วัฒนธรรม Me Too กับการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส

เปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส ให้ภาครัฐใช้ก่อน ถึงจะใช้ตาม, ของผิดกฏหมายเต็มไปหมดแผ่นละ 50 บาทบ้าง 200 บาทบ้าง ไม่เห็นมีใครทำอะไรแล้วจะมารณรงค์ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทำไม ทั้งๆ ที่ของเถื่อนยังมีอยู่, จะใช้ทำไมใช้ยากเหมาะสำหรับคนเก่งๆ เขาใช้กัน, ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานไม่ได้ ฯลฯ เรามักจะได้ยินหลายคนพูดอย่างนี้ใช่มั๊ยครับ แล้วท่านเคยได้ยินอย่างนี้มั๊ยครับ โครงการส่งเสริมการใช้งาน Open Source ในหน่วยงาน เพื่อทำให้เป็นองค์กรที่เป็นแบบอย่างในการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกต้อง หลายท่านอาจไม่คิดว่ามีอย่างนี้ด้วยหรือ? แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาทำกันไปตั้งนานแล้วครับ ใครที่เพิ่งมาคิดทำกันตอนนี้เรียกได้ว่าเชยมากๆ
ที่ผ่านมา Thai Open Source นำเสนอบทความเกี่ยวกับโอเพนซอร์สมาพอสมควร แนวทางด้านบวกบ้างด้านลบบ้าง แต่ท่านที่เคยได้อ่านอาจจะเข้าใจโอเพนซอร์สมากขึ้น เข้าใจถึงความยากลำบากของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ย่อท้อในการพัฒนา ซอฟต์แวร์ในวิถีทางโอเพนซอร์ส เข้าใจว่ายังมีกลุ่มคนที่พยายามผลักดันโอเพนซอร์สในรูปแบบกิจกรรมต่างๆ หากท่านเป็นคนหนึ่งที่อยากหันมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเพราะไม่อยากละเมิด ลิขสิทธิ์ ไม่อยากขโมยของๆ คนอื่นมาใช้ การเริ่มต้นด้วยตัวของท่านเองสามารถทำได้ครับ ไม่ต้องรอคนอื่นก็เหมือนกับการทำความดี
อย่ามองว่าบริษัทซอฟต์แวร์ คิดราคาแพงหูฉี่ หรือมองบริษัทซอฟต์แวร์เห็นแก่ตัว ฯลฯ หากแต่เพราะกลไกทางธุรกิจ เมื่อมีผลิตภัณฑ์หรือสินค้า การจำหน่ายหรือวิธีการที่จะได้มาครอบครองต้องมีการแลกเปลี่ยนด้วยตัวเงิน เสมอ เพราะซอฟต์แวร์ไม่ได้เพาะเมล็ด หรือรดน้ำลงพื้นแล้วได้เป็นแผ่นโปรแกรมออกมาหากต้องใช้แรงงานแรงกายและกำลัง ทรัพย์ในการพัฒนา จัดทำเป็นผลิตภัณฑ์ออกมา ซึ่งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก็เช่นเดียวกัน หากคุณมีเงินไม่พอที่จะซื้อหามาได้ อย่าขโมยใช้ หากมีซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่สามารถหยิบจับเอามาใช้ได้ก็ใช้เถอะครับ หากมีกำลังทรัพย์เพียงพอก็ซื้อซอฟต์แวร์ที่คุณอยากใช้ให้ถูกต้อง ถูกกฏหมาย
หลาย ท่านอาจแย้งว่าการใช้ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดก็เหมือนกับการขโมยหรือเป็นโจร ซึ่งดูรุนแรงไป แต่หากมามองทางด้านจริยธรรม หากคุณมีสินค้าของคุณแลัวมีคนมาขอซื้อไปใช้งาน แต่อีก 10 นาที มีสินค้าของคุณที่เป็นของก็อปวางแผงกันกลื่นขายแข่งกับสินค้าของคุณเอง คุณจะทำอย่างไร? คุณจะเอาเงินที่ไหนไปจ้างลูกน้อง จ่ายค่าโน่นนี่ จิปาถะ ในต่างประเทศมีการรณรงค์ให้ใช้สินค้าที่ถูกกฏหมายและมีบทลงโทษรุนแรงมาก สำหรับผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าลอกเลียนหรือสินค้าที่ผิดกฏหมาย บางประเทศการไม่เคารพในเรื่องของลิขสิทธิ์ถือว่าไม่มีการเคารพความเป็น มนุษย์กันเลยทีเดียว หากใครเคยซื้อแผ่น DVD จะมีภาพยนต์สั้นที่บอกว่า การซื้อ DVD ที่ผิดกฏหมายคืออาชญากรรม ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้น แล้วในประเทศเราล่ะจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร
การแก้ปัญหาการละเมิด ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการหันมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส หากแต่ต้องเริ่มที่จิตวิญญาณที่ว่า เราจะไม่ทำในสิ่งที่ผิด เราจะเป็นคนดี เพียงเท่านี้เอง ส่วนการหันมาใช้ซอฟแวร์โอเพนซอร์สนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากทุกคนคิดได้เช่นนี้ ทุกคนจะมีภูมิคุ้มกันที่จะไม่ละเมิดสิทธิ์ในกรณีอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่น เรื่องเพลงก็อป รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า ฯลฯ อ้อ อีกอย่างการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ไม่เกี่ยวกับเรื่องของความพอเพียง อย่าสับสนกัน การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่ละเมิดสิทธิ์คนอื่น ไม่ได้เกี่ยวกับความพอเพียงแต่อย่างใด เขียนมายืดยาวก็เพียงอยากอธิบายให้เข้าใจว่าการทำดีเริ่มได้ที่ตัวท่านเอง การใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก็เริ่มได้ที่ตัวท่านเองเช่นกัน

