ความคืบหน้า ONE Console

ถ้าดูเลข revision ขณะเขียน blog นี้ก็คือ 88 เลขสวยเลยทีเดียวแต่ว่าทำไมไม่ขยับสักทีก็เพราะว่า ไม่ได้เขียนต่อเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว 😛 เรื่องของเรื่องคือต้องการออกแบบ GUI และ ฟังก์ชันการทำงานอื่นๆ ให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งตอนนี้ในส่วนการจัดการ Cloud IaaS ที่เป็น OpenNebula จัดการได้เกือบหมดทุก function แล้ว เหลือเพียงการปรับแก้ให้เข้ากันได้กับ GUI และ การทำงานของซอฟต์แวร์ สิ่งที่เสร็จไปแล้วได้แก่

  • SignIn ตรวจสอบผู้ใช้ในฐานข้อมูลและ ONE Auth
  • SignUp ลงทะเบียนผู้ใช้ในฐานข้อมูลและ ONE User
  • Reset Password แก้ไขรหัสผ่ายในฐานข้อมูลและ? ONE User
  • Privileges ผ่านฐานข้อมูลแยกผู้ใช้ทั่วไปกับผู้ดูแลระบบ

สิ่งคิดว่าจะทำเร็วๆ นี้

  • ออกแบบ Dashboard UI และหน้าอื่นๆ เช่น VM, Library, Host, Virtual Network, User, Permission เป็นต้น
  • ออกแบบ Library หรือ Market Place ที่ใช้เป็นคลังซอฟต์แวร์
  • ออกแบบส่วน Monitoring ให้เชื่อมโยงกับข้อมูลที่จะเอาไปใช้ใน Dashboard
  • ออกแบบโครงสร้างข้อมูลในการย้ายเทมเพลทพื้นฐานไปยังไลบรารีของผู้ใช้
  • ออกแบบโครงสร้างข้อมูลเรียกใช้เทมเพลทจากไลบรารี นำไปใช้ provisioning เป็นบริการของผู้ใช้นั้นๆ
  • ออกแบบระบบปฏิบัติการพื้นฐานทั้ง 32 Bits และ 64 Bits เพื่อใช้เป็น Services Image เบื้องต้น
  • อื่นๆ อีกมากมาย

รายชื่อซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่น่าสนใจ

ว่างๆ ช่วงตกงาน เลยมาลอง list รายชื่อซอฟต์แวร์ที่น่าสนใจ แบ่งเป็นหมวดหมู่ไว้แล้ว ดังนี้

  • Blogging
  • Bug Tracking
  • CRM
  • Content Management
  • Customer Services
  • Database Management
  • Development Tools
  • Discussion Forum
  • Document Management
  • E-Commerce
  • Education
  • Human Resource
  • Infrastructure
  • Instant Messaging
  • Network Management
  • Photo Management
  • Portal
  • Project Management
  • Security
  • Telephony
  • Ticket Tracking
  • User Management
  • ERP
  • Wiki
  • Platform Stack
  • E-Mail

ผมอาจจะแบ่งละเอียดไปหน่อย เอาเป็นว่าใครอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างก็ดูได้ที่ MindMap Gallery ละกันครับ

จะทะยอย update เรื่อยๆ ครับ สำหรับท่านที่สนใจเป็นไฟล์ในรูปแบบ XMind ก็สามารถ e-mail เข้ามาขอได้ที่ anoochit [at] gmail [dot] com ครับ 🙂

