มาเขียน HTML5 App แบบ คลิ๊ก คลิ๊ก คลิ๊ก

ผมพอจะเข้าใจได้เลยว่าการเขียน HTML5 Application เป็นแนวทางอีกแนวทางหนึ่งในการเขียน Application บน Mobile ซึ่งต้องขอบคุณ Apple เพราะกระแสความก้าวล้ำทางด้านเทคโนโลยีของ Webkit ทำให้เกิดแรงผลักดันมาตรฐานที่ควรจะมีให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้ง JavaScript Engine, Local Storage, Local Database และอื่นๆ และอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPad ก็รองรับ Mobile (Web) Application ได้อย่างลงตัว โดยการสร้าง Wedget ลงในอุปกรณ์ให้สามารถเรียกใช้ได้เหมือนกับ Application ตัวหนึ่งในเครื่อง จากการพัฒนาดังกล่าวจึงเกิดบริการใหม่ เพื่อช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์และเจ้าของบริการสามารถสร้าง HTML5 App ได้อย่างง่ายๆ เรียกว่า อยากได้อะไร คลิ๊กเอาได้เลย ในครั้งนี้จะมาแนะนำ บริการ SaaS เพื่อช่วยสร้าง HTML5 App กัน 2 ตัวดังนี้
Widget Box
ตัวอย่างการใช้งาน Widget Box Mobile App สร้าง App การ์ตูน IamPetdo จาก RSS Feed

กำหนด Feed URL

กด Save เราก็ได้ HTML5 App มา 1 ตัวใน 3 ขั้นตอน

HTML5 App ที่สร้างขึ้นมาจะอยู่กับ Widget Box หากต้องการติดตั้งลงในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น iPhone. iPad, มือถือ Android หรือ Tablet Android ต้องสมัครสมาชิกซึ่งมีค่าใช้จ่ายอยู่นิดหน่อย สำหรับท่านที่สนใจก็ลองไปใช้งานกันดูได้ที่ http://www.widgetbox.com
Tiggzi
Tiggzi (บริการเดิมชื่อ Tiggr) เป็นบริการสำหรับสร้าง Mobile Web และ Mobile App ที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง ซึ่งตัวระบบให้คุณสามารถวาง Widget เพื่อกำหนดรูปแบบและหน้าตาของ Mobile App ของคุณได้ อีกทั้งยังสนับสนุนการเขียนโค้ดเพื่อควบคุม Widget เหล่านั้นได้อีกด้วย จะคล้ายกับการเขียนโปรแกรมจากเครื่องมือบนระบบปฏิบัติการทั่วไป แต่ตากกันตรงที่เราเขียนและพัฒนาบนเว็บแทน สำหรับ App ที่ได้สามารถใช้งานได้กับ iPhone, Android ได้เลย สำหรับท่านที่สนใจก็ลองทดสอบได้ที่ http://tiggzi.com ครับ

มาใช้งาน HP Cloud กัน

ผมได้รับ Invite จาก HP เพื่อเข้าทดสอบใช้งาน HP Cloud ต้อนรับวันวาเลนไทน์กันเลยทีเดียว เบื้องหลังของ HP Cloud ใช้ OpenStack เป็น Cloud Platform ซึ่งท่านที่สนใจสามารถสมัครและเปิดใช้งานได้เลย บริการที่ HP Cloud มีให้ได้แก่

  • HP Cloud Compute
  • HP Object Storage

นอกจากนี้คุณยังบริหารจัดการผ่านทาง Web Management Console หรือใช้งานผ่าน REST APIs ได้อีกด้วย สำหรับท่านที่เปิดใช้งานจะได้รับ HP Compute 2 ชุด และ Object Storage 1 ชุด สำหรับท่านที่ต้องการ Activate เพื่อใช้งาน โปรดเตรียมบัตรเครดิต กรอกข้อมูล Payment Method ให้เรียบร้อยแล้วเปิดใช้งานได้เลย ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้จาก Video ข้างล่าง

HP Cloud Services: Getting Started from HP Cloud on Vimeo.

มาเขียน Mobile HTML5 App กัน ตอน ท่อน้ำมหัศจรรย์

หลังจากที่ได้แนะนำแนวทางการเขียน HTML5 App และใช้เครื่องมือหลายตัวไปบ้างแล้ว ครั้งนี้ผมจะมาแนะนำเครื่องมือท่อน้ำสุดมหัศจรรย์ ชื่อเป็นทางการเรียกว่า Yahoo! Pipes เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณตัดต่อ เชื่อมโยงข้อมูล ผสมข้อมูลต่างๆ ที่มาจากหลากหลายเว็บได้ และที่สำคัญสามารถส่งออกผลลัพท์ได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น RSS, JSON, KML และรูปแบบอื่นๆ

การใช้งาน Pipes ง่ายมากเพียงเลือกเครื่องมือให้เหมาะสมแลัวลากเส้นเชื่อมโยงข้อมูลตั้งค่า ตามต้องการจากนั้น Pipes ก็จะทำงานให้คุณพร้อมผลลัพท์ที่น่ามหัศจรรย์ จากตัวอย่างผมต้องการเชื่อมโยงข้อมูลจาก 3 เว็บไซต์เข้าด้วยกัน และใช้ keyword คำว่า Ubuntu ในการ filter ข้อมูลพร้อม เรียงลำดับเหตุการณ์ และหยิบเอาเฉพาะ 10 รายการล่าสุดมาใช้ เขียน Flow ได้ดังภาพ