เก็บตกงาน Open Source Festival 2010

ผมมีโอกาสได้ไปงาน Open Source Festival 2010 ที่สถาบันปัญญาภิวัฒน์ แต่ไปสายนิดหน่อยตอนบ่ายกว่าๆ เลยพลาดหลายเรื่องที่น่าสนใจไป เช่น พิธีเปิด คุณเจมส์พูดเรื่องความสำคัญของโอเพนซอร์สในด้านองค์กร และอื่นๆ ผมก็เลยพบว่าน่าเสียดายมากๆ แต่ไม่พลาดหัวข้อ how to build community ซึ่งจัดอยู่ชั้น 2 ของอาคาร อ่ะแน่นอนผมหลงทางเหมือนเดิม การไปร่วมงาน Open Source Festival ครั้งนี้ทำให้รู้ว่าคนเริ่มสนใจ Open Source มากขึ้น อีกทั้งยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มากขึ้นด้วย ซึ่งประเทศไทยละเลยเรื่องนี้มากว่า 10 ปี แต่เอาล่ะคนก็เริ่มเข้าใจและหาทางออกให้กับเรื่องนี้มากขึ้น
ผมได้มีโอกาสได้พบหลายคนที่อยู่ในแวดวงโอเพนซอร์สทั้งบริษัทและคนคุ้นเคย จากสื่อเครือข่ายสังคม ทำให้รู้จักหน้าตาพวกเขามากขึ้น คงไล่จากบริษัทที่ผมเข้าไปคุยด้วยดีกว่ามาเริ่มกันเลย
* บจก.ฟาสฟอร์เวิร์ด ทำโมดูลและโปรแกรมที่ฝังเข้าไปใน Joomla มีหลายโปรแกรมที่น่าสนใจ
* บจก.โอเพนซอร์สเดวิลอปเม้น ทำธุรกิจด้านการสนับสนุนการเปลี่ยนมาใช้งานโอเพนออฟฟิสและโซลูชั่นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับระบบในองค์อร
* บจก.ครีเอชันโปร อาจจะงงๆ หากเอ่ยชื่อนิตยสารโอเพนซอร์สทูเดย์อาจจะร้องอ๋อก็นี่แหละครับ นิตยสารโอเพนซอร์สหนึ่งเดียวในประเทศไทย อ้อเขามีของเล่นใหม่คือ Zentyal
* บจก.บลูบอล เอาซอฟต์แวร์ CMS สัญชาติเวียดนามมาโชว์ชื่อ Tomato CMS ซึ่งเจ้าตัวนี้เจ๋งมากๆ เค้าบอกว่า ทำเว็บไซต์ก็คือเอา Widget มาวางๆ ไอเดียดีครับ
* บจก.ยูบีเอช หรือ SCS เดิมเป็นตัวแทนจำหน่าย RedHat ซึ่งทีมงานนี้ยังสนุกสนานได้สม่ำเสมอเอาเทคโนโลยีของ RedHat มาโชว์ไม่ว่าจะเป็น RedHat Cluster และ RedHat VM ตบท้ายด้วยสอบ RHCx เหมือนเคย
เดินคุยได้ประมาณนี้ จากนั้นได้พบ อ.สมพันธ์ เลยได้คุยกันเรื่อง MySQL Cluster และ Web Cluster กันนิดหน่อย ได้เจอ จรูญ ทีมงาน LaunchPad จาก Canonical คำถามแรกที่จรูญถามคือเรื่อง Suriyan ซึ่งทุกคนถามเรื่องนี้กันบ่อย 😛 อ่ะนะ มันเป็นเรื่องการเมือง คุยกันเรื่องเก่าๆ เมื่อสมัย Suriyan และ Chantra เริ่มต้นแรกๆ เป็นยังไง เรื่องงาน Contribute ในส่วน Translation Team และเรื่องอื่นๆ ที่นึกออก พี่จากกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ของประเทศลาวพี่เค้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ Joomla อ้อหรือจะเรียกว่าทีมงาน Joomla Lao ดี ก็ได้คุยกันเรื่องโอเพนซอร์สในประเทศลาว ตบท้ายด้วย ทีม ODP หรือที่รู้จักกันในชื่อ OpenTLE ของ NECTEC ซึ่งก็มีแซวกันเล็กน้อย แต่ทุกคนก็สนุกสนานกันดี เหมือนมางานรวมรุ่นคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนก็ได้เห็นหน้าค่าตากันก็ รู้สึกสนุกดี วันพรุ่งนี้จะเดินไปบูธอื่นๆ เพื่อเก็บข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังครับ 🙂