พักผ่อน

เมื่อ 2 วันที่แล้วมีเรื่องไม่ค่อยสบายใจหลายเรื่องรวมเรื่องตกงานด้วยเช่นกัน ซึ่งคิดไปคิดมาชวนปวดหัว เลยตั้งใจรอคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่อยู่แดนไกล ซึ่งจริงๆ หวังว่าจะรับงานเข้ามาทำเพราะที่ผ่านมาเพื่อนคนนี้มักจะคะยั้นคะยอให้ผมทำโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด ก็เลยรอจนเกือบ 5 ทุ่ม โชคดีที่ On GTalk เราคุยกันดังนี้ (ฉบับแปลไทย)
ผม : สวัสดีปีใหม่
มาติน : สวัสดี เป็นยังไงมั่ง
ผม : ก็ดีตอนนี้ตกงาน ไม่ได้ต่อสัญญาจ้าง
มาติน : เสียใจด้วยแล้วมีเงินประกันช่วงตกงานมั๊ย
ผม : ไม่มี
มาติน : ผมก็ตกงานมา 5 เดือนแล้ว หมดสัญญากับ IBM กำลังหางานเหมือนกัน
ผม : แล้วเรื่องโครงการเก่าๆ จะทำต่อไหม
มาติน : ตอนนี้กำลังพัฒนา LiteDMS อยู่เรื่อยๆ ตัวนี้ผลตอบรับดีมาก ส่วนโครงการอื่นๆ ก็ทะยอยดูไปเรื่อยๆ
ผม : ตอนนี้กำลังทำ ONE Console อยู่ มีอะไรแนะนำมั๊ย?
มาติน : โครงการนี้เจ๋งดี แต่มีโครงการทำนองนี้อยู่แล้วใน Lab
ผม : เว็บโครงการนั้นใช้ CMS ของผมนี่นา
มาติน : ใช่ๆ LiteCMS (Lanai CMS) เอาไว้ว่างๆ จะทำให้มันดีขึ้นกว่านี้ เดี๋ยวนี้ Lab ใหญ่ขึ้นเพราะโครงการซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมีเยอะขึ้น
ผม : โครงการเยอะขนาดนี้ดูแลได้ยังไง?
มาติน : ดูแลเป็นรายโครงการไป ดูว่าตัวไหนสามารถทำได้ก่อนก็ดูตัวนั้น
ผม : อืม
มาติน : รู้ไหม ถ้าผมไม่ไล่ take over โครงการเหล่านี้ มันจะตายไปและไม่ได้พัฒนาต่อ ถ้าทำเพิ่มอีกนิดปรับปรุงอีกหน่อยก็ทำเป็นบริการได้แล้ว
ผม : เข้าใจ โครงการเหล่านั้นก็คงต้องการให้ใครสักคนดูแลต่อเหมือนกัน ก็เหมือนโครงการเก่าๆ ของผมนั่นแหละ
มาติน : อากาศช่วงนี้เป็นยังไง
ผม : อากาศที่ประเทศไทยตอนนี้เป็นฤดูหนาว แต่กรุงเทพร้อนนะ
มาติน : ฤดูหนาวว่ายน้ำได้มั๊ย
ผม : ได้สิ แต่จะหนาวๆ เย็นๆ
มาติน : งั้นไปว่ายน้ำ ผมไปชายหาด ไปคลับ แล้วก็กลับมาที่บ้าน อย่างนี้ทุกวัน
มาติน : ชายหาดที่นี่เป็นน้ำแข็ง ว่ายน้ำไม่ได้
ผม : ชายหาดน้ำแข็ง? ที่กรุงเทพไม่มีชายหาดน่ะ
มาติน : พัทยา
มาติน : ขับรถไม่น่าจะเกิน 3 ชั่วโมง
ผม : ขับรถไม่น่าจะเกิน 2-3 ชั่วโมง
มาติน : เดาถูก
ผม : ผมก็ชอบทะเลนะ
มาติน : ไปทะเล เอา labtop ทิ้งไว้ที่บ้าน เอามือถือทิ้งไว้ที่รถ ไม่ต้องพกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค ไปพักผ่อนให้เยอะๆ
ผม : อืม ไม่ได้ไปทะเลนานแล้ว คงต้องไป relax บ้าง
มาติน : …
ผม : อืม คงต้องนอนแล้วที่นี่เวลา 23.00
มาติน : ไปนอน
ผม : ขอบคุณ สำหรับคำแนะนำดีๆ
มาติน : ไม่เป็นไร ขอให้หางานได้ละกัน
หลังจากคุยกับมาตินผมก็นอนหลับๆ ตื่นๆ วันรุ่งขึ้นไปดูงานที่บริษัทแห่งหนึ่งแถวๆ สามย่าน มีรายละเอียดเล็กน้อย แต่ไม่มีรายละเอียดและตำแหน่งงานที่จะต้องทำและยังมีความคลุมเครือพอสมควร ได้พูดคุยกับพนักงาน ได้ดูงานคร่าวๆ และกลับมาที่อพาทเม้นแบบปวดหัวเพราะรู้สึกว่ายังรับไม่ได้กับบริษัทสไตล์นี้ และได้นอนไม่หลับอีก 1 คืน ทำให้เกิดอาการช็อกและเบลอมากๆ คิดถึงตอนที่คุยกับมาติน ชายหาด ทะเล ไม่ไหวแล้ว คงต้องพักผ่อนจริงๆ ว่าแล้วก็เลยเก็บกระเป๋า ในกระเป๋ามี Notebook ที่แบตหมด เกม PSP ก็แบตหมดเหมือนกัน ออกเดินทางแบบ Back Pack !!
จะไปที่ไหน? ขึ้นเหนือ ลงใต้ หรือตะวันออก เช็คตารางเครื่องบิน ออกเดินทางได้ตอนเย็นๆ ถ้าให้รอถึงเย็น คงคลั่งตายก่อนแน่ๆ งั้นไปบางแสน บางแสน-ชายหาด-ทะเล… คว้ากระเป๋าได้ก็ขึ้น Taxi เจ้าประจำ ไปหมอชิต ได้คุยกับ Taxi ระหว่างทางเรื่องโน่นนี่ ฯลฯ ได้กำลังใจจากพี่ Taxi มาพอสมควร พอถึงหมอชิต ก็ซื้อตัวที่จุดเดิม เดินไปขึ้นรถซึ่งพร้อมจะออกหลังชานชลาที่ 5 พอขึ้นรถได้ก็โทรหาเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ขอหายหน้าไปพักสักระยะสัก 2-3 วัน (อาทิตย์) พอถึงบางแสนก็พบว่าช่วง low season ของบางแสนเป็นอย่างนี้นี่เอง มันเงียบมาก ไม่วุ่นวาย แต่ยังมีคนเล่นน้ำอยู่ประปราย
ผมเดินหาที่พัก พอได้ที่ซุกหัวนอนก็ได้เวลากินปู กินกุ้ง ข้าวเกรียบ และนอนเล่นอยู่ริมหาดไป 3 ชั่วโมง บังเอิญมีเจ้าหน้าที่มาซ่อมไฟประกอบกับอากาศเริ่มร้อนเลยได้เดินกลับที่พัก พอตกเย็นไปที่ ที่คิดว่าทำให้พักผ่อนสมองได้อีก 1 ที่คือ ห้างแหลมทอง จับรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างไปกินข้าวที่ห้างแหลมทอง แล้วก็เดินกลับที่พัก ตอนแรกคิดว่าไม่ไกลเท่าไร พอเดินเข้าจริงๆ มันก็ไกลเหมือนกัน ระหว่างทางเดินถ่ายรูปจากกล้องโทรศัพท์มือถือ เดินไปริมชายหาดช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก เอาเท้าแช่น้ำทะเล เดินเท้าเปล่าไปบนหาด พอให้รู้สึกว่าสบายใจ หัวเราะได้ แล้วก็กลับมานอนที่โรงแรม ตื่นเช้ามาด้วยความสดชื่น ลมทะเลพัดเอื่อยๆ รู้สึกว่าสบายๆ ไม่เครียด ไม่คิดฟุ้งซ่าน เช็คเอาท์ สะพายเป้ เดินทางต่อ… ไปที่ไหนดี ?

