ตั้งค่า Record แบบ Wildcard ให้ DNS

ผมมีปัญหาเกี่ยวกับ DNS บ่อยมากแล้วคนที่ดูแลเกี่ยวกับ DNS ก้อไม่ใช่ผมซะด้วย จริงๆ เรื่องของเรื่องคือไม่ค่อยได้วางแผนเรื่อง DNS สักเท่าไร วันดีคืนดีก้อคิดจะตั้ง sub domain ใหม่ขึ้นมา ไม่ตั้งค่า Virtual Host บน Apache ไม่เท่าไรครับ เพราะตัวเว็บเซิร์ฟเวอร์เราแก้ไขเองได้ แต่ DNS Server นี่สิมันอยู่คนละเครื่อง กว่าจะรอ Admin มาช่วยจัดการก้อช้าไปซะแล้ว จะแก้ปัญหายังไงดี วิธีง่ายๆ เราสามารถใช้ Wildcard สำหรับ domain record ได้ครับ มาดูตัวอย่างกัน
สมมุติว่าผมมี domain ชื่อ sexy.com แต่ sub domain ของผมไม่ค่อยคงที่สักเท่าไร วันดีคือดีก้ออยากจะมี subdomain เช่น gumara.sexy.com, bigtux.sexy.com เป็นต้น แต่ไม่อยากไปยุ่งกับ DNS ให้มันยุ่งยากมากนัก ไปตั้งค่าเพียง Virtual Host ของ Apache อย่างเดียวก้อพอ เราก้อใส่ Wildcard เข้าไปข้าหน้าแบบนี้เลยครับ *.sexy.com เอ้าไม่ได้ล้อเล่นนะครับ

sexy.com.       A           10.11.12.1
*.sexy.com.     CNAME       sexy.com.

ทีนี้จะให้ใคร dot อะไร sexy.com ก้อได้แล้วครับ 🙂

มาสร้างเอกสารบน Writer อย่างเซียนกันเถอะ

ผมเคยเข้าอบรมการใช้งาน Microsoft Office เฉพาะ Word ในราคา 3,600 บาท เพื่อเรียนวิธีการใช้งาน Microsoft Word อย่างถูกต้อง ซึ่งตอนนั้นเสียเงินเข้าไปอบรมได้ฟังบ้าง ไม่ได้ฟังบ้าง แต่ก้อพอจะเข้าใจว่าเราควรจะจัดการเอกสารได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการวางโครงร่างเอกสารผ่าน View แบบ Layout การกำหนด Style ต่างๆ เอาเป็นว่าคอร์สที่ลงเรียนแทบจะเปลี่ยนวิธีการใช้งาน Microsoft Office ของผมเลยทีเดียว แต่ก้อยังใช้ได้ไม่เชี่ยวชาญนัก แต่ก้อสามารถใช้งานฟังก์ชั่นอัตโนมัติต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่วบ้างละกัน
ผม เริ่มมาจับ Star Office แต่ภาษาไทยก้อไม่ได้เรื่องเท่าไร และไม่ได้อยู่ในความสนใจผมมากนัก จนกระทั่ง Open Office 2.3 เจ้าปัญหาทำให้ผมต้องบังคับตัวเองว่าทำอย่างไร จึงจะใช้ความรู้ที่ได้มาจากการอบรมใช้งาน Microsoft Word มาประยุกต์ใช้กับ Open Office 2.3 ได้ เอาเป็นว่า Open Office 2.3 สร้างปัญหาให้ผมอยู่เกือบปีเลยทีเดียวเฉพาะงานเอกสารปกตินะครับ ไม่รวมสิ่งต่างๆ ที่ก่อปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน เอาเป็นว่าเมื่อวานนี้ผมอดหลับอดนอนอีกครั้งเพื่อค้นหาวิธีการที่เหมาะสม รวดเร็ว และประยุกต์ใช้ได้ง่าย ไม่ต้องพึ่งเทคนิคพิสดาร หรือใช้ Marcro ต่างๆ ให้มันยุ่งยาก ถ้าคุณอยากรู้ค่อยๆ ศึกษากันทีละขั้นตอนนะครับ ผมจะพยายามสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง วิธีการใช้งาน Microsoft Word และวิธีการใช้งาน Open Office Writer ในสไตล์ผม เอาล่ะก่อนที่เข้าเนื้อหากัน ผมจะเล่าว่าผมทำอะไรกับ Microsoft Word ได้บ้างและผมจะแนะนำวิธีการทำแบบนี้ใน Open Office Writer ซึ่งสิ่งที่ผมใช้งานบ่อยๆ และชอบใช้เป็นพิเศษใน Microsoft Word ได้แก่
1. จัดโครงร่างเอกสร้างโดยใช้ Layout View ซึ่งใน Open Office ไม่มี Layout View มีแค่ Print Layout และ Web Layout เท่านั้น
2. กำหนดรูปแบบหน้าเอกสาร
3. กำหนด Style เปลี่ยนแปลง Style รูปแบบตัวอักษร การจัด Paragraph เป็นต้น
4. สร้างเนื้อหาข้อมูลสำเร็จอย่างการทำสารบัญต่างๆ เช่น สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ เป็นต้น
5. กำหนดรูปแบบการแสดงเลขหน้า เช่น ก ข ค…? 1 2 3… เป็นต้น
Continue reading มาสร้างเอกสารบน Writer อย่างเซียนกันเถอะ