ตัดสินใจซื้อ LG GT540 Optimus แบบงงๆ

หาเรื่องซื้อมือถือใหม่ คิดว่าจะซื้อ WellcoM A88 จากที่เป็น Android 1.6 อัพเดทเป็น 2.1 เดินไปเดินมากที่ Future Park รังสิต ก็ยังหามือถือที่ถูกใจไม่ได้ อาการเดิยวกันกับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่ใช้มือถือแบบ PDA จนชินทำให้ไปซื้อ LG KP500 Cookies แต่ก็ใช้งานไม่ถนัดเท่าไร มีปัญหากับแป้นคีย์บอร์ดภาษาไทยตลอด ต้องยอมรับว่าพิมพ์แบบโทรศัพท์กดปุ่มไม่เป็นครับ 😛 พอมาเดินหามือถือที่จะใช้แทน KP500 ตัวเดิม ก็เกิดอาการเดิม คือ เลือกไม่ถูกว่าจะเอารุ่นไหน HTC, BB, iPhone, Nokia, Samsung, LG รู้สึกว่ามือถือมันเยอะไปหมด ที่ตัดออกไปคงเป็น HTC, BB, Nokia, iPhone ส่วน Samsung และ LG ก็น่าสนใจ นอกนั้นก็เป็น house brand อย่าง WellcoM โดยส่วนตัวไม่เคยใช้ Samsung อีกอย่างพยายามเดินหาศูนย์ Samsung ที่ Future Park รังสิต แล้วหาไม่เจอ เดินไปมาระหว่าง WellcoM เพราะตัดสินใจไม่ได้ อีกอย่างที่ Shop WellcoM ดูจะไม่ค่อยสนใจลูกค้าเท่าไร 😛 เลยเดินไปที่ LG Shop ถัดไปอีก 3 ล็อก ไปเจอ LG GT540 Optimus เลยตัดสินใจยากกว่าเดิมอีก ตั้งแต่ที่ใช้ LG มา 3 เครื่องรู้สึกว่ามันทนดี และดูตามความต้องการกับการใช้งานแล้วตรง อีกอย่างผมไม่ค่อยบ้าเห่อเทคโนโลยีมากนักเพราะมันจะแลกมาด้วยราคาที่แพงเกิน ไป เท่าที่คุยกับพนักงานขายเขาก็บอกข้อดี ข้อด้อยเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ก็ถือว่าจริงใจดี อีกอย่างราคากับคุณสมบัติเมื่อเทียบกันแล้วก็พอรับได้ LG เป็น inter brand และใช้มา 3 เครื่องแล้ว ถ้าซื้อ LG เครื่องที่ 4 จะเป็นไรไป ก็เลยตกลงใจซื้อ LG GT540 Optimus โดยไม่ได้คิดอะไรมาก