โครงการ ONE Console ซอฟต์แวร์ทำเล่นๆ ระหว่างตกงาน

สืบเนื่องจากโครงการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการบริการ ERP บนกลุ่มเมฆของฝ่ายโอเพนซอร์ส SiPA จากที่ได้เปิดประมูลไปเมื่อหลานเดือนที่แล้ว ปรากฏว่าไม่มีใครกล้ามาประมูล ทั้งๆ ที่งบประมาณภายใต้โครงการนี้มีเกือบ 2 ล้านบาท โครงการแนวนี้ความเสี่ยงอยู่บ้างระดับหนึ่ง แต่เครื่อง Server และ Storage ใช้ของ ThaiGrid ผมคิดว่าก็น่าจะทุ่นแรงอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมไม่มีใครมาประมูล เอาเป็นว่าโครงการมันก็นิ่งๆ งงๆ ผมมองว่า Cloud Computing เป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้ประกอบการในประเทศ อีกอย่างการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในงาน Appliance หรือ Virtual Appliance ในบ้านเรามีน้อย ทำให้การมองภาพการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อทำงานบน Cloud หรือทำผลิตภัณฑ์และบริการบน Cloud ได้ลำบากมากขึ้น ซึ่งคนที่จะเข้าใจเรื่อง Cloud ต้องผ่านยุค ผ่านเทคโนโลยีตามวิวัฒนาการของมันมาเรื่อยๆ จึงจะเข้าใจ
โดยทั่วไปผู้เชี่ยวชาญเขาก็จะบอกว่า Cloud Computing หากแบ่งตามการบริการ (Services) จะแบ่งได้คร่าวๆ เป็น Iaas, PaaS, SaaS ซึ่งแบ่งหยาบๆ หลายคนอาจเริ่มที่ SaaS เพราะทำเงินได้เร็วหากใครถนัดเรื่อง Virtual Appliance อยู่แล้วสามารถเริ่มต้นได้เลย โดยการพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ใช้สามารถใช้ resource บน Cloud ให้ได้เต็มที่ อีกคนอาจเริ่มที่ PaaS เพราะทุกคนต้องการที่ Deploy Application และการจัดการเรื่อง Application Server ที่ดี อีกคนทุนหนาหน่อยอาจให้บริการ IaaS อย่าง AWS เป็นต้น ซึ่ง Technology บน Cloud Computing ฝั่ง IaaS คือเทคโนโลยี Virtualization เป็นหลัก แต่ Virtualization ไม่ใช่ Cloud Computing นะครับ อย่าเข้าใจผิด Cloud Computing ยังมีการกำหนดนิยามโดยใช้คุณลักษณะอีกหลายข้อซึ่งส่วนใหญ่เน้นที่ Elastic Computing, Automation, Self Services เป็นต้น ใครสนใจก็ไปตามอ่านที่ Cloud Computing Use Cases ได้
โครงการ ONE Console เป็นการพัฒนา Cloud Management Console เข้าไปครอบ Cloud Infra อีกต่อหนึ่งเพื่อสร้างส่วนติดต่อกับผู้ใช้ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องจิ้ม command line ฯลฯ ดังนั้นผู้ใช้มีหน้าที่เลือกบริการที่ต้องการแล้วสั่งสร้าง instance (deploy vm) ซึ่ง VM จะถูกสร้างที่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่า Cloud Infra เลือก Node ไหนเป็นตัวประมวลผล และ Storage ตัวไหนเป็นตัวเก็บข้อมูล ซึ่งผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรู้ ผู้ใช้จะรู้แค่เพียงว่าจะเปิด ปิด VM อย่างไร และจะสร้าง instance ใหม่ได้อย่างไรเท่านั้น ส่วนที่เหลือ Cloud Infa จะเป็นตัวจัดการให้ ซึ่ง Cloud Management Console ที่เคยได้ลองใช้มามักจะมีลูกเล่นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการบริการของ Cloud Provider นั้นๆ คงจะอ้างอิงเป็นมาตรฐานอะไรไม่ได้ แต่บริการที่เปิดให้ผู้ใช้งาน/สมาชิกได้ใช้งานได้คือ Automation และ Self Services เป็นหลัก คือเมื่อคุณจ่ายตังค์คุณมีสิทธิจัดการทุกอย่างตามจำนวนที่ตังค์ของคุณจ่ายมา 🙂 ดังนั้น ONE Console จะอิงการพัฒนาเพื่อตอบสนองการใช้งานในลักษณะนี้ สำหรับส่วนผู้ดูแลระบบ ก็คงทำงานผ่าน Command Line เป็นหลัก :P? สำหรับโครงการ ONE Console น่าจะเสร็จในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ตอนนี้ผมไม่มีเครื่องที่จะใช้ทดสอบในรูปแบบ Cluster ซึ่งต้องใช้เครื่องประมาณ 4 เครื่องสำหรับการพัฒนาและทดสอบซึ่งก็คงต้องทดสอบแบบแห้งๆ แก้เซ็งไปก่อน 🙂 โครงการนี้ก็คงทำเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบอะไร หาก Provider รายไหนสนใจจะสมทบทุนเป็นเครื่อง Server, Share Storage เพื่อใช้ในการพัฒนาผมก็ยินดีครับ อ้อ หาคนมาช่วยผมเขียนด้วยก็จะดีมากๆ เขียน App คนเดียวไม่สนุกครับ 🙂

