เก็บตกสัมนา Challenge your business with Cloud Computing

โดยส่วนตัวไม่ค่อยอยากยุ่งกับ Cloud Computing แล้วหลังจากหมดหวังกับวิสัยทัศน์และการเห็นแก่ประโยชน์ของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งในองค์กรหนึ่งซึ่งผมไม่ขอเอ่ยนาม เอาเป็นว่า @gumara ชวนไปซึ่งอยู่ดีๆ ก็ชวนไปงานสัมนา Cloud ทำให้คิดว่า เออ น่าจะมีอะไรดีๆ นะถึง @gumara มาชวน ก่อนวันสัมนาได้ดู Agenda นิดหน่อยก็พบว่างานนี้มีหลายหน่วยงานช่วยกันจัด แม่งานคงเป็น ARIT, Software Park และ CAT ซึ่ง Agenda เนื้อหาสอดรับกันมาก ทั้งในแง่มุมของภาครัฐ ซึ่งได้ ผอ.เมธิณี ผู้ตรวจการ MICT มาบรรยายเปิดงานด้วยตัวเอง เป็นที่รู้กันว่า MICT แตกหน่วยงานออกมาเป็น 2 องค์การมหาชน คือ สำนักงานรัฐบาลอิเล็คทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็คทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ซึ่งหน้าที่หลักของการขับเคลื่อนในเรื่องของ Cloud Computing เป็นหน้าที่ของกระทรวง ICT และในส่วนของสำนักงานรัฐบาลอิเล็คทรอนิกส์ จะดูในเรื่องของ Government Cloud เป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับข่าววงในที่ได้มาคือ กระทรวง ICT จะให้บริการ Cloud สำหรับภาครัฐซึ่งแนวโน้มคงไม่ได้ทำเอง หมายถึงตั้ง Server เอง ทำ IaaS เอง แต่เป็นการให้หน่วยงานภายใต้กระทรวงเป็นคนจัดการ คือ CAT และ TOT ซึ่งผมมองว่าบทบาทของ CAT และ TOT ดูเหมาะสม เพราะยังอยู่ในการดูแลของภาครัฐและสามารถพูดคุยกันได้ และทั้งคู่ดูแลทั้ง Data Center และ Data Communication นอกจากนี้แนวโน้มของกระทรวง ICT ยังมีแผนบูรณาการข้อมูลต่างๆ ให้มีมากขึ้นทั้งภาครัฐด้วยกันเองในประเทศ และต่างประเทศ คิดว่า Government Cloud จะได้ประโยชน์มากทั้งในเรื่องของ IaaS, PaaS และ SaaS ที่จะตามมา ซึ่งเป็นโอกาสของบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศที่จะสามารถขายบริการซอฟต์แวร์ให้กับภาครัฐโดยตรงและง่ายมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการดำเนินงานและจัดการเรื่องกฏระเบียบที่เก่าคร่ำครึของภาครัฐให้เรียบร้อย
สำหรับผู้นำโครงข่ายการสื่อสารอย่าง CAT Telecom มีความพร้อมสูงในการให้บริการ Cloud Infrastructure แต่ทาง CAT เองก็ถ่อมตัวว่ายังเพิ่งจะเริ่มต้น แต่การเตรียมเรื่อง CDN (Content Delivery Network) และ Data Center ในภูมิภาคต่างๆ นี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ สำหรับ Cloud Provider ที่ผมเพิ่งจะทราบว่าในประเทศไทยก็มีแบบที่ได้มาตรฐานสากล ก็คงเป็น DCS ~ Datapro Communication System ซึ่งให้บริการ Cloud ทั้งในรูปแบบ PaaS และ SaaS เลยทีเดียว น่าสนใจมากๆ DCS ได้มาให้ความรู้เรื่องการนำ Cloud ไปใช้งานทั้งในแง่ของ Private Cloud และ Public Cloud การจัดการทางด้าน Security Process และอื่นๆ ซึ่ง Security บน Cloud ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจาก Security แบบ Physical ซักเท่าไร