มาวาดมนุษย์หิมะด้วย Inkscape กัน

มาวาดภาพเวกเตอร์ด้วย Inkscape กันอีกรอบครับ คราวนี้มาหัดวาดมนุษย์หิมะกัน ด้วยเส้นตรงและเส้นโค้งง่ายๆ ครับ เทคนิคที่ใช้ในงานวาดครั้งนี้มีไม่มากครับ คือรูปสี่เหลี่ยม รูปวงรี รูปสี่เหลี่ยม รูปทรงกระบอก รูปทรงกรวย และการประยุกใช้รูปทรงพื้นฐานมาประกอบเป็นรูปทรงอื่นๆ
เริ่มต้นด้วยการวาดวงกลม 2 วงซ้อนกันโดยวงกลมที่เป็นส่วนหัว ซ้อนทับวงกลที่เป็นส่วนลำตัว ใส่ลูกตาวงรีสีดำ 2 ดวง ดังภาพ

Continue reading มาวาดมนุษย์หิมะด้วย Inkscape กัน

กฏหมายคอมฯ ใครได้? ใครเสีย? ตอนที่ 2 : อาชญากรร้ายไซเบอร์

Hacker อาชญากรร้ายแห่งโลกไซเบอร์
หากพูดคำว่า Hack หรือคำว่า Hacker หลายๆ คนมองเห็นภาพเลยว่าเป็นคนไม่ดี เป็นอาชญากร หรือเป็นพวกที่มีนิสัยชอบเจาะเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่นเพื่อแอบดู ข้อมูล หรือล้วงความลับในองค์กร แล้วนำไปก่อความเสียหาย เช่น ขโมยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน ลบชื่อผู้ใช้งานในระบบ อาจรุนแรงถึงขั้นเข้าไปลบข้อมูลในระบบ แต่ผมอยากให้ทำความเข้าใจคำว่า Hacker ในอีกรูปแบบหนึ่ง คนที่เรียกตัวเองว่า Hacker ในสมัยก่อนคือคนที่ชอบเรียนรู้ ศึกษา ในทุกๆ เรื่องส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องระบบคอมพิวเตอร์หรือบ่งบอกกลุ่มคนที่พัฒนาระบบ ปฏิบัติการ ในยุคนั้น Hacker มีพฤติกรรมอย่างหนึ่งเรานิยามสั้นๆ ว่า “play with claverness”
อะไรก้อตามที่ทำแล้วเกิดความรู้หรือนำความรู้มาทำสิ่งแปลกใหม่ หรือศึกษาสิ่งเรานั้นแล้วสามารถประยุกต์ไปในอีกด้านหนึ่งได้ เราเรียกว่า “Hack” คนที่ “play with claverness” เราเรียกว่า “Hacker” ตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ที่มองภาพได้ง่ายๆ เช่น การทำเบียร์แบบดั้งเดิมแต่ไม่ค่อยถูกปากคนสมัยใหม่สักเท่าไรเพราะใช้ข้าวบา เล่ แต่กลับมีคนอีกกลุ่มหนึ่งคิดค้นหมกมุ่นอยู่กับการผสมผสานหาความแปลกใหม่ของ เบียร์ จนได้เบียร์ออกมาเป็นเบียร์ที่ทำจากข้าวเจ้า เป็นต้น อย่างนี้เรียกว่า “play with claverness” คือ “Hack สูตรเบียร์” คนที่คิดหรือทำก้อเรียกว่า “Hacker” ได้เหมือนๆกัน