5-4-3-2-1 ตกงาน!

มะระเขียน blog เรื่องตกงาน ผมเองก็มีความตั้งใจที่อยากจะเขียนว่าทำงานที่ SiPA แล้วได้อะไร ก่อนที่จะตกงาน :P? แต่ไม่ได้เขียนสักที เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องการพัฒนา ONE Console อยู่ ผมทำงานกับ SiPA เกือบๆ 3 ปี โดยความตั้งใจต้องการเข้ามาทำในส่วนโครงการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการในโครงการ National Software Repository ซึ่งโครงการนี้จะให้บริการเครื่องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์ครบวงจร ตั้งแต่เว็บโครงการ, Version Control, Wiki, File Release System ซึ่งตอนนั้นผมมองว่าโครงการนี้เจ๋งมาก เป็นโอกาสที่เราจะถ่ายทอดการพัฒนาซอฟต์แวร์โดยใช้ Open Source Development Model ผู้ประกอบการจะได้เข้าใจและสามารถสร้างธุรกิจและบริการบนซอฟต์แวร์ต้นน้ำ แต่โครงการนี้โดนยุบกลางอากาศ ซึ่งโชคยังดีที่ใช้งบโครงการอื่นในการจ้างเข้ามาทำงาน ก็เลยได้ทำงานอยู่ที่ SiPA ต่อ แทนที่จะเข้ามาทำงานได้แค่ 2 เดือนแล้วไปเพราะโครงการโดนยุบ อ้อลืมบอกไปว่าผมเข้ามาทำหน้าที่ Senior Software Engineer ในฝ่ายโอเพนซอร์ส หลังจากที่งงๆ ว่าจะต้องอยู่ต่อหรือไม่ ก็มีโครงการ Chantra เข้ามาให้ดู (Chantra 3.1) และงานเขียนบน ThaiOpenSource.org ซึ่งงานเขียนของผมออกจะ Hard Core สักหน่อย ในตอนแรกๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่า Hard Core ยังไง พอย้ายงานเขียนเก่าๆ มาที่ Blog นี้ ก็เข้าใจว่า Hard Core จริงๆ ด้วย 😛 นอกจากงานพัฒนาชุดซอฟต์แวร์ Chantra และงานเขียนบน ThaiOpenSource.org แล้วยังมี งานออกบูธ งานวิทยากร และ งานอื่นๆ ช่วงที่เข้ามาทำงานที่ SiPA ผมพยายามเอาประสบการณ์ที่มีอยู่ถ่ายทอดให้คนอื่นๆ เท่าที่สามารถจะทำได้ผ่านช่องทางที่มี Continue reading 5-4-3-2-1 ตกงาน!