ในช่วงบ่ายถึงคิว เซเลป Cloud Computing ในเมืองไทยก็ว่าได้เพราะเจอ อ.ธนชาติ ผอ.เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ หรือ Software Park ทีไรก็บรรยายเรื่อง Cloud Computing ทุกที ครั้งนี้ได้นำเสนอเรื่อง Trend ของ Cloud Computing โอกาสขององค์กรที่จะนำ Cloud มาใช้และโอกาสของผู้ผลิตซอฟต์แวร์ที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อให้บริการบน Cloud เนื้อหาสนุกมาก ทำให้หลับไม่ลงเลยจริงๆ การบรรยายของ อ.ธนชาติ ทำให้ผมรู้สึกว่าหลายหน่วยงานและหลายบริษัทเริ่มตื่นตัวเรื่อง Cloud Computing มากขึ้น บางหน่วยงานเริ่มมี Private Cloud ในองค์กรบ้างแล้ว ส่วนบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ได้พัฒนาซอฟต์แวร์บน Cloud เพิ่มมากขึ้น ก็คงเป็นเพราะว่าทาง Software Park ลุยเรื่องนี้อย่างจริงจังตั้งแต่ต้นปี และช่วงปลายปีอย่างนี้ก็เริ่มเห็นผลแล้ว
ปิดท้ายด้วย Cloud Security กับ อ.ปริญญา จาก ASIC บรรยายสไตล์สนุกสนานเพราะอยู่ช่วงปิดท้ายงานสัมนา ทำให้เราทราบว่าปัญหาเรื่อง Security นี่เป็นเรื่องปกติมาก และบน Cloud ก็ถือว่าไม่ได้แตกต่างกันมากนักกับการไม่ได้อยู่บน Cloud แต่จะมีเรื่องปลีกย่อยให้พิจารณามากขึ้น ทราบข้อมูลเรื่องมาตรฐานด้าน Security สำหรับ Cloud ตัว ISO 27001 คงไม่พอ จะมี ISO Cloud ออกมาอีกซึ่งคงจะได้เห็นกันในเร็วๆ นี้ ถ้าองค์กรไหนที่จะทำ Private Cloud หรือ Public Cloud ควรติดตามเรื่องเหล่านี้ด้วย มี Cloud Security Standard จาก CSA (Cloud Security Alliance) เป็น มาตรฐาน ซึ่งน่าจะพอช่วยตัวเองได้ระดับหนึ่ง 🙂
สำหรับ Slide ในงานสัมนาคาดว่าน่าจะดาวน์โหลดได้ที่ comtodaymag.com ส่วนประเด็นปัญหาและคำถามในช่วงพาเนลพอจับประเด็นได้ดังนี้
1. จะทำยังไงให้หน่วยงานหรือองค์กรหันมาใช้ Cloud
2. ถ้าใช้ Private Cloud/Public Cloud แล้ว Sys Admin จะว่างงานจะแก้ปัญหาอย่างไร
3. ถ้า EGA จะทำ Government Cloud แล้วให้บริการ SaaS สำหรับหน่วยงานภาครัฐตลอดจนโรงเรียนด้วยเลยได้มั๊ย เพราะยังไงก็ใช้ซอฟต์แวร์เหมือนๆ กัน
4. เรื่องการจ่ายเงินของภาครัฐหากไปใช้ Cloud ค่าใช้จ่ายจะไม่เท่ากันในแต่ละเดือน เพราะเป็น Pay Per Use จะมีปัญหาเรื่องเบิกจ่ายงบประมาณเพราะประเมินงบประมาณไม่ได้ และถ้าจะจ่ายแบบ Pay Per Use จะต้องแก้ปัญหาที่ระเบียบกฏข้อบังคับด้วยหรือไม่
5. เรื่อง Tablet ที่จะแจกเด็กๆ ในส่วน Content Delivery จะทำยังไง อัพเดทบทเรียนยังไง ความเร็วอินเตอร์เน็ตในต่างจังหวัดจะแก้ไขปัญหาอย่างไร
เท่าที่จำได้มีเท่านี้ ส่วนท่านใดที่ได้ไปงานนี้แล้ว Blog เอาไว้ แจ้ง Link ที่ Comment เผื่อจะได้ Tag Blog ต่อได้ครับ 🙂

นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ)

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ 
วิสัยทัศน์
“ประเทศไทยเป็นสังคมอุดมปัญญา (Smart Thailand)”
นโยบายเร่งด่วน

  1. จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ 84 พรรษาที่ทรงประดิษฐ์อักษรไทยใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคแรกที่นำเข้ามาใช้งานในประเทศไทย โดยเร่งรัดการใช้ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส (Open Source) ที่ผลิตโดยสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) ให้ติดตั้งใช้กับคอมพิวเตอร์ในส่วนของการบริหารงานทั่วไปของกระทรวงฯ เพื่อเป็นกระทรวงแรกนำร่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยคนไทยใช้ในการปฏิบัติราชการ เพื่อเป็นการประหยัดรายจ่ายของรัฐ ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ อย่างต่อเนื่องตลอดปีมหามงคล
  2. การพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ในโลกอินเทอร์เน็ตให้เกิดเป็นรูปธรรมเพื่อให้ประชาชนในชาติที่มีโอกาสเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมีความตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณและเกิดความจงรักภักดี
  3. อำนวยความยุติธรรม ให้เท่าเทียม ทั่วถึงในการวิเคราะห์และตรวจสอบเนื้อหาออนไลน์ การเซ็นเซอร์เนื้อหาในเว็บไซต์ต้องมีหลักเกณฑ์ที่ เหมาะสมถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถตรวจสอบได้
  4. จัดตั้งศูนย์บริการประชาชนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารขึ้นในลักษณะ One Stop Service
  5. เร่งรัดพัฒนาโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูงให้ครอบคลุม ทั่วถึง เพียงพอมีคุณภาพ ด้วยราคาที่เหมาะสม เป็นธรรมกับประชาชนผู้บริโภคและมีการแข่งขันในการประกอบการธุรกิจที่เป็นธรรม มีธรรมาภิบาลและสามารถตรวจสอบได้
  6. ส่งเสริมการเข้าถึงการใช้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ในพื้นที่สาธารณะและสถานที่ราชการที่มีการใช้งานตามความเหมาะสมโดยให้หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจให้การสนับสนุนและถือปฏิบัติทั้งนี้จะต้องมีการลงทะเบียน เพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและความเร็วที่ได้รับในการเชื่อมต่อขั้นต่ำจะต้องสามารถใช้ในการตรวจสอบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้
  7. กระตุ้นหน่วยงานภาครัฐให้ใช้งานเครือข่ายสื่อสารข้อมูลของรัฐ (GIN) ในการปฏิบัติราชการเพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง เช่น ให้เครือข่าย GIN เป็นเครือข่ายหลักในระบบการเตรียมพร้อมแห่งชาติ และในระบบการเตือนภัยของศูนย์เตือนภัยแห่งชาติ
  8. เร่งรัดการบูรณาการและการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อให้การดำเนินการของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สัมฤทธิ์ผลด้วยความรวดเร็ว
  9. เร่งแสวงหาวิธีการใช้ประโยชน์จากบัตรประชาชนแบบ Smart Card โดยจัดทำบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐที่สามารถทำงานร่วมกับบัตรประชาชนแบบ Smart Card เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าของงบประมาณที่ใช้ในการจัดหาบัตร Smart Card
  10. พัฒนาศักยภาพบุคลากรของกระทรวงฯ ให้มีศักยภาพในการรองรับภารกิจด้านต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  11. ผลักดันให้ให้มีการพัฒนาเป็น Chief Information officer (CIO) ของหน่วยงานรัฐ เพื่อวางระบบสารสนเทศของภาครัฐทั้ง ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานเดียวกัน
  12. ยกระดับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ให้เป็นหน่วยงานระดับกรม
  13. เตรียมการรองรับปัญหาการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานโดยให้ถือเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน รวมถึงการประเมินทรัพย์สิน ตามสัญญา BTO ไม่ให้เกิดความเสียหายและเสียเปรียบรัฐ โดยไม่ให้กระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการ
  14. ปรับปรุงโครงสร้างของรัฐวิสาหกิจในกำกับโดยมุ่งเน้นประสิทธิภาพการให้บริการการบริหารทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเร่งฟื้นฟูในส่วนที่มีปัญหาฐานะการเงิน รวมทั้งปฏิรูประบบการกำกับดูแลการ ลงทุนและการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่มีสถานะเป็นบริษัทมหาชน เพื่อให้รัฐวิสาหกิจเป็นกลไกที่สามารถสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาและการลงทุนของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อความเปลี่ยนแปลง

Ubuntu ในชีวิตประจำวัน ทำอย่างไร?

คุณใช้ Ubuntu แบบจริงๆ จังๆ มั๊ย เพราะเท่าที่ทราบ ส่วนใหญ่ใช้เพราะความเท่ห์ หรือไม่ก็ว่างๆ ค่อยใช้ หรือไม่ก็เอาไว้โชว์ความเมพ ฯลฯ และเท่าที่ทราบ ส่วนใหญ่ติดพฤติกรรมการใช้งานซอฟต์แวร์บน Windows ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้ Ubuntu หรือ Linux อื่นๆ ทำได้ยากมากๆ หากต้องมาใช้งานจริงๆ จังๆ มักจะมีข้ออ้างสารพัด คุณแปลกในมั๊ยใช้เวลาเห็นคนใช้ Ubuntu แล้วมี Windows อีก 1 พาร์ทิชั่นซึ่ง คุณอาจถามตัวเองว่า เอ๊ะ! ใช้ Ubuntu จริงๆ หรือเปล่า? หรือว่าเพียงแค่ทดลองเท่านั้น? หรือ Ubuntu อย่างเดียวนี่เพียงพอหรือยังสำหรับการทำงานงานหรือใช้งานในชีวิตประจำวัน? งั้นลองมาทำ SAM (Software Asset Management) กันดีกว่า เอาผมเป็นตัวอย่างละกัน 🙂
ซอฟต์แวร์ที่ผมใช้แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
1. โปรแกรมสำนักงาน