ภาพจาก MXPhone.com
เอาเป็นว่าซื้อแบบงงๆ อีกแล้ว ปัญที่ที่พบก็คงเป็นเรื่อง keyboard ภาษาไทยที่ LG พยายามแก้ปัญหา Keyboard ที่ตัวอักษรซ้อนกัน ผมก็ยังพิมพ์ keyboard ของ LG ไม่เป็นอยู่ดี สุดท้ายต้องลง keyboard เพิ่มเติม สำหรับปัญหาที่ติดมากับ Android 1.6 ก็คงเป็นเรื่องของ Bluetooth และ Task Management ปรับแต่งดีๆ หน่อยก็ใช้งานได้ถนัดมือแล้วครับ อ้อผมซื้อ SIM i-mobile 3gx มาทดสอบพบว่าใช้งานเร็วได้ดี ใช้เป็น Modem ก็แค่เสียบสาย USB เข้าไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ก็สามารถเล่นอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ผมใช้ Ubuntu เสียบสายปุ๊บ ตั้งค่า Mobile Broadband นิดหน่อยก็ใช้งานได้เช่นกัน
มีหลายคนถามว่าทำไมไม่ซื้อ WellcoM A88 เพราะปรับแต่งมาเรียบร้อยแล้ว อีกอย่างคุณสมบัติหลายอย่างดีกว่าเยอะมาก ผมตอบได้อย่างเดียวว่าไม่ทราบเหมือนกันครับ 😛 ราคาของ LG Optimus อยู่ที่ 7,990 บาท ซื้อที่ LG Shop ลดราคาได้นิดหน่อย แต่ถ้าซื้อที่ i-mobile shop ลดราคาได้ประมาณ 3% ที่เสียดายคงเป็นที่ ไม่ได้ลด 3% นี่แหละครับ เอาเป็นว่าผมมีความสุขดีกับ LG Optimus และ i-mobile 3Gx ถ้ารู้สึกเบื่อๆ ตอนไหนอาจจะไปซื้อยี่ห้ออื่นหรือรุ่นอื่นแทน
ปล. ผมยังใช้ LG KP500 โทรเข้าออกเหมือนเดิม ส่วน SIM 3G ที่ซื้อมากำลังหาทางออกให้มันอยู่ครับ 😛

อบรม Linux Forensics สุดมันส์

ได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากรเกี่ยวกับทางด้าน forensics โดยใช้เครื่องมือและระบบปฏิบัติการ Linux การอบรมครั้งนี้ผมเตรียมตัวสั้นมากเพราะเครื่องมือที่ใช้ออกจะโบราณไปหน่อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือตัวไหนที่มีมาพร้อมกับ Linux ทุกตัว เครื่องมือที่ใช้ในการสอนได้แก่ dd, fdisk, sfdisk, file, tar, gzip, bzip, losetup, md5 และ sha1 ซึ่งการอบรมยอมรับว่าสอนไม่ทันแต่ก็มันส์มาก เพราะผู้เข้ารับการอบรมได้สัมผัสถึง Linux จริงๆ ได้พิมพ์คำสั่งบน shell ถึงแม้ว่าเวลาจะน้อย ก็สามารถเห็นภาพได้ว่าถ้าใช้เครื่องมือบน Linux ก็สามารถนำเอามาใช้งานทางด้าน forensics ได้เช่นกัน เอาเป็นว่าการอบรมครั้งนี้พอสนุกสนาน แต่ต้องใช้เวลามากกว่านี้สัก 7-8 สัปดาห์ว่าคุณตำรวจไซเบอร์รุ่นใหม่จะสามารถใช้เครื่องมือได้คล่องแคล่ว คราวนี้โจรไซเบอร์คงต้องเกรงกลัวบ้างล่ะ ทิ้ง slide เอาไว้ให้ด้วยที่ slide share ใครอยากเพิ่มเติมเนื้อหาก็ใส่เพิ่มได้ครับ 😉

