากตามกันไม่ค่อยทันผมก็เลยขอยกตัวอย่าง Work Flow Application ง่ายๆ ซักตัวเผื่อระรึกความหลังกันได้บ้าง ตัวอย่างคือ?โปรแกรมใบลา แบบง่ายๆ?(คุ้นมั๊ย) สถานการณ์เราเป็นแบบนี้ครับ

” พนักงานที่ต้องการลาต้องกรอกใบลาให้กับผู้จัดการอนุมัติ หากผู้จัดการอนุมัติให้ลาได้ก็ทำการแจ้งให้กับผู้ขออนุญาติทราบผ่านทาง E-mail และอัพเดทฐานข้อมูล(อะไรซักอย่าง เดี๋ยวตอนหน้ามาเล่นกัน) หากไม่อนุญาติก็แจ้งให้ทราบผ่านทาง E-mail เช่นกัน “

จากสถานการณ์ข้างต้นเราจะพบว่ามี Paticipant อยู่ 2 คนด้วยกัน คือ พนักงาน (Applicant) และ ผู้จัดการ (Approver/Manager) อีกส่วนหนึ่งคือ Paticipant ที่ไม่ใช้คนคือ System ที่จะทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่ง E-Mail และอัพเดทฐานข้อมูล (หัด Route แบบ AND) เอาล่ะมาลงมือกันเลย

Workflow จะมีหน้าตาแบบนี้ครับ

ภาพ Workflow

Continue reading

ลืมไปว่า package ที่เกี่ยวข้องกับ sun java ถูกถอดออกไปจาก repository แล้ว เนื่องจาก Oracle เปลี่ยนแปลงเรื่อง distribution license agreement พอนึกได้ก็เลยมาเขียนวิธีการติดตั้งไว้สักหน่อย สำหรับ Debian/Ubuntu จะมีวิธีการติดตั้งที่แปลกออกไป เนื่องจากการ config จะไป config path ที่ /etc/alternative กรณีที่เรามีโปรแกรมคล้ายๆ กันอยู่หลายตัว ในที่นี้คือ OpenJDK และ Oracle JDK วิธีการติดตั้งมีดังนี้

ดาวน์โหลด Oracle JDK มาจาก?http://www.oracle.com/technetwork/java/javase/downloads/index.htmlจากนั้น คลี่ไฟล์ไปยัง /usr/lib/jvm/

เพิ่มค่า alternative ดังนี้ (ยกตัวอย่างเป็น jdk1.7.0_04)

sudo update-alternatives --install /usr/bin/javac javac /usr/lib/jvm/jdk1.7.0_04/bin/javac 1
sudo update-alternatives --install /usr/bin/java java /usr/lib/jvm/jdk1.7.0_04/bin/java 1
sudo update-alternatives --install /usr/bin/javaws javaws /usr/lib/jvm/jdk1.7.0_04/bin/javaws 1

จากนั้นตั้งค่ารายตัวดังนี้

sudo update-alternatives --config javac
sudo update-alternatives --config java
sudo update-alternatives --config javaws

ทีม RedHat OpenShift ได้นำเสนอ Video พัฒนา Foursquare ของตัวเองด้วย MongoDB บน OpenShift ซึ่ง Video นี้นำเสนอความสามารถในเรื่องของการทำ index แบบ geospatial บน MongoDB และการออกแบบ collection กำหนดคุณสมบัติ ให้ทำงานได้เหมือนกับ Foursquare อยากรู้ว่าทำยังไง สามารถดูได้จาก Video ข้างล่างครับ

เนื่องจากการทำงานกับ JoGet จะมีส่วนที่เป็น GUI ซึ่งเป็น Application แยกออกมาจาก JoGet Workflow ที่เป็นเว็บ ซึ่งก็คือ JoGet WorkFlow Designer ซึ่งในห้องเรียนที่ได้เข้าเรียนเป็น Windows และผมเองใช้ Linux อยู่คนเดียว ดังนั้นก็เลยต้องหาทางแก้ปัญหาครับ สำหรับผู้ที่ใช้ JoGet บน Windows ใช้การพัฒนา Workflow Application คงไม่มีเป็นหากับ WorkFlow Designer มากนัก แต่ท่านที่ใช้ Ubuntu Desktop จะต้องหาวิธีใช้กันเอาเอง T_T มาดูวิธีแก้ปัญหากันครับ