ไปเรียน Kdenlive มา

พี่ที่ DMA ไปลองเล่น Kdenlive แล้วติดใจเลยเอามาสอนให้กับเพื่อนๆ น้องๆ พนักงาน ด้วยความสนใจก็เลยไปนั่งเรียนด้วย เรียนสนุกลุกนั่งสบาย มีไฟล์ตัวอย่างทั้งหนัง เพลง ให้ได้ลองเล่น ลองใช้เยอะมากๆ ไฟล์ตัวอย่างนี่มีขนาด 1.3G เลยทีเดียว 😛 แต่สนุกครับ ทำให้เข้าใจได้เลยว่าผมไม่มีหัวด้านนี้เลย เอาเป็นว่าได้เรียนอยู่ไม่กี่ชั่วโมงแต่ทำการบ้านส่งนะครับภูมิใจมาก 😛 ไม่เคยทำพวกวิดีโอหรืองานมัลติมีเดียมาก่อน จับครั้งแรกก็บน Linux เลย จากที่เล่น Kdenlive ไม่กี่ชั่วโมงทำให้รู้ว่าโปรแกรมอย่าง Kdenlive สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง มีพร้อมทุกฟังก์ชัน เสียง ภาพ วิดีโอ เอฟเฟกเยอะมากจนไม่รู้จะเลือกยังไง เรียกได้ว่าทำ Video แบบมือสมัครเล่นได้สบายๆ ถ้าอยากได้แบบมืออาชีพคงต้องเพาะความคิดสร้างสรรค์อีกเยอะพอสมควร เอาตัวอย่างที่ได้ทำการบ้านส่งมาให้ดูครับ เป็น Video Tutorial ประกอบเพลง

  • เปลี่ยนเลขอารบิกเป็นเลขไทยบน OpenOffice.org
  • ติดตั้ง extension แม่แบบเอกสารราชการ