สะท้อนปัญหา Suriyan ทางออกและการแก้ไข

วันนี้ได้มีโอกาสเข้าไปเรียนการใช้งาน Suriyan เดินไป เดินมา จนได้ขึ้นไปพูดบนเวทีจนได้ ทำให้ได้ทราบปัญหาในเรื่องการใช้งาน Suriyan และปัญหาที่ผมมักจะชอบพูดว่าเป็นปัญหาจุกจิก ซึ่งทำให้ผมเห็นว่าการเริ่มใช้ Suriyan หรือ Linux มันยากสำหรับผู้เริ่มต้นที่ไม่คุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์มากนัก สำหรับเด็กๆ รุ่นใหม่ก็อาจจะปรับตัวได้เร็ว สำหรับคนรุ่นเก่า สว.อาจปรับตัวช้า ส่วนใหญ่ยังกังวลเรื่องระยะเวลาในการศึกษาการปรับตัว ความยาก ตั้งกำแพง ฯลฯ ผมเห็นปัญหาแบบนี้มาหลายแห่ง ซึ่งปัญหาจุกจิกเหล่านี้แก้ได้ด้วยตัวผู้เรียนเองเท่านั้น ผู้สอนคงทำหน้าที่เพียงตอบคำถาม สร้างความมั่นใจ โฆษณาชวนเชื่อ 😛 ให้ได้เท่านั้น
หลายคนยังเป็นกังวลว่า Suriyan จะทำอยู่อีกนานมั๊ย อืมมมมม เรื่องทำอีกนานมั๊ยคงตอบไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับความแน่วแน่ของเจ้าของโครงการ คือ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ สำหรับผมทำหน้าที่ดูแลในฐานะนักพัฒนาคนหนึ่งเท่านั้น อย่างที่เคยเขียนไว้ในเว็บไซต์ Suriyan ว่าโครงการนี้ตั้งต้นไว้ดี แต่แปลงร่างหลายกระบวนท่ามากไปหน่อย เวลาคนมองดูโครงการทำให้เกิดความไม่แน่ใจ
ความจริงแล้ว Suriyan เป็นของทุกคน อยากพัฒนาเพิ่มเติม หรืออยากทำอะไร ทำเพิ่มเติมได้ คุณสามารถทำได้ แต่ขอให้อยู่ในแนวทางเดิม ดังนั้นการเข้ามาร่วมพัฒนาหรือที่เราเรียกว่าการ Contribute นั้น ทีมงาน Suriyan เปิดโอกาสให้เต็มที่ ซึ่งการ Contribute เป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยให้ Suriyan คงอยู่ เช่นกัน ถึงแม้ว่าทีมพัฒนาชุดเดิมอาจจะไม่ได้อยู่ดูแลโครงการนี้ เป็นต้น Continue reading สะท้อนปัญหา Suriyan ทางออกและการแก้ไข

ซิป้าโคราชกับห้องเรียนโอเพนซอร์ส

วันนี้ผมได้มีโอกาสมาเป็นกรรมการพิจารณาผลงานการประกวดในกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ IT Esaan ที่สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งขาติ (องค์การมหาชน) สาขา นครราชสีมา ซึ่งวันนี้มีการเปิดตัวโครงการห้องเรียนโอเพนซอร์สและมีการอบรมระบบ ปฏิบัติการ Suriyan ด้วย ผมและทีมงาน Thai Open Source ปลุกปล้ำ Suriyan มาได้เกือบครึ่งปีที่ผ่านมา ทีมงานได้พยายามค้นหายอดฝีมือมาเขียนคู่มือ Suriyan และแผ่นสื่อการสอนที่จะออกมาประมาณกลางปีนี้ แต่วันนี้ผมพบว่าทีมงานและบุคลากรทางภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยหลัก 5 มหาวิทยาลัยที่มีความตั้งใจจะเผยแพร่ความรู้ด้านโอเพนซอร์สให้เป็นที่ แพร่หลายในภาคอีสาน วันนี้ผมพบแล้วว่า 5 มหาวิทยาลัยสามารถเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญและเป็นแบบอย่างในการผลักดัน โอเพนซอร์สเข้าสู่ชุมชน ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชนได้
สิ่งที่ประหลาดใจและประทับใจมากที่สุดคือหนังสือคู่มือ “Suriyan ระบบปฏิบัติการแห่งยุค” เขียนโดย คุณกิตติกร กรรณิการ์ เป็นหนังสือ Suriyan เล่มที่ 2 ที่ผมอ่านแล้วประทับใจ แต่หนังสือเล่มนี้พิมพ์ออกมาเร็วมาก พิมพ์ครั้งแรก จำนวน 2,000 เล่ม เมื่อเดือนมกราคม 2553 ที่ผ่านมา สำหรับหนังสือเล่มนี้พิมพ์ 4 สี ทั้งเล่ม อ่านเข้าใจง่าย แต่ไม่ทราบว่ามีจำหน่ายหรือไม่ ถ้าอยากได้คงต้องติดต่อทางสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งขาติ (องค์การมหาชน) สาขา นครราชสีมาครับ