  • OpenOffice.org
  • Dia
  • XMind

2. โปรแกรมด้านกราฟิก

  • Font Manager
  • GIMP
  • Inkscape
  • Blender

3. โปรแกรมด้านมัลติมีเดีย

  • Banshee
  • Totem
  • VLC
  • Brasero
  • Deja-dup

4. โปรแกรมด้านอินเตอร์เน็ต

  • Firefox
  • Thunderbird
  • Empathy
  • Gwibber

5. โปรแกรมด้านพัฒนาซอฟต์แวร์

  • Glade
  • Quickly
  • Eclipse PDT
  • MySQL Workbench

ผมมักจะตั้งคำถามหรือสังเกตคนที่ใช้ Ubuntu ว่าเขาจะทำอะไรหลังจากที่ติดตั้ง Ubuntu เสร็จ และทุกรายก็เหมือนๆ กัน คือ ติดตั้งโปรแกรมสามัญประจำเครื่อง คือ ใช้ไม่ใช้ติดตั้งหมด หากดูรายชื่อโปรแกรมข้างต้นที่ผมใช้เชยมากๆ และผมมักติดตั้งโปรแกรมเท่าที่ใช้ อันที่ไม่ได้ใช้ถอดออกไป จริงๆ ครับ ถอดออกให้หมด 🙂 หลังจากติดตั้ง Ubuntu ผมมักจะทำสิ่งนี้
1. เลือก Repository ใกล้บ้าน
2. ถอดโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ออก
3. Update โปรแกรมในเครื่อง
4. ติดตั้ง Repository เพิ่มเติม เช่น GetDeb, Suriyan Repository เป็นต้น
5. Update โปรแกรมรุ่นใหม่จาก getdeb
6. ติดตั้งฟอนต์ไทยจาก Suriyan Repository
7. ตั้งค่า Keyboard Change Layout ผมใช้ Shift-Alt เปลี่ยนภาษา
8. ติดตั้งโปรแกรมที่ต้องใช้เพิ่มเติม ตามรายการข้างต้น
9. ตั้งค่า Firefox ในส่วนการแสดงผลของแบบอักษร mono space
10. ตั้งค่า OpenOffice.org ส่วน Language, Locale, Default Font
11. สำรองข้อมูลแบบอัตโนมัติผ่าน Deja-dup
หลายคนมักตั้งคำถามว่า ทำไมต้องติดตั้งฟอนต์จาก Suriyan Repository ติดตั้งจาก .ttf ก็ได้ คำตอบง่ายๆ ก็คือแพคเกจฟอนต์ใน Suriyan Repository มีการสร้างกฏและคอนฟิกเพื่อการชดเชยฟอนต์ไทยบน Windows ให้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเอกสารที่ใช้ฟอนต์บน Windows จะสามารถแสดงผลได้ถูกต้องบน Ubuntu 🙂

เรียนออกแบบงาน 3D ด้วย Blender

ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้ทดลองทำ Render Farm ขนาดย่อมประมาณ 40 เครื่องบน Cloud ทำให้ได้ความรู้อะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับ Render Farm เทคโนโลยีด้านการประมวลผล รวมไปถึง Render Engine ต่างๆ แต่ที่ค้างคาใจและไม่ได้ลงมือซักที คงเป็นเครื่องของงาน 3D ที่ผมมักเกี่ยงงอนไม่ยอมเล่น จนได้ทดลอง Render Farm และได้ลองเล่น Blender แบบจริงๆ จังๆ เนื่องจากเพื่อน (gumara) ที่ทำงานใช้ Blender คล่องมากๆ เลยได้ที่ปรึกษาในการเล่นและการเรียนลัดในสไตล์ผม คือ เรียนตามบทเรียนในเว็บ ถ้าไม่เข้าใจก็ถามเพื่อนข้างๆ และหาการบ้านมาลองทำฝึกทักษะอย่างสม่ำเสมอ วันนี้ก็เลยจะมารวมลิงค์ที่ผมเข้าไปศึกษาเกี่ยวกับ Blender เผื่อมีท่านใดสนใจอยากจะเรียนรู้ด้วยตัวเองบ้าง

  1. Blender Cookie เว็บนี้เป็นเว็บสอน Blender ตั้งแต่เบื้องต้น มี Tutorial สอนทำภาพ 3D ในแบบต่างๆ ด้วย ใครเป็นมือใหม่เรียน Blender เบื้องต้นได้จากเว็บนี้ครับ
  2. Blender Guru เว็บนี้เป็นเว็บแนว Video Tutorial สอนการทำภาพ 3D ภาพเคลื่อนไหวแอนิเมชั่น มี Trick & Tips ซ่อนอยู่ใน Video Tutorial อยู่ตลอดต้องดูห้ามพลาด
  3. Blender Nation ข่าวสารเกี่ยวกับ Blender โชว์เคสงาน 3D ต่างๆ
  4. Youtube หา Video สอน Blender มีเยอะมากๆ