ในอนาคตคงได้ทำอีก สนุกดีครับ 🙂 Continue reading ไปเรียน Kdenlive มา

วัฒนธรรม Me Too กับการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส

เปลี่ยนมาใช้โอเพนซอร์ส ให้ภาครัฐใช้ก่อน ถึงจะใช้ตาม, ของผิดกฏหมายเต็มไปหมดแผ่นละ 50 บาทบ้าง 200 บาทบ้าง ไม่เห็นมีใครทำอะไรแล้วจะมารณรงค์ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทำไม ทั้งๆ ที่ของเถื่อนยังมีอยู่, จะใช้ทำไมใช้ยากเหมาะสำหรับคนเก่งๆ เขาใช้กัน, ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานไม่ได้ ฯลฯ เรามักจะได้ยินหลายคนพูดอย่างนี้ใช่มั๊ยครับ แล้วท่านเคยได้ยินอย่างนี้มั๊ยครับ โครงการส่งเสริมการใช้งาน Open Source ในหน่วยงาน เพื่อทำให้เป็นองค์กรที่เป็นแบบอย่างในการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกต้อง หลายท่านอาจไม่คิดว่ามีอย่างนี้ด้วยหรือ? แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาทำกันไปตั้งนานแล้วครับ ใครที่เพิ่งมาคิดทำกันตอนนี้เรียกได้ว่าเชยมากๆ
ที่ผ่านมา Thai Open Source นำเสนอบทความเกี่ยวกับโอเพนซอร์สมาพอสมควร แนวทางด้านบวกบ้างด้านลบบ้าง แต่ท่านที่เคยได้อ่านอาจจะเข้าใจโอเพนซอร์สมากขึ้น เข้าใจถึงความยากลำบากของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ย่อท้อในการพัฒนา ซอฟต์แวร์ในวิถีทางโอเพนซอร์ส เข้าใจว่ายังมีกลุ่มคนที่พยายามผลักดันโอเพนซอร์สในรูปแบบกิจกรรมต่างๆ หากท่านเป็นคนหนึ่งที่อยากหันมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเพราะไม่อยากละเมิด ลิขสิทธิ์ ไม่อยากขโมยของๆ คนอื่นมาใช้ การเริ่มต้นด้วยตัวของท่านเองสามารถทำได้ครับ ไม่ต้องรอคนอื่นก็เหมือนกับการทำความดี
อย่ามองว่าบริษัทซอฟต์แวร์ คิดราคาแพงหูฉี่ หรือมองบริษัทซอฟต์แวร์เห็นแก่ตัว ฯลฯ หากแต่เพราะกลไกทางธุรกิจ เมื่อมีผลิตภัณฑ์หรือสินค้า การจำหน่ายหรือวิธีการที่จะได้มาครอบครองต้องมีการแลกเปลี่ยนด้วยตัวเงิน เสมอ เพราะซอฟต์แวร์ไม่ได้เพาะเมล็ด หรือรดน้ำลงพื้นแล้วได้เป็นแผ่นโปรแกรมออกมาหากต้องใช้แรงงานแรงกายและกำลัง ทรัพย์ในการพัฒนา จัดทำเป็นผลิตภัณฑ์ออกมา ซึ่งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก็เช่นเดียวกัน หากคุณมีเงินไม่พอที่จะซื้อหามาได้ อย่าขโมยใช้ หากมีซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่สามารถหยิบจับเอามาใช้ได้ก็ใช้เถอะครับ หากมีกำลังทรัพย์เพียงพอก็ซื้อซอฟต์แวร์ที่คุณอยากใช้ให้ถูกต้อง ถูกกฏหมาย
หลาย ท่านอาจแย้งว่าการใช้ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดก็เหมือนกับการขโมยหรือเป็นโจร ซึ่งดูรุนแรงไป แต่หากมามองทางด้านจริยธรรม หากคุณมีสินค้าของคุณแลัวมีคนมาขอซื้อไปใช้งาน แต่อีก 10 นาที มีสินค้าของคุณที่เป็นของก็อปวางแผงกันกลื่นขายแข่งกับสินค้าของคุณเอง คุณจะทำอย่างไร? คุณจะเอาเงินที่ไหนไปจ้างลูกน้อง จ่ายค่าโน่นนี่ จิปาถะ ในต่างประเทศมีการรณรงค์ให้ใช้สินค้าที่ถูกกฏหมายและมีบทลงโทษรุนแรงมาก สำหรับผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าลอกเลียนหรือสินค้าที่ผิดกฏหมาย บางประเทศการไม่เคารพในเรื่องของลิขสิทธิ์ถือว่าไม่มีการเคารพความเป็น มนุษย์กันเลยทีเดียว หากใครเคยซื้อแผ่น DVD จะมีภาพยนต์สั้นที่บอกว่า การซื้อ DVD ที่ผิดกฏหมายคืออาชญากรรม ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้น แล้วในประเทศเราล่ะจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร
การแก้ปัญหาการละเมิด ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการหันมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส หากแต่ต้องเริ่มที่จิตวิญญาณที่ว่า เราจะไม่ทำในสิ่งที่ผิด เราจะเป็นคนดี เพียงเท่านี้เอง ส่วนการหันมาใช้ซอฟแวร์โอเพนซอร์สนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากทุกคนคิดได้เช่นนี้ ทุกคนจะมีภูมิคุ้มกันที่จะไม่ละเมิดสิทธิ์ในกรณีอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่น เรื่องเพลงก็อป รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า ฯลฯ อ้อ อีกอย่างการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ไม่เกี่ยวกับเรื่องของความพอเพียง อย่าสับสนกัน การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่ละเมิดสิทธิ์คนอื่น ไม่ได้เกี่ยวกับความพอเพียงแต่อย่างใด เขียนมายืดยาวก็เพียงอยากอธิบายให้เข้าใจว่าการทำดีเริ่มได้ที่ตัวท่านเอง การใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก็เริ่มได้ที่ตัวท่านเองเช่นกัน