อันดับแรก JoGet WorkFlow Designer ใช้ Java WebStart ดังนั้นเราจะต้องมี OpenJDK (ใช้จะใช้ Java SDK ก็ได้ครับ) และ Mozpluger ดังนั้นเราจะต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมดังนี้

sudo apt-get install mozplugger openjdk-6-jdk icedtea-plugin

จากนั้นก็ติดตั้ง JoGet ตามปกติ สำหรับการติดตั้ง JoGet?บน Ubuntu Desktop จะเหมือนกันกับ Ubuntu Server ซึ่งวิธีการติดตั้ง JoGet บน Server สามารถไปทบทวนกันได้ครับ

เนื่องจากเก็บกดจากห้องเรียน MongoDB ในโครงการ OSS Fast Track Programme ซึ่งได้เล่นบน Windows ทำให้ไม่ค่อยสนุกเท่าไรนัก เลยหาวิธีการติดตั้ง MongoDB บน Ubuntu Server กัน ก่อนอื่นดาวน์โหลด MongoDB มาก่อนดังนี้

wget -c http://fastdl.mongodb.org/linux/mongodb-linux-x86_64-2.0.7.tgz

จากนั้นแตกไฟล์ไปยัง /opt ดังนี้

tar zxvf mongodb-linux-x86_64-2.0.7.tgz -C /opt

จากนั้นสร้างที่เก็บข้อมูลสำหรับ MongoDB ไว้ที่ /data/db โดยใช้คำสั่ง

sudo mkdir -p /data/db

จากนั้น Start Service ของ MongoDB ดังนี้

cd /opt/mongodb-linux-x86_64-2.0.7/bin
sudo ./mongod --rest

หากเป็นการ Start ครั้งแรก MongoDB จะสร้างไฟล์ journal จากนั้นก็จะ Start Service ตามปกติ การดูข้อมูลการทำงานของ MongoDB สามารถดูผ่านเว็บโดยใช้เว็บเบราเซอร์ เข้าไปที่?http://localhost:28017?สำหรับการใช้งาน MongoDB และเอกสารต่างๆ สามารถดาวน์โหลดได้ที่?http://www.mongodb.org/display/DOCS/Home?ครับ

ไม่ได้ตาม Alfresco มานานมากเนื่องจากใช้ Alfresco Enterprise บน Cloud ไม่ได้มาติดตั้งเองมานานมากแล้ว พอได้ไปเรียนเป็นเด็กหลังห้องวิชา Alfresco ในโครงการ OSS Fastrack Programme ทำให้อยากเล่นเวอร์ชั่นใหม่บ้าง สำหรับ Alfresco รุ่นใหม่ใช้ตัวติดตั้งของ BitRock เช่นเคยซึ่งอำนวยความสะดวกมากในเรื่องการติดตั้งทั้งในส่วน GUI และในส่วนที่เป็น command Line สำหรับในครั้งนี้เราจะมาติดตั้งบน Linux Server ผ่าน command line กันครับ ขั้นตอนแรกให้ดาวน์โหลด Alfresco มาก่อน โดยใช้คำสั่ง

wget -c http://dl.alfresco.com/release/community/build-00007/alfresco-community-4.0.e-installer-linux-x64.bin

เปลี่ยน permission และสั่งติดตั้งดังนี้

chmod +x alfresco-community-4.0.e-installer-linux-x64.bin
./alfresco-community-4.0.e-installer-linux-x64.bin

ตอบคำถามต่างๆ ดังนี้
* เลือกภาษาที่ต้องการติดตั้ง
* เลือกไดเรคทอรีที่ต้องการติดตั้ง
* กำหนดรหัสผ่านให้ผู้ดูแลระบบ
* กำหนด Alfresco Service

เมื่อติดตั้งเสร็จให้ Start Service ดังนี้

/etc/init.d/alfresco start

เข้าใช้งาน Alfresco ผ่านทางเบราเซอร์ดังนี้?http://localhost:8080/share?สำหรับเอกสารการใช้งานและวิดีโอการใช้งานสามารถดูได้ที่?http://docs.alfresco.com/4.0/index.jsp?ขอให้มีความสุขกับ Alfresco ครับ