อ้อเกือบลืมขอปิดท้ายด้วยผลงานที่ได้ไปร่ำเรียนมาดังนี้






แค่นี้ก่อนละกันครับ สำหรับงาน Motion คงอีกซักพักเพราะงาน 3D + Motion นี่ต้องอาศัยทักษะพอสมควร คงต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกซักหน่อย 🙂

Multicast Cloning ด้วย DRBL และ CloneZilla

มีเหตุให้ต้องไปดูแลห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ สำนักงานฯ ซึ่งห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์มักจะเละโดยปกติ ทั้งในเรื่องความเรียบร้อยทางกายภาพ (เครื่อง เมาส์ คีย์บอร์ด) และทางด้านซอฟต์แวร์ (ปรับแต่งหน้าตากันจนดูไม่ได้) ซึ่งปัญหาพวกนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมันไม่ปกติก็ต่อเมื่อจะต้องมาดูแลเครื่องกว่า 40 เครื่อง โดยใช้แผ่น CD 1 แผ่นนั่งติดตั้ง Suriyan ไปทีละเครื่อง ซึ่งนั่นไม่ใช้ทางออกที่ดีเท่าไร จริงมั๊ย? ผู้จุดประกายเรื่องการ Clone เครื่องคอมพิวเตอร์ในไสตล์ Open Source มีหลายท่านจาก Ubuntu LoCo Team, มอ.หาดใหญ่, ม.สุรนารี ซึ่งก็มีเครื่องมือที่สุดอลังการในการจัดการเรื่อง Clone เครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเน็ตเวิร์กซึ่งสามารถบริหารจัดการเครื่องได้กว่า 200 เครื่องเลยทีเดียว ซึ่งผมเองพยายามใช้งานเครื่องมือหลายตัวที่ท่านผู้รู้ได้แนะนำให้รู้จัก ทำให้พบว่าตัวผมเองไม่ค่อยมีความสามารถเท่าไรนักและใช้เครื่องมือเท่านั้น ไม่ถนัดมือเท่าไร ได้แต่ใช้ CloneZilla ผ่าน ssh อยู่ร่ำไป จนกระทั่งมีความพยายามอีกนิดหน่อยสละเวลาเพื่อศึกษาอย่างจริงๆ จังๆ จนพบเครื่องมือที่เหมาะมือที่สามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวกสบายและตรงความ ต้องการคือ Clone เครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเน็ตเวิร์ก ด้วย DRBL และ CloneZilla!
จากปัญหาที่สาธยายไปข้างต้นเครื่องมือที่จะมาแนะนำกันวันนี้คือ DRBL (Diskless Remote Boot in Linux)) และ CloneZilla ซึ่งเครื่องมือ 2 ตัวนี้จะใช้ร่วมกัน DRBL ชื่อตรงตัวอยู่แล้วคือเป็น Remote Boot นั่นคือคุณสามารถใช้ DRBL ทำเป็น Diskless Server ได้โดยใช้ Client บูตระบบผ่านเน็ตเวิร์กเข้ามาและใช้งานในเครื่อง Server แต่ DRBL พัฒนาขึ้นมาเพื่อการติดตั้ง Linux ผ่านระบบเน็ตเวิร์กโดยเฉพาะ ผนวกกับเครื่องมือในการ Clone Disk และ Partition อย่าง CloneZilla ทำให้การ Clone เครื่องผ่านระบบเน็ตเวิร์กทำได้ง่ายมากขึ้น

สำหรับท่านที่ต้องการใช้งาน DRBL มี 2 ทางเลือก คือ
1. ติดตั้ง DRBL และ CloneZilla เพื่อใช้ทำเป็นเครื่อง Clone Server
2. ใช้ DRBL Live อยาก Clone ตอนไหนค่อยทำ
ในกรณีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่สำนักงานฯ มีการแก้ปัญหาขั้นต้นด้วย OFRIS เป็นโปรแกรมคล้าย Deep Freeze ที่จะคอยกู้ข้อมูลการตั้งค่าพื้นฐานและข้อมูลผู้ใช้ขึ้นมาทุกครั้งเมื่อ Boot เครื่องใหม่ (การเก็บไฟล์จะแยกเก็บอีกพาร์ทิชัน ชื่อ Data) หากมีปัญหาที่แก้ไขไม่ได้และต้องติดตั้งใหม่จริงๆ ก็ให้ Clone ผ่านระบบเครือข่าย เพื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการลงไปใหม่อีกครั้ง 🙂