เก็บตกงาน Open Source Festival 2010

ผมมีโอกาสได้ไปงาน Open Source Festival 2010 ที่สถาบันปัญญาภิวัฒน์ แต่ไปสายนิดหน่อยตอนบ่ายกว่าๆ เลยพลาดหลายเรื่องที่น่าสนใจไป เช่น พิธีเปิด คุณเจมส์พูดเรื่องความสำคัญของโอเพนซอร์สในด้านองค์กร และอื่นๆ ผมก็เลยพบว่าน่าเสียดายมากๆ แต่ไม่พลาดหัวข้อ how to build community ซึ่งจัดอยู่ชั้น 2 ของอาคาร อ่ะแน่นอนผมหลงทางเหมือนเดิม การไปร่วมงาน Open Source Festival ครั้งนี้ทำให้รู้ว่าคนเริ่มสนใจ Open Source มากขึ้น อีกทั้งยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มากขึ้นด้วย ซึ่งประเทศไทยละเลยเรื่องนี้มากว่า 10 ปี แต่เอาล่ะคนก็เริ่มเข้าใจและหาทางออกให้กับเรื่องนี้มากขึ้น
ผมได้มีโอกาสได้พบหลายคนที่อยู่ในแวดวงโอเพนซอร์สทั้งบริษัทและคนคุ้นเคย จากสื่อเครือข่ายสังคม ทำให้รู้จักหน้าตาพวกเขามากขึ้น คงไล่จากบริษัทที่ผมเข้าไปคุยด้วยดีกว่ามาเริ่มกันเลย
* บจก.ฟาสฟอร์เวิร์ด ทำโมดูลและโปรแกรมที่ฝังเข้าไปใน Joomla มีหลายโปรแกรมที่น่าสนใจ
* บจก.โอเพนซอร์สเดวิลอปเม้น ทำธุรกิจด้านการสนับสนุนการเปลี่ยนมาใช้งานโอเพนออฟฟิสและโซลูชั่นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับระบบในองค์อร
* บจก.ครีเอชันโปร อาจจะงงๆ หากเอ่ยชื่อนิตยสารโอเพนซอร์สทูเดย์อาจจะร้องอ๋อก็นี่แหละครับ นิตยสารโอเพนซอร์สหนึ่งเดียวในประเทศไทย อ้อเขามีของเล่นใหม่คือ Zentyal
* บจก.บลูบอล เอาซอฟต์แวร์ CMS สัญชาติเวียดนามมาโชว์ชื่อ Tomato CMS ซึ่งเจ้าตัวนี้เจ๋งมากๆ เค้าบอกว่า ทำเว็บไซต์ก็คือเอา Widget มาวางๆ ไอเดียดีครับ
* บจก.ยูบีเอช หรือ SCS เดิมเป็นตัวแทนจำหน่าย RedHat ซึ่งทีมงานนี้ยังสนุกสนานได้สม่ำเสมอเอาเทคโนโลยีของ RedHat มาโชว์ไม่ว่าจะเป็น RedHat Cluster และ RedHat VM ตบท้ายด้วยสอบ RHCx เหมือนเคย
เดินคุยได้ประมาณนี้ จากนั้นได้พบ อ.สมพันธ์ เลยได้คุยกันเรื่อง MySQL Cluster และ Web Cluster กันนิดหน่อย ได้เจอ จรูญ ทีมงาน LaunchPad จาก Canonical คำถามแรกที่จรูญถามคือเรื่อง Suriyan ซึ่งทุกคนถามเรื่องนี้กันบ่อย 😛 อ่ะนะ มันเป็นเรื่องการเมือง คุยกันเรื่องเก่าๆ เมื่อสมัย Suriyan และ Chantra เริ่มต้นแรกๆ เป็นยังไง เรื่องงาน Contribute ในส่วน Translation Team และเรื่องอื่นๆ ที่นึกออก พี่จากกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ของประเทศลาวพี่เค้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ Joomla อ้อหรือจะเรียกว่าทีมงาน Joomla Lao ดี ก็ได้คุยกันเรื่องโอเพนซอร์สในประเทศลาว ตบท้ายด้วย ทีม ODP หรือที่รู้จักกันในชื่อ OpenTLE ของ NECTEC ซึ่งก็มีแซวกันเล็กน้อย แต่ทุกคนก็สนุกสนานกันดี เหมือนมางานรวมรุ่นคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนก็ได้เห็นหน้าค่าตากันก็ รู้สึกสนุกดี วันพรุ่งนี้จะเดินไปบูธอื่นๆ เพื่อเก็บข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังครับ 🙂

ตัดสินใจซื้อ LG GT540 Optimus แบบงงๆ

หาเรื่องซื้อมือถือใหม่ คิดว่าจะซื้อ WellcoM A88 จากที่เป็น Android 1.6 อัพเดทเป็น 2.1 เดินไปเดินมากที่ Future Park รังสิต ก็ยังหามือถือที่ถูกใจไม่ได้ อาการเดิยวกันกับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่ใช้มือถือแบบ PDA จนชินทำให้ไปซื้อ LG KP500 Cookies แต่ก็ใช้งานไม่ถนัดเท่าไร มีปัญหากับแป้นคีย์บอร์ดภาษาไทยตลอด ต้องยอมรับว่าพิมพ์แบบโทรศัพท์กดปุ่มไม่เป็นครับ 😛 พอมาเดินหามือถือที่จะใช้แทน KP500 ตัวเดิม ก็เกิดอาการเดิม คือ เลือกไม่ถูกว่าจะเอารุ่นไหน HTC, BB, iPhone, Nokia, Samsung, LG รู้สึกว่ามือถือมันเยอะไปหมด ที่ตัดออกไปคงเป็น HTC, BB, Nokia, iPhone ส่วน Samsung และ LG ก็น่าสนใจ นอกนั้นก็เป็น house brand อย่าง WellcoM โดยส่วนตัวไม่เคยใช้ Samsung อีกอย่างพยายามเดินหาศูนย์ Samsung ที่ Future Park รังสิต แล้วหาไม่เจอ เดินไปมาระหว่าง WellcoM เพราะตัดสินใจไม่ได้ อีกอย่างที่ Shop WellcoM ดูจะไม่ค่อยสนใจลูกค้าเท่าไร 😛 เลยเดินไปที่ LG Shop ถัดไปอีก 3 ล็อก ไปเจอ LG GT540 Optimus เลยตัดสินใจยากกว่าเดิมอีก ตั้งแต่ที่ใช้ LG มา 3 เครื่องรู้สึกว่ามันทนดี และดูตามความต้องการกับการใช้งานแล้วตรง อีกอย่างผมไม่ค่อยบ้าเห่อเทคโนโลยีมากนักเพราะมันจะแลกมาด้วยราคาที่แพงเกิน ไป เท่าที่คุยกับพนักงานขายเขาก็บอกข้อดี ข้อด้อยเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ก็ถือว่าจริงใจดี อีกอย่างราคากับคุณสมบัติเมื่อเทียบกันแล้วก็พอรับได้ LG เป็น inter brand และใช้มา 3 เครื่องแล้ว ถ้าซื้อ LG เครื่องที่ 4 จะเป็นไรไป ก็เลยตกลงใจซื้อ LG GT540 Optimus โดยไม่ได้คิดอะไรมาก