ในทุกวันนี้สื่อ ใช้คำว่า Hacker ผิดเพี้ยนไป ทำให้เข้าใจว่า Hacker เป็นพวกนอกกฏหมายเสียทั้งหมด แหมถ้าเป็นอย่างนั้นคนที่ Hack ระบบปฏิบัติการ สร้างระบบปฏิบัติการ หลายๆ คนในยุค 80 ก้อคงโดนคุกกันซะทุกคนกระมัง หลายคนอาจไม่ทราบว่า Bill Gate เป็น Hacker และ Linus ก้อเป็น Hacker เหมือนกัน เอาล่ะในเมื่อภาพของ Hacker ถูกมองในแง่ลบ ทำให้มีการพยายามแบ่ง Hacker ผู้ที่แสนดีและ Cracker ผู้ที่ชอบทำลาย แต่ก้อยังไม่สำเร็จ สื่อก้อยังคงทำให้ Hacker ติดภาพลบอยู่ดี ท้ายที่สุดก้อมีคนพยายามแบ่ง Hacker เป็น “White Hat” กับ “Black Hat” แบ่งแยกกันไปเลย เอาล่ะ เมื่อสื่อนิยามคำว่า Hacker ไปในทางลบแล้ว ผมก้อคงจะนิยามตามนั้น แต่ที่กล่าวมาข้างต้นอยากให้เข้าใจว่าจริงๆ แล้ว Hacker แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร?
เอาล่ะย้อนกับมาที่อาชญากรที่เรียกว่า Hacker (Black Hat) มักก่อคดีในเรื่องขี้ขโมยและชอบทำลายเสียเป็นส่วนใหญ่ ในประเทศไทยเคยมีคดีจับกุม Hacker ได้เช่นกัน หากยังจำคดี “ปล้นเหยียบเมฆ” กันได้ Hacker หนุ่ม Hack เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ยักใหญ่แล้วทำการ เปลี่ยนมูลค่าและจำนวนบัตรเติมเงินที่จะออกมาจำหน่าย โดยข้อมูลจะถูกเปลี่ยนเป็น 10 เท่าของมูลค่าจริง เช่น บัตร 100 บาทก้อจะถูกแก้ไขเป็น 1000 บาท เป็นต้น แล้วนำไปเร่ขายบนอินเตอร์เน็ต จากคดีดังกล่าวทำให้ Hacker คนนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะ “แฮกเกอร์มือหนึ่งของไทย” นี่ก้อเป็นตัวอย่างความเสียหายที่เห็นได้ชัดเจน Continue reading กฏหมายคอมฯ ใครได้? ใครเสีย? ตอนที่ 2 : อาชญากรร้ายไซเบอร์

สร้างภาพ reflect แบบ Web 2.0 ด้วย Inkscape

วันนี้มาเขียนเทคนิคการใช้ Mask ในการทำภาพ reflect แบบเว็บ 2.0 โดยใช้ Inkscape นึกภาพไม่ออกก้อเลื่อนไปดูภาพสุดท้ายเอาละกันนะครับ 🙂 เทคนิคที่ใช้เป็นการ Mask ภาพ 2 ภาพโดยสร้างภาพ Gradient ไว้หนึ่งภาพแล้วใช้ภาพนี้เป็น Mask ของภาพตัวอักษร ขั้นตอนการทำมีดังนี้

Continue reading สร้างภาพ reflect แบบ Web 2.0 ด้วย Inkscape

กฏหมายคอมฯ ใครได้? ใครเสีย? ตอนที่ 1 : รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม

ทุกวันนี้อินเตอร์เน็ตเปรียบเหมือนปัจจัยที่ 7 รองจากไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ เรียกได้ว่าไม่มีอินเตอร์เน็ตก้อทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว หากเรามามองย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาอินเตอร์เน็ตในช่วงแรกๆ แทบจะไม่มีอะไรนอกจากบริการ WWW หรือเว็บไซต์เท่านั้นเอง ผ่านมาไม่กี่ปีเราก้อได้เล่น MSN, Camfrog, Hi5, ดูหนัง ฟังเพลง บนเว็บ กันแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีมันไปเร็วมากขนาดไหน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดเช่นนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เหมือนเป็นดาบสองคม เราสามารถใช้อินเตอร์เน็ตหาประโยชน์ หาความรู้ หาเงิน ให้เราได้ และยังใช้อินเตอร์เน็ตทำลายผู้อื่นได้เช่นกัน ซึ่งส่งผลกระทบได้เร็วและฉับไวกว่าการกระทำความผิดในรูปแบบอื่นๆ มาลองดูตัวอย่างเหตุการณ์เหล่านี้กัน
– ส่งไวรัสเข้าไปทำลายระบบคอมพิวเตอร์ หรือรบกวนการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น
– เจาะระบบคอมพิวเตอร์ ก่อกวนการทำงาน หรือโจรกรรมข้อมูลของบุคคล หน่วยงาน นำออกไปสร้างความเสียหาย
– การใช้คอมพิวเตอร์ตัดต่อภาพดารา แล้วเอาไปโพสตามเว็บบอร์ดต่างๆ จนทำให้เสียชื่อเสียง
– การกล่าวหา หมิ่นประมาทคนที่เกลียด หรือต้องการจะทำลายชื่อเสียงบนเว็บไซต์
– การหลอกลวงเพื่อขายบริการ เล่นการพนัน แชร์ลูกโซ่ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
– การถูกล่อลวงจากเพื่อนแปลกหน้าจากโปรแกรม MSN, Camfrog นำไปสู่คดีข่มขืน การลักทรัพย์ เป็นต้น
จาก ตัวอย่างข้างต้น อาจเกิดจากความไม่รู้ เกิดจากความคึกคะนอง นึกว่าสนุกสนานโดยไม่รู้ตัวว่าเข้าข่ายเป็น “อาชญากรทางคอมพิวเตอร์” ไปซะแล้ว ซึ่งการกระทำผิดข้างต้น หากต้องการหาตัวผู้กระทำผิดก้อยากพอแล้ว เพราะเป็นการใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น Hacker ไปเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูล เป็นต้น แต่เมื่อจับตัวผู้กระทำผิดได้ก้อไม่สามารถใช้บทลงโทษที่เหมาะสมได้ เนื่องจากไม่มีกฏหมายรองรับและครบคลุมการกระทำผิดเหล่านี้ บทลงโทษทำได้เพียงใช้กฏหมายที่เข้าข่ายมาใช้ลงโทษได้เท่านั้น เช่น กฏหมายลักทรัพย์ เป็นต้น จึงเป็นเหตุผลทำให้เกิด พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งประกาศใช้งานไปเมื่อปีที่แล้ว เพื่อค้มครองสิทธิ และความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งทางตรงและทางอ้อม เอาล่ะคิดว่าน่าจะพอเข้าใจแล้วว่าทำไมต้องมีกฏหมายคอมพิวเตอร์ มาดูกันอีกว่าอะไรล่ะที่เรียกว่า “กระทำผิด” Continue reading กฏหมายคอมฯ ใครได้? ใครเสีย? ตอนที่ 1 : รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม

ทำนามบัตรสวยๆ ด้วย Inkscape ใน 1 นาที

ผมชอบเป็นครูพักลักจำด้วยความอยากรู้ว่าร้าน Format บน The Mall โคราชใช้โปรแกรม Illustrator ยังไง ผมเลยได้ไปลองใช้บริการดู จำได้นิดๆ หน่อยๆ เรื่องออกแบบนามบัตรนี่ต้องใช้ฝีมือกันพอสมควรแต่ที่ตกใจเขาใช้เวลาน้อยมาก ในการทำ ซึ่งเทียบได้กับใช้โปรแกรมพิมพ์นามบัตรทั่วๆไป ไปแอบดูเขาทำ ปรากฏว่ามีเทคนิคหนึ่งเรียกว่า Array Copy ประมาณว่าใส่ตัวเลขที่ต้องการจำนวนคัดลอกได้เลย ด้วยเหตุนี้เองมันถึงได้เร็วนักหนา เอาล่ะอันนั้นมันเป็นเรื่องของโปรแกรม Illustrator แต่เจ้า Inkscape ที่ผมพยายามใช้มาเกือบ 2 ปีนี่ก้อยังไม่ได้เรื่องเท่าไร
เวลาทำนามบัตรก้อปะติดปะต่อใช้เวลานาน แต่หลังจากพยายามติด Inkscpe ตัวใหม่ (ผมลง Inkscape ตั้งแต่แผ่นจันทราเวอร์ชันเขียวๆ) ก้อพบว่าภายใต้เมนู Edit มีเมนู Clone และ Create Tiled Clones เจ้านี่แหละคือเคล็ดลับที่จะมาทำนามบัตรให้เร็วเท่ากับร้าน Format ล่ะ เอ้ามาลองดูซิว่าทำอย่างไรกัน

เริ่มจากเปิด Inkscape ขึ้นมาหน้ากระดาษทำงานของคุณจะเป็นขนาด A4 โดยปกติ ให้คุณกำหนดขนาดกระดาษทำงานเสียใหม่เป็น 3.5×2.0 นิ้ว โดยคลิกที่ File > Document Properties… เพื่อใช้ทำต้นแบบนามบัตร Continue reading ทำนามบัตรสวยๆ ด้วย Inkscape ใน 1 นาที

Hack ไฟล์ SAM บน Windows

หากท่านใดใช้ Windows XP อยู่ล่ะก้ออ่านคงชอบใช้แผ่น Hiren หรือแผ่น Reset Windows Password ซึ่งการทำงานของโปรแกรมเหล่านี้มีไม่มาก ก้อแค่เปลี่ยน passsword hash ในไฟล์ password เท่านั้น อ้าว Windows มีไฟล์ Password ด้วยหรือ? เหล่า Linux Geek อาจเคยชินกับ passwd และ shadow มาแล้ว ลองมาดูบน Windows บ้างจะเป็นไร ไฟล์ Password บน Windows มีชื่อว่า SAM (Security Account Manager) อยู่ในไดเรคทอรี Windows/System32/Config/SAM ไฟล์นี้จะเก็บข้อมูลชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านซึ่งเข้ารหัสด้วย lanman encryption ซึ่งใช้ในการตรวจสอบในการ Login หรือการ Login ผ่าน Network โดย NetBios ซึ่งการเข้ารหัสแบบ lanman นี้เข้าข่ายไม่ปลอดภัยเนื่องจาก plain text ที่ใช้ในการเข้ารหัสมีเพียง 7 bytes หน้าและ 7 byte หลังเท่านั้น ทำให้ Cypher Textสามารถถูก hack ได้โดยใช้เครื่องมือ hack ที่ใช้เทคนิคง่ายๆ อย่าง brud force ก้อสามารถ hack ได้แล้ว สำหรับฐานข้อมูล password สามารถใช้จาก John the ripper หรือ L0phtCrack ได้ ทำให้การ Hack Windows XP เป็นเรื่องง่ายมากทีเดียว สำหรับการ Crack Lanman นักเขียนชื่อ Charles Gillman ได้เขียนบทความเอาไว้ใน นิตยสาร Infosec หัวข้อ Hitchhiker’s World Issue #9 อธิบายเกี่ยวกับ การ Crack Lanman ใน 60 วินาที เอาล่ะถ้าอยากทราบก้อติดตามอ่านกับเอาเองนะครับ มาดูวิธีผมกันบ้าง Continue reading Hack ไฟล์ SAM บน Windows

20 วาทะเด่น ของ Richard M. Stallman

ได้อ่าน blog ของ junauza มาหลายครั้ง (แฟนพันธุ์แท้ RMS) เห็นเขาคัด วาทะเด่นของ RMS มาเลยเอามาแจกกันอ่าน ใครเป็นสาวก GNU/Linux และ FSF ห้ามพลาด