ได้ App มาลองเล่นตัวนึงคือ JoGet WorkFlow Management จากที่ดูคร่าวๆ พบว่าเป็น App ที่น่าสนใจมาก ในแง่ของการใช้งานอีกอย่างคุณสามารถสร้าง Application เพิ่มได้และรองรับกับการจัดการ work flow ตามโครงสร้างองค์กรของเราอีกด้วย ในครั้งนี้เราจะมาทดลองติดตั้ง JoGet กันครับ อันดับแรกเราจะต้องติดตั้งแพคเกจที่จำเป็นก่อนดังนี้

sudo apt-get install openjdk-6-jdk mysql-server

จากนั้นให้ดาวน์โหลด JoGet ดังนี้

wget -c http://downloads.sourceforge.net/project/jogetworkflow/joget-linux-3.0.3.tar.gz

จากนั้นแตกไฟล์ดังนี้

sudo tar xzvf joget-linux-3.0.3.tar.gz -C /opt

สร้างฐานข้อมูลสำหรับ Joget ดังนี้

mysql -u root -pmypassword -e 'create database jwdb'

จากนั้นสั่ง setup Joget ดังนี้

cd /opt/joget-linux-3.0.3
./setup.sh

ใส่ข้อมูลตามที่โปรแกรมต้องการจากนั้นสั่ง Start Tomcat ได้เลยดังนี้

./tomcat6.sh run

เข้าใช้โปรแกรมได้ที่?http://localhost:8080/jw?สำหรับ Username และ Password คือ admin ครับ

***เพิ่มเติมสำหรับท่านที่ต้องการเพิ่มเข้าไปใน init เพื่อ start service ตอน boot เครื่องให้เพิ่ม init script ดังนี้

sudo wget http://thaiopensource.googlecode.com/svn/trunk/joget/joget -O /etc/init.d/

จากนั้นแก้ไขไฟล์ในส่วน CATALINA_HOME ให้ถูกต้อง จากนั้นสั่ง

sudo update-rc.d joget defaults

เท่านี้ JoGet ก็ start service ตอน boot เครื่องแล้วครับ คู่มือการใช้งาน JoGet และวิธีการตั้งค่าและสร้าง Application ตาม WorkFlow สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://dev.joget.org/community/display/KB/Introduction?ครับ

ได้มีโอกาสไปเรียนเป็นเด็กหลังห้องในวิชา iReport และ Jasper Server ในโครงการ OSS Fast Track Programme ซึ่งอาจารย์สอนใช้งาน iReport และ Jasper Server บน Windows ซึ่งแปลกสำหรับผมมากก็เลยลองค้นดูว่าบน Linux สามารถติดตั้งได้หรือไม่ พบว่ามีเวอร์ชั่นบน Linux ครับ สำหรับวิธีการติดตั้งก็ง่ายมากครับ

สำหรับ iReport ดาวน์โหลดไฟล์ได้ที่?JasperForge?การติดตั้งก็แค่แตก tar และเรียกโปรแกรมในไดเรคทอรี bin เท่านั้น

สำหรับ Jasper Report Server นี้พิเศษนิดหน่อยเนื่องจากเป็น Package ชุดติดตั้งซึ่งมีทั้ง Tomcat, PostgreSQL และ iReport ด้วย คุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการติดตั้งอะไรบ้าง สามารถติดตั้งได้ทั้งบน Linux GUI และ Linux Server ที่มีแต่ Command Line ครับ ซึ่งตัวติดตั้งบน GUI และบน Command Line ทำงานเหมือนกัน ดาวน์โหลดไฟล์ที่ JasperForge?32 bits?และ?64 bits?เช่นเคย

สำหรับการติดตั้งให้ chmod +x เพื่อให้ไฟล์สามารถ run ได้จากนั้นสั่งติดตั้งด้วยคำสั่ง

สำหรับ 64 bits
./jasperreports-server-cp-4.7.0-linux-x64-installer.run

สำหรับ 32 bits
jasperreports-server-cp-4.7.0-linux-x86-installer.run

โปรแกรมจะเริ่มขั้นตอนการติดตั้งให้จนเสร็จสิ้น หลังจากติดตั้งแล้วมีการ config เพิ่มอีกนิดหน่อยเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยการเพิ่ม init script เข้าไปในแต่ละ run level เพื่อให้เปิดใช้งานทุกครั้งที่เปิดเครื่องดังนี้

sudo cp jasperreport-server/scripts/linux/jasperserver /etc/init.d/
sudo update-rc.d jasperserver defaults

เท่านี้ก็เรียบร้อย :)