มองดูโอเพนซอร์สเพื่อนบ้านประเทศกัมพูชา

ด้วยความบังเอิญติดปัญหาเรื่อง Lang Pack Thai ใน OpenOffice.org เพราะหาไม่เจอไม่รู้ดาวน์โหลดที่ไหน เลยทำให้ต้องเข้าไปค้นในเว็บไซต์ OpenOffice.org ในส่วน RC untest พบว่ามีเพื่อนบ้านของเรามี OpenOffice.org ในภาษาของเขาเอง ที่พร้อมดาวน์โหลดเป็นไฟล์ติดตั้งสำหรับระบบปฏิบัติการต่างๆ ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น Windows, Linux, Mac OS และ Solaris ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจว่าประเทศที่ใครๆ ก็มองว่าล้าหลัง แต่กลับมีการพัฒนาที่ก้าวหน้าทางด้านโอเพนซอร์สมากกว่าเราเสียอีก ประเทศที่ผมกำลังกล่าวถึงคือประเทศกัมพูชา จากเท่าที่เคยติดตามข่าวสารเกี่ยวกับประเทศนี้ (ไม่อิงด้านการเมือง) พบว่ากัมพูชามีการวางแผนเรื่องระบบการสื่อสารที่ดี เริ่มมีการใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอน กัมพูชาจัด BarCamp Phnom Penh 2009 และกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ อยากรู้อ่านที่ KhmerOS
ผมรู้สึกตกใจตรงที่ว่ากัมพูชามี OpenOffice.org ที่ไม่ต้องติดตั้ง Lang Pack เพิ่มเติม นั่นหมายความว่าการ contribute ของทีมโอเพนซอร์สของกัมพูชานั้นถือว่ารักษาคุณภาพได้ดีเลยทีเดียว หากจะติดตามทีมนี้คงต้องดูลงานที่ผ่านมาว่ากัมพูชาได้ contribute ด้านโอเพนซอร์สและนำเอาโอเพนซอร์สไปใช้งานอย่างไรบ้าง เรามาเริ่มจากข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ จากโครงการที่มีชื่อเก๋ไก๋ว่า “เมขลา” (Mekhala) โครงการเมขลา เป็นโครงการพัฒนาภาษาเขมรผนวกรวมเข้าไปกับโปรแกรมท่องเว็บอย่าง FIreFox ที่เราคุ้นเคย ซึ่งโครงการเมขลาใช้ฐานการพัฒนาจาก FireFox เป็นหลัก ปัจจุบัน เมขลามีรุ่น 3.5 ครับ อีกโครงการหนึ่งชื่อ มยุรา (Moyura) โครงการมยุรา เป็นโครงการพัฒนาภาษาเขมรเข้าไปยังโปรแกรมอ่านอีเมลที่เราใช้กันบ่อยเช่นกัน คือ Thunderbird มยุราเวอร์ชันล่าสุดคือ 1.5.0.8 โครงการข้างต้นเป็นการพัฒนาต่อยอดซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่มีอยู่เดิมให้ สามารถใช้งานในภาษาเขมรได้ แต่โครงการที่เราพูดถึงข้างต้น คือ OpenOffice.org ตอนนี้ได้มีการพัฒนาภาษาเขมรเข้าไปแล้วและได้ build เพื่อทดสอบในระบบปฏิบัติการต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา หลายคนสงสัยว่าทำไมภาษาเขมรถึงได้บรรจุอยู่เป็นแพคเกจที่พร้อมดาวน์โหลดไป ติดตั้งได้เลย ทำไมไม่เป็น Lang Pack เอาไปติดตั้งเอง คำตอบง่ายๆ ในวงการโอเพนซอร์สคือ ทีมนักพัฒนาเขมรได้ผ่านการทดสอบจิตใจทางด้านการ contribute และงาน contribute ด้านการแปลมีมากว่า 80% ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ออกรุ่นในช่วง release ใน OpenOffice.org 3.2 ภาษาเขมร จริงๆ แต่ได้ออกรุ่นในช่วงทดสอบ RC1-5 ก็ไม่ธรรมดาแล้วครับ Continue reading มองดูโอเพนซอร์สเพื่อนบ้านประเทศกัมพูชา

อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์กับ Cloud แบบเน้นๆ

มีโปรเจค Cloud Computing เข้ามาให้ได้ลองขบคิดซึ่งผมโดนจับเข้าไปอยู่ในกลุ่ม Cloud Computing แบบงงๆ คงเป็นเพราะผมเคยเปรยๆ ไว้เมื่อต้นปีที่แล้วว่าน่าทำ Cloud เพราะเกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในบ้านเรามากในหลายๆ ด้าน หากมองข้อดีที่หลายๆ คนพยายามโฆษณา เช่น การประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย ใช้ฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ พันแปดร้อยข้อ แต่สำหรับผมแล้วผมมองในแง่ของการเสริมความต้องการและเติมในส่วนที่ขาดของ ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ ซึ่งมี 3 ส่วนหลักๆ คือ

  1. ทรัพยากรในการพัฒนาซอฟแวร์ (development & testing)
  2. เครื่องมือในการประกอบธุรกิจ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผ่าน SaaS เช่น เครื่องมือในการบริหารจัดการโครงการซอฟต์แวร์ ปรับปรุงกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ ลูกค้าสัมพันธ์ เอกสารอิเลคทรอนิกส์ ฯลฯ
  3. เป็นแหล่งทรัพยากรพื้นฐานบริการในรูปแบบของ IaaS สำหรับผลิตภัณฑ์ที่พร้อมเข้าสู่ตลาด (ready2market) ลดรายจ่ายของผู้ประกอบการได้มหาศาล เช่น ใช้เป็น demo site, deployment site เป็นต้น

สำหรับในส่วนอื่นๆ ก็คงแล้วแต่ model ทางธุรกิจ สำหรับการลงทุนในเรื่องของ Cloud Computing และการจัดทำ Cloud Infrastructure เพื่อใช้เป็น IaaS ก็ไม่ใช่เรื่องยากหรือลงทุนสูงอะไรมากนัก เพราะซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถทำได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Private Cloud หรือ Public Cloud ซึ่งความยากง่ายและงบประมาณในการบริหารจัดการขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของ Cloud Infrastructure นั้นๆ ผมคงไม่ลงในรายละเอียดมากนักสำหรับท่านที่สนใจอยากจะทำ Cloud Infrastructure ในองค์กรแบบเล็กๆ ผมแนะนำให้เข้าไปดูเอกสารเกี่ยวกับ KVM Virtualization ช่วยได้ครับ สำหรับองค์กรที่ต้องการทำ Cloud Infrastructure อยากจะสัมผัส Cloud infrastructure Amazon EC2 และ S3 การเริ่มต้นด้วย Eucalyptus ก็ไม่ได้ยากมากนัก สำหรับท่านที่สนใจอยากทำ Cloud Infrastructure สามารถดูแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Wiki ของ Suriyan หลายคนที่ follow twitter ของผม @anoochit อาจเห็นว่าช่วงนี้บ่นเรื่อง Cloud เยอะ หลังจากนี้คงไม่บ่นแล้ว คิดว่ามีข้อมูลเพียงพอสำหรับอ้างอิงและผู้ที่สนใจเรื่อง Cloud สามารถนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้ครับ