 

DOF โครงการชั่วข้ามคืน

DOF หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า Driver OFf-line เป็นโปรแกรมเล็กๆ สำหรับติดตั้ง Driver โดยไม่ต้องเชื่อมต่อ Internet ซึ่งมาแก้ปัญหา Jockey ใน Ubuntu 11.04+ ที่ต้องเรียกใช้ผ่าน Internet ทุกครั้งที่ต้องการติดตั้ง Driver ซึ่งหากไม่มี Internet ก็ไม่สามารถติดตั้ง Driver เพิ่มเติมได้ Driver ที่ว่านี้ได้แก่ การ์ดจอ nVidia, การ์ดจอ ATI และ Wireless ของ Broadcom เป็นต้น ใน Suriyan รุ่น 53.04 และ53.10 มี Local Repository ติดมาด้วยเสมอแต่การติดตั้งผ่าน Jockey ในโหมด Off-line ไม่สามารถทำได้ ผมจึงจำใจพัฒนา DOF ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า DOF ไม่สามารถติดตั้ง Driver ได้ทุกตัว ในเบื้องต้นสามารถติดตั้ง Driver การ์ดจอ nVidia, การ์ดจอ ATI และ Wireless ของ Broadcom ได้เท่านั้น
DOF เป็นโปรแกรมที่พัฒนาด้วย Shell Script แสดงผล GUI บน Gnome โดยผ่านโปรแกรมเล็กๆ อีกตัวชื่อ Zenity โดยโครงสร้างของโปรแกรมมีไม่มากคือใช้การตรวจสอบ Hardware จากโปรแกรมเล็กๆ อีกตัวชื่อ Inxi ซึ่งเจ้าตัวนี้สามารถแสดงผลการค้นหา Hardware ได้ดีและที่สำคัญระบุการแสดงผลได้ว่าจะให้ดู Hardware ในเครื่องส่วนใด เช่น การ์ดจอ การ์ดเน็ตเวิร์ก ซีพียู เป็นต้น จากผลลัพท์ที่ได้จาก Inxi ทำให้ DOF สามารถเดาได้ว่าควรจะติดตั้ง Driver อะไร แพคเกจใดที่ต้องใช้ในการติดตั้ง โครงการนี้คิดชั่วข้ามคืน ใจจริงไม่อยากเขียนสักเท่าไรเพราะการค้นหา Driver ที่ถูกต้องและสดใหม่มักดีเสมอ แต่ DOF ก็ช่วยเหลือได้หากคุณติดตั้ง Suriyan แล้วไม่มีอินเตอร์เน็ตเชื่อมต่อเพื่อติดตั้ง Driver ครับ 🙂

สิ่งที่ได้จากโครงการ GOFRIS

หากยังจำกันได้ผม contribute โครงการ GOFRIS ซึ่งเป็นโครงการพัฒนา Deep Freeze บน Linux แบบ GUI ซึ่ง GOFRIS เป็น Aplete เล็กๆ พัฒนาด้วยภาษา Python เชื่อมต่อกับส่วนทำงานที่เป็น Shell Script ปัญหาของโครงการนี้ไม่ได้มีอะไรมาก มีเพียงแค่ภาษาในการแสดงผลเป็น Bahasa ซึ่งโค้ดต้นฉบับเป็นอย่างนั้นจริงๆ รวมไปถึง Comment ในโค้ดด้วย และโครงการยังแยกออกเป็น 4 ภาษา ซึ่งแต่ละภาษามีโค้ดของตัวเอง ซึ่งดูแล้ววุ่นวายดี ทั้งๆ ที่ในโค้ดเหมือนกันต่างกันตรงแค่การแสดงผลเป็นภาษานั้นๆ ทำให้การดูแลโครงการนี้ทำได้ลำบากมากยิ่งขึ้น ซึ่งผมเองก็ไม่อยากไปตามดูว่าเวอร์ชันภาษา Bahasa ต่างตากเวอร์ชันภาษาอังกฤษตรงไหนบ้าง ก็เลยเป็นที่มาของการไป patch โค้ดเกือบทั้งหมดของโครงการ GOFRIS เพื่อแยก Message ID ออกมาจากโค้ดเพื่อให้ง่ายในการแก้ไขโค้ดหลักโดยไม่ต้องคอยมาแยกเวอร์ชันตามภาษา และใช้ po ในการทำ Localization เท่านี้ก็แก้ปัญหาชวนปวดหัวได้แล้ว
แต่ปัญหาไม่ได้จบเพียงแค่นั้น เพราะโค้ดของ GOFRIS แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ Python และ Shell Script ซึ่งต้องสนับสนุน Locale ทั้งคู่ทำให้ปัญหาใหญ่ตกมาอยู่ที่ผมแทน เพราะดันหาเรื่องใส่ตัวซะเอง เอาเป็นว่าทำได้ไม่ยากครับ ดูตามลิงค์เลยครับ 😛

