นี่แหละคือฉัน

หลังจากทำแบบทดสอบ Strengths Finder กันไปแล้วก็เลยมาวิเคราะห์ตัวเองต่ออีกหน่อยว่า ผลจาก Strengths Finder มันตรงบ้างไหมซึ่งเอาเข้าจริงแล้วมันก็ตรงอยู่นะ และ Strengths หรือในหนังสือภาษาไทยเรียกว่าพรสวรรค์ที่ผมมีมันทำให้ผมกลายเป็นพวกบ้าคลั่งอะไรบางอย่าง

ภาพข้างบน ผมว่ายังมีส่วนพฤติกรรมแฝงอย่าง Deliberative และ Adaptability อยู่แต่ทั้งสองถูกเบรคและดึงด้วย Learner เพื่อที่จะลด/เพิ่มอัตรา Achiever คือไม่ใช้พลังมากจนเกินไปจนเกินพลังตัวเอง เป็นการประยุกต์โดยดึงพฤติกรรมแฝงอย่าง Deliberative และ Adaptability มาใช้ แต่ Learner, Restorative และ Achiever ยังคงเป็นแรงผลักดันในชีวิตอยู่เสมอๆ บางครั้งก็ทำโดยไม่รู้ตัว แปลกดี

พรสวรรค์ จุดแข็ง และ คนหลายบุคลิก

สืบเนื่องจากหนังสือเจาะจุดแข็งและสัมนา KM ของสำนักงาน ทำให้คิดว่าถ้าคนเรามีหลายบุคลิกหรือมีอาการ Multiple Personlity Disorder ก็สามารถมีจุดแข็ง 34 อย่างได้ตามที่ Gallup ได้ทำการศึกษามา ตัวอย่างเช่น คนที่มีหลายบุคลิกอย่าง Billy Milligan  ที่มีบุคลิกที่แตกต่างกันถึง 24 แบบ เท่าที่ได้ลองอ่านจาก Wikipedia ทำให้รู้ว่า Billy Milligan ตัวจริงได้หายไปแล้ว เนื่องจากเหตุการณ์ในวัยเด็กและการพยายามฆ่าตัวตายทำให้บุคลิกอื่นๆ ทะยอยยึดร่างและแสดงออกในหลากหลายแบบ ที่สำคัญคือการแสดงออกในแต่ละแบบนั้นมีลักษณะเฉพาะของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน นั่นหมายความว่าหากพบเหตุการณ์ที่ต้องเรียกใช้ใครสักคนที่มีความสามารถหรือมีพรสวรรค์ที่ต้องการในช่วงนั้น สามารถสลับบุคลิกและให้ประโยชน์จากพรสวรรค์นั้นๆ ได้ทันที
วิทยากรที่มาบรรยายบอกว่ามีวิธีการดึงพรสวรรค์แฝงหรือสร้างพรสวรรค์ในส่วนอื่นๆ ขึ้นมาได้ แต่ต้องกลายเป็นอีกคนที่มีวิถีชีวิตอีกแบบไปเลย ผมก็เลยคิดว่าถ้าสะกดจิตตัวเองแล้วดึงจุดแข็งที่มีอยู่น้อยนิดในแต่ละด้านออกมา เหมือนกับคนที่มีอาการ MPD ก็สามารถสร้างพรสวรรค์หรือสร้างจุดแข็งใหม่ขึ้นมาได้ และเรียกใช้งานจุดแข็งทั้ง 34 อย่างขึ้นมาใช้ได้ตามสถานการณ์ที่ต้องการความสามารถนั้นๆ ได้ เหมือนกับอาการ MPD แต่ปัญหาคือการสะกดจิตให้กลายเป็นอีกหลายๆ คนนี่ท่าทางจะลำบากอยู่นอกเสียจากมีประสบการณ์ของจุดแข็งทั้ง 34 อย่างมาก่อน
 

หาจุดแข็ง

สืบเนื่องจากงานสัมนา KM ของสำนักงาน ที่ดูเหมือนจะเป็น KM แต่กลายเป็นเรื่อง Team Builder และ Strengths Finder แทน วิทยากรที่มาบรรยายเรื่องนี้แนะนำว่าให้ไปซื้อหนังสือ “เจาะจุดแข็ง” มาอ่านดู เพราะในหนังสือมีรหัสสำหรับลงทะเบียนเพื่อทำแบบทดสอบกับระบบเพื่อค้นหาพรสวรรค์หรือจุดแข็งที่มีอยู่ในตัวเองได้ ก็เลยทำให้อยากรู้ว่าจุดแข็งของตัวเองคืออะไร ก็เลยไปซื้อหนังสือมาลองทำดูบ้าง ได้ผลลัพท์ดังนี้