อย่าทรมานคนแก่

ผมนั่งคุยกับ @gumara เรื่อง locale ในซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส 3 โครงการซึ่งผมมองว่าคนที่ทำงานด้านนี้ต้องอาศัยทักษะและความอดทนสูงมากเพราะ ต้องแปล เรียบเรียง ตรวจสอบความถูกต้องของการแสดงผลเมื่อแปลไปแล้ว เท่าที่เราทราบกันอยู่คนที่ทำงานด้าน locale ในประเทศเราเหลือน้อยมาก อาจจะแซวกันเล่นว่าเหลือแต่คนแก่ๆ อายุก็ปาเข้าไปเลข 30++ กันเข้าไปแล้ว ซึ่งก็ต้องเข้าใจว่า จะทรมานคนแก่ก็กะไร การจะให้เด็กๆ รุ่นใหม่ๆ เริ่มเป็น contributor ทางด้าน localization ก็ยากพอสมควร เอาเป็นว่าคนที่ใจรักที่จะทำและพัฒนาก็ทำกันต่อไปครับ ส่วนเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่จะมาสลับให้คนแก่ได้ใช้ชีวิตปกติสุขบ้างก็คงจะค่อยๆ มีเพิ่มเข้ามาบ้าง เอาเป็นว่าก็คงต้องค่อยๆ รณรงค์ในเรื่องการพัฒนาบุคลากรและการ contribute งานกลับเข้าไปยังต้นน้ำในโครงการต่างๆ สิ่งเหล่านี้ต้องทำด้วยหัวใจและจิตวิญญาณ ที่ต้องการช่วยให้การปรับปรุงซอฟต์แวร์เหล่านั้นให้ใช้ภาษาไทยแสดงผลภาษาไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมเองไม่ใช่คนที่ชอบงาน locale เพราะเขียนโปรแกรมทีไรก็ให้คนอื่นแปลตลอดเลยไม่ค่อยจะสนใจทางด้านนี้มากนัก
งาน แปลจาก community ที่ผมพบจากโครงการที่เกี่ยวเนื่องหลายๆ โครงการเช่น fedora, ubuntu, debian, moblin และอื่นๆ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแต่ละโครงการและโครงการที่ใช้ resources ร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น fedora, ubuntu, debian ทำ locale ภาษาไทย และบน upstream project อย่าง gnome โครงการ moblin ก็ได้อานิสงค์จากการทำงานอย่างหนักด้วยเช่นกัน เพราะการแปลจาก upstream และการแปลจากโครงการต้นน้ำ แต่ไม่มีอะไรที่ perfect โครงการ moblin ยังคงต้องการทีมงานแปลในส่วนภาษาไทยเช่นเดิม ซึ่งเหมือนกับ fedora, ubuntu, debian เช่นกันเพราะอัตราการแปลภาษาในแต่ละ distro ไม่เท่ากัน โค้ดที่เพิ่มจากการ patch หรือการปรับปรุงส่วนติดต่อผู้ใช้แตกต่างกัน การอัพเดทเวอร์ชันใหม่ ส่งผลให้งานแปลต้องกลับมา revise กันทุกๆ เวอร์ชัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องอดทน ต้องทำด้วยหัวใจและจิตวิญญาณจริงๆ ครับ
ที่ เขียนมายืดยาวแนวบ่นๆ ก็เพราะว่าคนรุ่นใหม่นั้นขยับเข้ามาหาคนรุ่นเก่าช้ามากไป คนที่ดูในส่วน locale ในโครงการต้นน้ำก็พลอยแก่ลงเรื่อยๆ ก็อย่าทรมานคนแก่กันเลยครับ 😛 อ้อทีม l10n ที่ยังมีไฟอยุ่ก็ขอโทษทีครับแซวกันเล่นๆ น๊าาา

ควันหลงค่ายออกข้อสอบวัดมาตรฐานวิชาชีพด้านโอเพนซอร์ส

เมื่อวันที่ 10-12 กันยายนที่ผ่านมา ผมและ @gumara ได้ไปร่วมประชุมเพื่อออกข้อสอบและคัดเลือกข้อสอบวัดมาตรฐานวิชาชีพด้านโอเพน ซอร์ส เราเรียกกันเล่นๆ ว่า OSS Cert ซึ่งงานนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ผู้ประกอบการ และผู้คร่ำหวดในวงการซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ลินุกซ์ และระบบเครือข่ายชั้นสูง เอาล่ะหากเอ่ยชื่อถึงทีมงาน ODP-NECTEC, สวทช., OSDEV, Ice Solution, PTT ICT, Ubuntu Club, Thai Open Source-SIPA, มูนิธิศักดิ์พรทรัพย์, อ.เอกรัฐ บุญเชียง – มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอีกหลายท่านที่ได้เข้ามาร่วม contribute ข้อสอบร่วมกัน แต่ละกลุ่มทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ ถาม @gumara นะครับ ว่าออกข้อสอบเมื่อยแขนมากขนาดไหน 😛 และที่สำคัญงานนี้ได้ความรู้และประสบการณ์จากหลายท่านมากครับ เอาล่ะช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องมีการปรับปรุงข้อสอบเพื่อให้มีความกระชับมาก ขึ้น ระดับข้อสอบ ระดับความยากง่าย และคัดแยกไปยังฐานข้อมูลข้อสอบ เพื่อใช้ในการสอบวัดมาตรฐานวิชาชีพด้านโอเพนซอร์สต่อไป ใครอยากทราบว่ามีความรู้ด้านลินุกซ์เดสท็อป, ลิบุกซ์เซิร์ฟเวอร์ และโอเพนออฟฟิสระดับใด ก็เตรียมอ่านหนังสือเตรียมสอบกันได้เลยครับ สำหรับน้องๆ พี่ๆ และเพื่อนๆ ที่สอบ NLC อาจมีข้อสอบชุดนี้อยู่ด้วย ถ้ามีข้อสอบชุดนี้อยู่จริง NLC ปีนี้สนุกแน่นอนครับ 😉