กลับมาจับ Python gtk อีกครั้งก็รู้สึกดีไปอีกแบบ 🙂

มีอะไรใหม่ใน Suriyan 54.04 Hawk-Eye

Suriyan 54.04 Hawk-Eye ใช้ Ubuntu 11.04 Natty Narwhal เป็นฐานในการพัฒนาซึ่งใน Natty เองมีการเปลี่ยนแปลงเยอะมากทั้ง Unity ที่เป็น Windows Manager แบบใหม่และวิธีการใช้งานแบบใหม่ ทำให้ Suriyan รับเอาการเปลี่ยนแปลงนั้นมาด้วย แต่ทว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้น ยังไม่เหมาะสมกับ Suriyan ในรุ่นนี้มากนัก ทางทีมพัฒนาจึงเลือกใช้ Gnome Desktop เป็น Windows Manager เหมือนเดิม สำหรับท่านที่อยากใช้ Unity สามารถเลือกใช้ได้เช่นกัน Suriyan รุ่นใหม่นี้มีโปรแกรมช่วยจัดการและแก้ปัญหาที่ได้ประสบมาหลายอย่าง เช่น ปัญหาการปรับแต่งของผู้ใช้จากการใช้งานในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ปัญหาเรื่องการสำรองข้อมูล ฟอนต์ภาษาไทยที่ยังไม่สามารถทดแทนฟอนต์ในวินโดวส์ 7 ได้ทั้งหมด การติดตั้งไดรเวอร์โดยที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นต้น
เพื่อใช้แก้ปัญหาข้างต้น ทีมพัฒนาจึงได้พัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติมและเพิ่มโปรแกรมที่น่าสนใจลงใน Suriyan รุ่นใหม่ ได้แก่

  1. GOFRIS โปรแกรมคล้ายกับ Deep Freeze บน Windows สามารถเรียกคืนหน้าจอและข้อมูลให้เหมือนเดิมทุกๆ ครั้งที่รีสตาร์ทเครื่องใหม่ ผู้ดูแลระบบสามารถตั้งค่าล็อกข้อมูลในไดเรคทอรีบ้านของผู้ใช้ได้ เหมาะกับคอมพิวเตอร์ที่เปิดให้บริการแบบสาธารณะประเภท Kios คอมพิวเตอร์ในห้องสมุด คอมพิวเตอร์ในห้องปฏิบัติการ
  2. DOF โปรแกรมสำหรับติดตั้งไดรเวอร์แบบออฟไลน์ โปรแกรมจะตรวจสอบฮาร์ดแวร์ภายในเครื่องและทำการติดตั้งไดรเวอร์ให้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต โดยติดตั้งไดรเวอร์เบื้องต้นให้เช่น การ์ดจอ nVidia, ATI และ Wireless Card ของ Broadcom
  3. Inxi โปรแกรมที่เสริมเข้ามาใช้เรียกดูข้อมูลฮาร์ดแวร์ของเครื่อง เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการรับคำปรึกษาและสอบถามปัญหาเกี่ยวกับการ ติดตั้งไดรเวอร์และการใช้งาน Suriyan

นอกจากโปรแกรมชุดใหม่ 3 ตัวแล้ว Suriyan ยังเพิ่มซอฟต์แวร์สามัญประจำเครื่องไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมพิมพ์งานเอกสารตั้ง ค่าพร้อมใช้งาน พร้อมแม่แบบเอกสารราชการ ฟอนต์ภาษาไทยกว่า 40 แบบ โปรแกรมตกแต่งภาพ โปรแกรมด้านงานกราฟิกเวกเตอร์ โปรแกรมดูหนังฟังเพลง ฯลฯ
Suriyan เป็นระบบปฏิบัติการโอเพนซอร์สพัฒนาต่อยอดจาก Ubuntu คุณสามารถใช้งาน Suriyan ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานหรือค่าไลเซนต์ Suriyan ยังต้องการนักพัฒนาอิสระเข้าร่วมโครงการอีกมาก หากท่านสนใจสามารถติดต่อได้ที่ anuchit [at] redlinesoft [dot] net

3 ขั้นตอนหลังติดตั้ง Ubuntu 11.04

ผมมักชอบปรับแต่งระบบปฏิบัติการหลังการติดตั้งเสมอ ครั้งนี้เป็นการปรับแต่ง Ubuntu 11.04 หลังการติดตั้งเสร็จใหม่ๆ ก่อนเข้าเนื้อหามาดูฮาร์ดแวร์ของผมกันก่อน เครื่องคอมพิวเตอร์เดสท็อปของผมใช้