ภาพจาก MXPhone.com
เอาเป็นว่าซื้อแบบงงๆ อีกแล้ว ปัญที่ที่พบก็คงเป็นเรื่อง keyboard ภาษาไทยที่ LG พยายามแก้ปัญหา Keyboard ที่ตัวอักษรซ้อนกัน ผมก็ยังพิมพ์ keyboard ของ LG ไม่เป็นอยู่ดี สุดท้ายต้องลง keyboard เพิ่มเติม สำหรับปัญหาที่ติดมากับ Android 1.6 ก็คงเป็นเรื่องของ Bluetooth และ Task Management ปรับแต่งดีๆ หน่อยก็ใช้งานได้ถนัดมือแล้วครับ อ้อผมซื้อ SIM i-mobile 3gx มาทดสอบพบว่าใช้งานเร็วได้ดี ใช้เป็น Modem ก็แค่เสียบสาย USB เข้าไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ก็สามารถเล่นอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ผมใช้ Ubuntu เสียบสายปุ๊บ ตั้งค่า Mobile Broadband นิดหน่อยก็ใช้งานได้เช่นกัน
มีหลายคนถามว่าทำไมไม่ซื้อ WellcoM A88 เพราะปรับแต่งมาเรียบร้อยแล้ว อีกอย่างคุณสมบัติหลายอย่างดีกว่าเยอะมาก ผมตอบได้อย่างเดียวว่าไม่ทราบเหมือนกันครับ 😛 ราคาของ LG Optimus อยู่ที่ 7,990 บาท ซื้อที่ LG Shop ลดราคาได้นิดหน่อย แต่ถ้าซื้อที่ i-mobile shop ลดราคาได้ประมาณ 3% ที่เสียดายคงเป็นที่ ไม่ได้ลด 3% นี่แหละครับ เอาเป็นว่าผมมีความสุขดีกับ LG Optimus และ i-mobile 3Gx ถ้ารู้สึกเบื่อๆ ตอนไหนอาจจะไปซื้อยี่ห้ออื่นหรือรุ่นอื่นแทน
ปล. ผมยังใช้ LG KP500 โทรเข้าออกเหมือนเดิม ส่วน SIM 3G ที่ซื้อมากำลังหาทางออกให้มันอยู่ครับ 😛

อบรม Linux Forensics สุดมันส์

ได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากรเกี่ยวกับทางด้าน forensics โดยใช้เครื่องมือและระบบปฏิบัติการ Linux การอบรมครั้งนี้ผมเตรียมตัวสั้นมากเพราะเครื่องมือที่ใช้ออกจะโบราณไปหน่อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือตัวไหนที่มีมาพร้อมกับ Linux ทุกตัว เครื่องมือที่ใช้ในการสอนได้แก่ dd, fdisk, sfdisk, file, tar, gzip, bzip, losetup, md5 และ sha1 ซึ่งการอบรมยอมรับว่าสอนไม่ทันแต่ก็มันส์มาก เพราะผู้เข้ารับการอบรมได้สัมผัสถึง Linux จริงๆ ได้พิมพ์คำสั่งบน shell ถึงแม้ว่าเวลาจะน้อย ก็สามารถเห็นภาพได้ว่าถ้าใช้เครื่องมือบน Linux ก็สามารถนำเอามาใช้งานทางด้าน forensics ได้เช่นกัน เอาเป็นว่าการอบรมครั้งนี้พอสนุกสนาน แต่ต้องใช้เวลามากกว่านี้สัก 7-8 สัปดาห์ว่าคุณตำรวจไซเบอร์รุ่นใหม่จะสามารถใช้เครื่องมือได้คล่องแคล่ว คราวนี้โจรไซเบอร์คงต้องเกรงกลัวบ้างล่ะ ทิ้ง slide เอาไว้ให้ด้วยที่ slide share ใครอยากเพิ่มเติมเนื้อหาก็ใส่เพิ่มได้ครับ 😉