มาทำ Time Capsule บน Ubuntu 14.04.2 กัน

เคยนำเสนอเกี่ยวกับ Netatalk บน Ubuntu 12.04 ไปเมื่อนานมาแล้ว โดยใช้ Netatalk 2 ที่มีอยู่บน Ubuntu Repository ครั้งนี้มาแนะนำวิธีการติดตั้งและตั้งค่า Netatalk 3.1.7 รุ่นใหม่ บน Ubuntu 14.04.2 เพื่อรองรับการทำงานที่ดีมากขึ้น ก่อนลงมือทำให้หาฮาร์ดดิสที่มีพื้นที่มากเป็น 2 เท่าสำหรับสำรองข้อมูลในเครื่อง Mac จากนั้นมาลงมือกันเลย

ติดตั้ง package ที่จำเป็นสำหรับคอมไพล์ Netatalk ดังนี้

apt-get install -y build-essential libevent-dev libssl-dev libgcrypt11-dev libkrb5-dev libpam0g-dev libwrap0-dev libdb-dev libtdb-dev libmysqlclient-dev libavahi-client-dev libacl1-dev libldap2-dev libcrack2-dev systemtap-sdt-dev libdbus-1-dev libdbus-glib-1-dev libglib2.0-dev tracker libtracker-sparql-0.16-dev libtracker-miner-0.16-dev acl attr avahi-daemon

จากนั้นดาวน์โหลด source code ของ Netatalk มาดังนี้

wget http://prdownloads.sourceforge.net/netatalk/netatalk-3.1.7.tar.gz

Continue reading

แปลงร่าง Raspberry Pi เป็น DLNA Server, Time Capsule และ Media Center

สืบเนื่องจาก OSX พังก็เลยได้ทำอะไรเล่นหลายอย่าง และ recycle ของที่ซื้อกองไว้ในลังเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ ผมมี Raspberry Pi อยู่ 2 ตัวเป็น Pi B+ และ Pi 2 วางกองไม่ได้ใช้งานเลยได้โอกาสหยิบเอามาแปรงร่างทำให้เปิดประโยชน์กันสักหน่อย อันดับแรกเป็นความสามารถของ DLNA Server เข้าไปด้วย ซึ่ง Mini DLNA เดี๋ยวจะทะยอยเขียน How to เรื่องนี้อีกรอบ (จำไม่ได้ว่าเคยเขียนไว้หรือเปล่า)

Time Capsule ใช้ Pi B+ มาทำเล่นก่อน เคยเขียนHow to เรื่อง Netatalkไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว สำหรับ Rasbian มี package Netatalk 2 ไม่ใช่ Netatalk 3 แต่ก็ใช้งานได้กับ External HDD ที่มีอยู่ได้ (แต่ช้ามาก)

Continue reading

มาทำ Time Capsule เล่นกัน

เผอิญมีปัญหาเกี่ยวกับเครื่อง Mac Book Air เกี่ยวกับ HDD ไม่พอใช้และใกล้จะเต็มแล้ว ก็เลยพยายามหาวิธีแก้ไขว่าจะทำยังไงดี ตอนแรกพยายามหา Mini Disk มาเสียบแต่ก็ได้แค่ 64GB เพราะ Mini SD Card มีขนาดความจุเท่านี้ และขนาด 128GB ยังไม่มีขายในราคาถูก ทางเลือกมีอยู่ไม่กี่ทางคือใช้ Time Capsule, NAS, External HDD ซึ่งก็ยังสงสัยในเรื่อง Time Capsule อยู่ว่าจะเล่นยังไง จะไปขอลองเล่นที่ iStudio เดี๋ยวจะโดนดุเอา ก็เลยหาวิธีลองทำ Time Capsule เล่นเอง หลักๆ ของ Time Capsule ไม่มีอะไรมาก แค่ใช้ afpd ผ่าน Nettatalk โดยทฤษฎี ถ้าเรามีเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่เสียบสาย LAN หรือต่อ Wireless ได้ เราก็น่าจะใช้ Time Machine สำรองข้อมูลและใช้เป็น File Server ได้ มาลองกันดีกว่า

ขั้นแรกติดตั้ง netatalk กันก่อน

sudo apt-get install netatalk

แก้ไข /etc/netatalk/afpd.conf ลบ comment บรรทัดสุดท้ายออกตรง

- -tcp -noddp -uamlist uams_dhx.so,uams_dhx2_passwd.so -nosavepassword

สร้าง backup ไดเรคทอรีที่เราต้องการ

sudo mkdir /backup/tm_backup

เพิ่ม group tmusers และเพิ่ม กลุ่มให้ผู้ใช้ของคุณ

sudo groupadd tmusers

sudo usermod -a -G tmusers username

กำหนดสิทธิ์ให้ กลุ่ม tmusers เขียนไฟล์ลงไปในไดเรคทอรีนี้ได้ กรณีที่ต้องการแยก directory ให้สร้าง directory tm_backup ลงใน home ของแต่ละ user

sudo chown -R username:tmusers /backup/tm_backup

sudo chmod 770 -R /backup/tm_backup

แก้ไขไฟล์ /etc/netatalk/AppleVolumes.default เพื่อกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงของ apfd

:DEFAULT: cnidscheme:dbd options:upriv,usedots

เพิ่ม share directory ในส่วนท้ายไฟล์

/backup/tm_backup "Backup for username" allow:username cnidscheme:dbd volsizelimit:200000 options:usedots,upriv,tm

กลับมาที่เครื่อง Mac ของเรา บังคับให้ Time Machine เรียกใช้ Network Volume เปิด terminal แล้วใช้คำสั่งดังนี้

defaults write com.apple.systempreferences TMShowUnsupportedNetworkVolumes 1

จากนั้นเปิด Finder ขึ้นมากด Cmd+K พิมพ์ afp://ip-address ของเครื่อง Time Capsule หลอกๆ ของเรา

ใส่ชื่อ username/password ของเครื่องลงไป

เลือก volumes ที่เราต้องการ

เปิด Time Machine ขึ้นมา กด Select Disk… แล้วเลือก Volume ที่ต้องการใช้ รอสัก 2 นาที Time Machine จะทะยอยสำรองข้อมูลให้เรา และเราก็ใช้ Time Machine ได้แล้ว :)