  • CPU Intel Core i7
  • การ์ดจอ nVidia GeForce 9400 GT
  • RAM 4GB
  • Harddisk 500GB

1. ติดตั้งไดรว์เวอร์ให้ครบ
ผมเลือกใช้ Ubuntu 11.04 Natty Narwhal รุ่น 64bits เป็นแบบ LiveCD หลังติดตั้งเสร็จจะพบว่า จอมี resolution ไม่ถูกต้องนัก และ Ubuntu จะพาเราไปที่ Gnome Desktop (Ubuntu Classic) ใช้โปรแกรม Additional Driver ติดตั้งไดรว์เวอร์ nVidia เพิ่มเติมในกรณีนี้ต้องมีอินเตอร์เน็ตเชื่อมต่อนะครับ เมื่อได้จอที่มี resultion ถูกต้องแล้ว หลังจาก restart เครื่องเราก็จะมาอยู่ในหน้า Unity ครับ สำหรับท่านที่ไม่คุ้นเคยหรือไม่ชอบนักก็สามารถเลือกใช้ Ubuntu Classic ตอน Login เข้าใช้งานได้
2. ติดตั้งคลังซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
เสร็จจากไดรเวอร์แล้ว สำหรับผมมักจะติดตั้งฟอนต์ภาษาไทยและโปรแกรมอื่นๆ ที่ต้องใช้ และแน่นอนผมมีคลังซอฟต์แวร์ที่ต้องเพิ่มเติมดังนี้

  • คลังซอฟต์แวร์ของ Suriyan
  • คลังซอฟต์แวร์ของ Getdeb

3. ติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมที่ต้องใช้งาน
ที่ต้องติดตั้งคลังซอฟต์แวร์เพิ่มเติมก็เพราะว่าเราจะสามารถติดตั้ง โปรแกรมอื่นๆ ได้อีกหลายตัวจากคลังซอฟต์แวร์เหล่านี้ สำหรับผมมักจะติดตั้ง package เหล่านี้ครับ

  • deja-dup
  • ttf-ftpi
  • ttf-sipa-dip
  • ttf-tepc
  • ttf-thai-siampradesh
  • ttf-thaifont-abc
  • gimp
  • inkscape
  • vlc
  • shutter
  • sound-juicer
  • cheese
  • easytag
  • gtk-recordmydesktop
  • soundconverter
  • deja-dup
  • hardinfo
  • startupmanager
  • compizconfig-settings-manager
  • ubuntu-restricted-extras
  • ubuntu-restricted-addons
  • samba
  • libpam-smbpass
  • agave
  • mypaint
  • font-manager
  • inxi
  • tbo

เท่านี้ก็ได้เครื่องไม้เครื่องมือในการทำงานใน Ubuntu 11.04 Natty Narwhal แล้วครับ 🙂

GOFRIS โปรแกรม Deep Freeze บน Linux

GOFRIS เป็นโปรแกรม Indecator Applet เล็กๆ ที่ฝังอยู่ตรง Notification Area ของ Gnome ซึ่งทำงานเหมือนกับ Ofris ทุกประการ และทำงานบน GUI ทำให้เรียกใช้งานได้ง่ายขึ้น ตัวโปรแกรมสามารถล็อกไดเรคทอรีผู้ใช้ ล็อกไดเรคทอรีผู้ใช้ทั้งหมดได้ ทำให้สามารถจัดการแช่แข็งข้อมูลของผู้ใช้งานได้ง่ายมากขึ้น เมื่อสั่งรีสตาร์ทเครื่องใหม่ข้อมูลจะกลับมาเหมือนเดิมเสมอ 🙂 GOFRIS เป็นโครงการของนักพัฒนาชาวอินโดนีเซีย ซึ่งจับเอา Ofris มาพัฒนาใส่ GUI ของ Gnome โค้ดต้นฉบับเขียนด้วย Python Gtk และ Shell Script ซึ่งเป็นภาษาอินโดนีเซีย (Bahasa) ทีมงานได้พัฒนากลับไปยังต้นน้ำเพื่อให้สนับสนุน Locale ได้สมบูรณ์มากขึ้น โดยไม่ต้องแยกรุ่นตามภาษาเช่นเดิม


สำหรับท่านที่ต้องการทดสอบเพื่อช่วยเหลือในการพัฒนากับทางต้นน้ำ สามารถติดตั้งได้จากคลังซอฟต์แวร์ของ Suriyan (เฉพาะ Suriyan 54.04 และ Ubuntu 11.04) สำหรับรุ่น Suriyan 53.04 และ Ubuntu 10.10 ติดตั้งได้โดยดาวน์โหลดไฟล์แพคเกจ .deb ครับ