 
ปรับปรุงแก้ไข (Restorative)
คุณชอบแก้ปัญหา เมื่อประสบปัญหาครั้งแล้วครั้งเล่าบางคนอาจหมดกำลังใจแต่คุณกลับตื่นตัวยิ่ง ๆ ขึ้น คุณกระตือรือร้นที่จะได้วิเคราะห์สถานการณ์หาสาเหตุความผิดพลาดข้อบกพร่องและหาทางแก้ไข คุณอาจจะชอบแก้ไขปัญหาที่พบในชีวิตประจำวัน ปัญหาทางความคิดหรือปัญหาส่วนตัวก็ได้ คุณอาจมองหาปัญหาที่คุณพบบ่อย ๆ และมั่นใจว่าจะแก้ไขได้หรือกระตือรือร้นอยากจัดการกับปัญหาที่ซับซ้อนและแปลกใหม่ก็ได้เพราะประสบการณ์และคุณสมบัติอื่น ๆ ของคุณจะมีส่วนกำหนดว่าคุณชอบปัญหาชนิดใดด้วย แต่สิ่งที่แน่ ๆ คือคุณชอบซ่อมแซมแก้ไขข้อผิดพลาดทั้งหลาย เป็นความรู้สึกวิเศษที่ได้รู้สาเหตุของปัญหา ที่ได้กำจัดต้นตอของปัญหาให้หมดไปและที่ได้ทำให้สิ่งต่าง ๆ กลับมาอยู่ในสภาพปกติได้อีกครั้งหนึ่ง คุณรู้ว่าถ้าคุณไม่เข้าไปแก้ไขแล้วสิ่งนี้ อุปกรณ์ชิ้นนี้ บุคคลผู้นี้หรือบริษัทอาจหมดสภาพไปเลยก็ได้ ดังนั้นคุณจึงแก้ไขให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ต่ออายุให้หรืออาจกล่าวได้ว่าคุณช่วยชีวิตสิ่งนั้น ๆ ไว้
 
การปรับตัว (Adaptability)
คุณมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน คุณไม่ได้มองว่าอนาคตเป็นจุดหมายปลายทางที่ตายตัว ตรงกันข้าม คุณกลับมองว่าอนาคตเกิดจากการตัดสินใจเลือกของคุณในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เองคุณจึงค้นพบอนาคตของคุณเมื่อคุณตัดสินใจในเรื่องแต่ละเรื่อง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่วางแผนเสียเลยคุณอาจจะวางแผนไว้ก็ได้ การที่คุณมีคุณสมบัตินี้ทำให้คุณตอบสนองต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ตามต้องการแม้ว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณไม่ได้ทำตามแผนที่วางไว้ คุณต่างจากคนอื่นตรงที่คุณจะไม่หงุดหงิดถ้าจู่ ๆ คุณต้องจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน คุณคิดไว้แล้วว่าเรื่องทำนองนี้อาจเกิดขึ้นเพราะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จริงแล้วคุณก็แอบหวังให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นระดับหนึ่งเหมือนกัน เพราะลึก ๆ แล้วคุณมีความยืดหยุ่นมากและจะสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพตอนที่คุณงานวิ่งมาหาคุณจากทิศทางต่าง ๆ พร้อม ๆ กันนั่นเอง
 
ใฝ่รู้ (Learner)
คุณชอบเรียนรู้ เรื่องต่าง ๆ ที่คุณสนใจที่สุดนั้นจะถูกกำหนดโดยคุณสมบัติพิเศษข้ออื่น ๆ และประสบการณ์ต่าง ๆ ของคุณอีกด้วย แต่ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้เรื่องใดก็ตาม กระบวนการเรียนรู้ก็น่าดึงดูดสำหรับคุณเสมอ ๆ กระบวนการเรียนรู้นั้นน่าตื่นเต้นสำหรับคุณมากกว่าเนื้อหาหรือผลลัพธ์เสียอีก คุณจะตื่นตาตื่นใจไปกับการเดินทางที่ต่อเนื่องและมีเป้าหมายจากความไม่รู้ไปสู่ความเก่งกาจ สิ่งที่กระตุ้นความสนใจของคุณก็คือความอัศจรรย์ของข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ชิ้นแรกที่ได้มาในตอนแรกเริ่ม ความพยายามเบื้องต้นในการฝึกฝนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นจากการมีทักษะที่ชำนาญ ความตื่นเต้นสนใจทำให้คุณลองเรียนรู้กิจกรรมแบบผู้ใหญ่ เช่น โยคะ เปียโน ศึกษาเพิ่มเติมนอกเวลา และยังทำให้คุณเติบโตได้จนเป็นเลิศในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่หยุดนิ่งซึ่งกำหนดให้คุณต้องทำโครงการระยะสั้นและเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ มากมายให้ได้ภายในช่วงเวลาอันสั้น แล้วจึงขยับไปทำงานในเรื่องอื่น ๆ ต่อไป คุณสมบัติความใฝ่รู้นี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะพยายามเป็นผู้รู้ในแขนงนั้น ๆ หรือพยายามแสวงหาความเชื่อถือยอมรับที่ได้จากตำแหน่งทางวิชาการ หรือทางหน้าที่การงานเสมอไปแต่อย่างใดเพราะผลลัพธ์ที่ได้จากการเรียนรู้นั้นสำคัญน้อยกว่ากระบวนการเรียนรู้เสียอีก
 
