ไข้หวัดใหญ่ 2009 ในปี 2012

ผมมีอาการไข้และเจ็บคอเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา แต่ก็คิดว่าไม่เป็นอะไรมาก จนกระทั่งคืนวันที่ 10 ก็รู้สึกตัวว่ามีไข้สูงและเบลอมากๆ ก็เลยถือโอกาสไม่ไปงานที่ ม.เกษตร เพราะนอนไอทั้งคืนตื่นเช้ามาก็ยังไออยู่ เช้าวันที่ 11 สิงหาคม ก็เลยตัดสินใจกลับบ้านที่โคราช ซึ่งเป็นการเดินทางกลับบ้านที่ทรมานมาก นอกจากเป็นไข้ ไอ แถมยังเจ็บคอพูดไม่ได้ คิดว่าคงไม่รอดแน่ๆ อาการทรุดหนักมาก นอกจากไอ จาม น้ำมูกไหล เจ็บคอ ยังมีอาการปวดตามกระดูก วันที่ 13 สิงหาคม ก็เลยต้องเข้าโรงพยาบาลก็ไปที่โรงพยาบาลเดิมคือ โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ หมอมาดูอาการวัดไข้ วัดความดัน ตรวจเชื้อไวรัส ผลทุกอย่างสูงหมด ไข้สูง 39.8 องศา ความดันสูงถึง 190 ให้น้ำเกลือ เอาผ้าปิดปากปิดจมูก ในใจก็คิดว่าทำไมไข้มันสูงจัง หมอดูอาการเริ่มไม่แน่ใจขอดูฟิมล์เอ็กซเรย์ปอด อ้าวหมอไม่บอกอะไรเลยถ้าดูฟิมล์เอ็กซเรย์ปอดก็ไข้หวัดนกน่ะสิ หมอเดินกลับมาบอกว่าไม่เป็นไรมาก เจอเชื้อไข้หวัดใหญ่ (แน่ะไม่บอกอีกว่าเชื้ออะไร) หมอให้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นไข้หวัดใหญ่นะ (เอ๊ะ หมอนี่พูดงงๆ นะ บอกมาเลยก็ได้ว่าผมเป็นไข้หวัดใหญ่น่ะ) สรุปได้นอนโรงพยาบาล วันแรกผมไม่มีแรงโดนพยาบาลรุมเช็ดตัว รู้สึกแปลกที่มีพยาบาล 2 คนมารุมเช็ดตัวให้ไข้ลด เช็ดตัว 5 รอบกว่าไข้จะลด 1 องศา เล่นเอาผมหนาวเลย ผมได้ยาหลังอาหาร 4 เม็ดต่ออาหาร 3 มื้อ นี่มันเป็นจำนวนยาที่มากสำหรับผมแต่ก็ฝืนใจกินจะได้หายไข้เร็วๆ
พอไข้เริ่มลดอาการก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ หมอขอดูอาการหลังไข้ลด 24 ชั่วโมงนั่นหมายความว่าผมต้องอยู่โรงพยาบาลอีก 1 วัน T_T หมอบอกว่าต้องให้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นไข้หวัดใหญ่กันคุณแพร่เชื้อไวรัสให้คนอื่นน่ะ อย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลานะ เท่าที่ดูจากอาการไข้ไม่น่ามาจากเชื้อไวรัสแต่เป็นไข้ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินหายใจมากกว่า (อ้าว สรุปเป็นไม่เป็นเนี่ย งงละ) พอวันรุ่งขึ้นอาการดีขึ้นมากลุกขึ้นจากเตียงเดินไปเดินมาได้คล่องหมอก็ให้กลับบ้านไปพักผ่อน แถมยามาให้อีกหลายถุงดังนี้

  • Paracetamol
  • Oseltamivir phosphate (Tamiflu)
  • Actifed (Pseudoephedrine hydrochloride, Triprolidine hydrochloride)
  • Celebrex
  • Amoxycillin

ถือว่าได้ยามากินเยอะมาก T_T พอมาดูได้ Oseltamivir phosphate ที่เป็นยาต้านไวรัส Influenza H5N1 ก็รู้เลยว่าโดนเข้าให้แล้วนับจำนวนได้ 1 โดสพอดีคือ 10 เม็ด กินไปแล้ว 5 เม็ดช่วงนอนอยู่ที่โรงพยาบาล เหลืออีก 5 เม็ดให้มากินต่อที่บ้าน เล่นเอาพูดไม่ออกเลยครับ ค่ารักษาครั้งนี้ 11,XXX บาท ถือว่าราคาแพงคงที่สำหรับโรงพยาบาลนี้ 🙂 อ้อ อาการข้างเคียงของ?Oseltamivir phosphate คือเบลอๆ หลอนๆ และท้องเสีย ตอนนี้อาการลดลงแล้ว แต่เสียงแหบยังแก้ไม่หายคิดว่าน่าจะดีขึ้นภายในอาทิตย์หน้า เฮ้อๆ อย่ามีอะไรที่ต้องใช้เสียงช่วงนี้ละกัน