  1. “I could have made money this way, and perhaps amused myself writing code. But I knew that at the end of my career, I would look back on years of building walls to divide people, and feel I had spent my life making the world a worse place.”
  2. “When I do this, some people think that it’s because I want my ego to be fed, right? Of course, I’m not asking you to call it “Stallmanix”!”
  3. “I’m always happy when I’m protesting.”
  4. “Geeks like to think that they can ignore politics, you can leave politics alone, but politics won’t leave you alone.”
  5. “People sometimes ask me if it is a sin in the Church of Emacs to use vi. Using a free version of vi is not a sin; it is a penance. So happy hacking.”
  6. “If programmers deserve to be rewarded for creating innovative programs, by the same token they deserve to be punished if they restrict the use of these programs.”
  7. “Fighting patents one by one will never eliminate the danger of software patents, any more than swatting mosquitoes will eliminate malaria.”
  8. “People said I should accept the world. Bullshit! I don’t accept the world.”
  9. “Giving the Linus Torvalds Award to the Free Software Foundation is a bit like giving the Han Solo Award to the Rebel Alliance.”
  10. “Would a dating service on the net be ?frowned upon? . . . ? I hope not. But even if it is, don?t let that stop you from notifying me via net mail if you start one.”
  11. “Once GNU is written, everyone will be able to obtain good system software free, just like air.”
  12. “If you want to accomplish something in the world, idealism is not enough–you need to choose a method that works to achieve the goal. In other words, you need to be “pragmatic.”
  13. “No person, no idea, and no religion deserves to be illegal to insult, not even the Church of Emacs.”
  14. “Today many people are switching to free software for purely practical reasons. That is good, as far as it goes, but that isn’t all we need to do! Attracting users to free software is not the whole job, just the first step.”
  15. “If in my lifetime the problem of non-free software is solved, I could perhaps relax and write software again. But I might instead try to help deal with the world’s larger problems. Standing up to an evil system is exhilarating, and now I have a taste for it.”
  16. “I see nothing unethical in the job it does. Why shouldn’t you send a copy of some music to a friend?”
  17. “‘Free software’ is a matter of liberty, not price. To understand the concept, you should think of ‘free’ as in ‘free speech,’ not as in ‘free beer’.”
  18. “For personal reasons, I do not browse the web from my computer. (I also have not net connection much of the time.) To look at page I send mail to a demon which runs wget and mails the page back to me. It is very efficient use of my time, but it is slow in real time.”
  19. “Playfully doing something difficult, whether useful or not, that is hacking.”
  20. “Copying all or parts of a program is as natural to a programmer as breathing, and as productive. It ought to be as free.”

โปรดเตรียมเทียบเวลา

จาก พรบ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ส่งผลให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ รวมทั้งผู้ดูแลระบบเครือข่ายต้องปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับ พรบ. ทำอย่างไรหรือ ? ก้อเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไงครับ แต่ว่าเกิดปัญหานิดหน่อยในข้อ 9 ที่ว่า
ข้อ ๙ เพื่อให้ข้อมูลจราจรมีความถูกต้องและนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงผู้ให้บริการ ต้องตั้งนาฬิกา ของอุปกรณ์บริการทุกชนิดให้ตรงกับเวลาอ้างอิงสากล (Stratum 0) โดยผิดพลาดไม่เกิน 10 มิลลิวินาที
โอ้ว พระเจ้า stratum 0 จะไปหาดาวเทียม จากไหนมาใช้กันล่ะนี่ เอาล่ะไม่ต้องตกอกตกใจไป ผิดพลาดไม่เกิน 10 มิลลิวินาที ยังมีทางออก (ใครมีตังค์ไปเช่าดาวเทียมแล้ว sync นาฬิกาให้ตรงก้อว่าไปนะครับ) เราสามารถใช้ Network Time Protocal เพื่อใช้ตั้งเวลาเครื่องคอมพิวเตอร์ในสอดคล้องกับข้อ 9 ได้
เอาล้ะเริ่มหาเป้าหมายของเครื่องที่จะติดตั้ง NTP กัน เอ้าเหล่าสาวก Ubuntu/Debian ก้อ apt-get install ntpdate นะครับ แล้วหา Stratum 1 Server ดีๆ สักตัว ที่ http://support.ntp.org/bin/view/Servers/StratumOneTimeServers ถ้าคิดไม่ออกเลือกไม่ถูกใช้ของ Nectec ได้ที่ clock.thaicert.nectec.or.th Continue reading โปรดเตรียมเทียบเวลา