ผู้สร้างความสำเร็จ (Achiever)
คุณสมบัติความเป็นผู้สร้างความสำเร็จของคุณช่วยอธิบายว่าอะไรคือแรงผลักดันของคุณ และแสดงให้เห็นว่าทำไมคุณจึงต้องการประสบความสำเร็จอยู่เสมอ คุณรู้สึกว่าทุก ๆ วันเริ่มต้นจากศูนย์ ดังนั้นถ้าในวันหนึ่ง ๆ คุณไม่ได้ทำอะไรให้สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่างคุณก็จะรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง และคำว่า ทุก ๆ วันของคุณนั้นหมายถึง วันทุกวัน ทั้งวันทำงาน วันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดพักผ่อน ไม่ว่าคุณสมควรจะได้หยุดพักผ่อนมากเพียงใดก็ตามถ้าวันนั้นผ่านไปโดยที่คุณไม่ได้ทำอะไรให้สำเร็จเลยคุณจะรู้สึกไม่พอใจ คุณมีไฟในตัวที่คอยผลักดันให้คุณทำอะไร ๆ มากขึ้นและทำให้สำเร็จมากขึ้นด้วย เมื่อคุณทำอะไรได้สำเร็จแล้วไฟในตัวคุณจะมอดลงพักหนึ่ง แต่ไม่นานไฟนั้นก็จะกลับลุกโชนอีกครั้งซึ่งจะทำให้คุณลุกขึ้นมาก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายใหม่ข้างหน้าอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยความเป็นผู้สร้างความสำเร็จของคุณนี้เองคุณจึงต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่กับความรู้สึกไม่ค่อยพอใจลึก ๆ นี้ได้อย่างไร อันที่จริงแล้วความรู้สึกไม่ค่อยพอใจนี้ก็มีประโยชน์เหมือนกันเพราะจะเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งพลังที่คุณต้องการเพื่อใช้ทำงานได้ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและเป็นแรงผลักดันที่คอยกระตุ้นให้คุณเริ่มทำงานชิ้นใหม่หรือสิ่งท้าทายใหม่ ๆ รวมไปถึงเป็นกำลังให้คุณกำหนดแนวทางและเป้าหมายให้การทำงานของกลุ่มทำงานของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คุณสมบัตินี้ทำให้คุณก้าวไปตลอดเวลา
 
ระมัดระวัง (Deliberative)
คุณเป็นคนระมัดระวัง เป็นคนที่ตื่นตัวอยู่เสมอและเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บความรู้สึก คุณรู้ว่าจะหาอะไรแน่นอนในโลกนั้นไม่ได้ แม้ว่าบางครั้งทุกสิ่งดูเหมือนว่าจะเป็นระเบียบแต่คุณก็ยังรู้สึกได้ถึงอันตรายต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ในเบื้องลึก แทนที่คุณจะปฏิเสธอันตรายเหล่านั้น คุณกลับนำอันตรายแต่ละเรื่องมาตีแผ่ให้เห็นได้ชัดเจนเพื่อจะได้สามารถระบุ ประเมิน และท้ายที่สุดคือลดอันตรายในแต่ละเรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นคุณจึงเป็นคนค่อนข้างจริงจังที่ดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง เช่น คุณชอบวางแผนไว้ล่วงหน้าเพื่อจะได้สามารถคาดการณ์สิ่งที่อาจผิดพลาดไว้ก่อน คุณเลือกคบเพื่อนอย่างระมัดระวังและไม่ยอมปริปากแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัว คุณจะระวังไม่ยกย่องชมเชยใคร ๆ มากจนเกินงามเพราะคุณไม่ต้องการให้เกิดการตีความแบบผิด ๆ หากบางคนจะไม่ชอบคุณเพราะคุณไม่แสดงออกเท่าคนอื่น ๆ แล้วละก็ คุณก็ไม่ได้เก็บเรื่องนั้นมาใส่ใจ สำหรับคุณแล้วชีวิตมิใช่การประกวดประชันความนิยมแต่ชีวิตเป็นอะไรทำนองเส้นทางแห่งอุปสรรค คนบางคนอาจสามารถดำเนินชีวิตอย่างบ้าบิ่นได้หากต้องการจะทำแต่คุณเลือกจะไม่ใช้วิธีการเช่นนั้น คุณมองหาอันตราย ชั่งน้ำหนักของผลกระทบเกี่ยวเนื่องแล้วจึงทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวัง คุณก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
 
ลองมากรอกลงตารางได้แบบนี้

จากตารางดูเหมือนว่าผมจะเป็นผู้ตามมากกว่าผู้นำ เป็นผู้ลงมือปฏิบัติมากกว่าผู้ออกคำสั่ง เป็นผู้เรียนรู้มากกว่าผู้คิดค้น เห่อๆ