เมื่อเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกันได้เรียบร้อยแล้ว คุณจะได้หน้า Publish ของคุณขึ้นมาพร้อมลิงค์เพื่อ export ข้อมูลต่างๆ ที่สามารถใช้งานต่อได้ เช่น เพิ่ม Widget ลงใน Google, เพิ่ม Widget ลงใน Yahoo!, Export ข้อมูลเป็น RSS, JSON หรือแม้กระทั่งซอร์สโค้ดภาษา PHP 🙂

เมื่อเราได้ชนิดของข้อมูลที่เราต้องการ เราก็เอาข้อมูลเหล่านี้มาเขียนโปรแกรมเพื่อใช้งานข้อมูลเหล่านี้ต่อได้ สำหรับท่านที่สนใจก็ทดลองใช้ Yahoo! Pipes ได้ครับ แล้วคุณจะรู้ว่าท่อน้ำมหัศจรรย์มีจริงๆ

มาเขียน Mobile HTML5 App กัน ตอน การ์ตูนสุดสนุกแห่งยุค

ผมคลั่งการ์ตูนออนไลน์เรื่องหนึ่งมาก ถ้าคุณมีพฤติกรรมที่ออกจะดูแย่ๆ จนคนรอบข้างรับไม่ได้ คุณจะถูกขนานนามว่าเป็น “Petdo!” ใช่ครับ การ์ตูน I am Petdo! เป็นการ์ตูนสร้างสรรค์มากในยุคนี้ หากใครไม่ได้อ่านเชยมากๆ ครับ ในครั้งนี้ผมจะมายกตัวอย่างการเขียน HTML5 + jQuery + jQuery Mobile + YQL กัน เว็บไซต์การ์ตูน I am Petdo! มีช่องทางให้คุณอ่านการ์ตูนผ่านทาง RSS Feed ได้ ซึ่งคุณสามารถใช้ RSS reader ตัวไหนก็ได้ในการอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ โดยไม่ต้องเข้าเว็บและเราก็สามารถเขียน HTML5 App ในการ Feed เนื้อหาจาก RSS ได้เช่นกัน เครื่องมือที่จะมาแนะนำเพิ่มเติมวันนี้คือ YQL
YQL หรือ Yahoo! Query Language เป็นเครื่องมือคล้ายกับคำสั่ง SQL ใช้ในการ query, filter, join ข้อมูลข้ามเว็บเซอร์วิส คุณสามารถใช้ YQL ในการสร้างชุดข้อมูลที่คุณต้องการได้ง่ายเลยทีเดียว

จากภาพจะเห็นได้ว่าเราสามารถใช้คำสั่ง SQL เพื่อ filter ข้อมูลจาก RSS Feed ได้ YQL มีคุณสมบัติอีกอย่างคือสามารถ แสดงผลลัพท์ในรูปแบบ XML หรือ JSON ได้ ในที่นี้เราจะใช้ผมลัพท์จาก JSON ส่งต่อให้ jQuery ประมวลผล คุณสามารถใช้ Query URL เอาไปใช้งานได้เลย ตัวอย่างเช่น
http://query.yahooapis.com/v1/public/yql?q=select%20title%20from%20rss%20where%20url%3D%22http%3A%2F%2Frss.news.yahoo.com%2Frss%2Ftopstories%22&format=json&diagnostics=true&callback=cbfunc
ผลลัพทที่ได้จะเป็นข้อมูลในรูปแบบ JSON เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็เขียน jQuery ผ่านทาง jsfiddle เช่นเคย ปรับแต่ง CSS ตามใจชอบ

ตอนนี้เราก็ได้ jQuery ในส่วนที่จำนำไปใช้งานกันแล้ว จับใส่ jQuery Mobile อีกนิดหน่อยเราก็จะได้ HTML5 App สำหรับ Mobile กันแล้ว

มาเขียน Mobile HTML5 App กัน ตอน ภาพสวยใน Flickr

บริการคลังเก็บภาพถ่ายอย่าง Flickr มีช่องทางสำหรับนักพัฒนา App สามารถที่จะเรียกใช้งานได้ซึ่งมีมาตั้งนานแล้ว ผ่านทาง Flickr API ซึ่งแน่นอนว่าสามารถอัพโหลดภาพผ่านทาง API ได้ และดึงข้อมูลภาพเอามาแสดงผลได้เช่นกัน วิธีการก็ง่ายมากครับ

  1. ต้องสมัคร Flickr API กันก่อน
  2. เลือกช่างกล้องที่เราชื่นชอบ ผมชอบงานถ่ายภาพของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ท่านหนึ่ง คือ คุณFordAntiTrust ครับ
  3. ดู Flickr API ที่เราสามารถเลือกใช้ได้ http://www.flickr.com/services/api

มีแค่นี้ครับ ผมเลือกใช้ Method ที่ชื่อว่า flickr.photosets.getPhotosค่าตัวแปรที่ต้องใช้งานกับ Method นี้คือ API_KEY และ PhotoSet ID ให้เราลองสร้าง REST Request เพื่อให้ได้ข้อมูลเล่นๆ บน Browser กันก่อน ดังนี้

http://api.flickr.com/services/rest/?&method=flickr.photosets.getPhotos&api_key=YOUR-KEY&photoset_id=YOUR-PHOTOSET-ID&format=json&jsoncallback=?

เปลี่ยนค่าตามค่าที่คุณต้องการ ก็จะได้ค่า JSON กลับมาแบบงงๆ อย่างนี้

jsonFlickrApi({"photoset":{"id":"72157626549802465", "primary":"5523106788", "owner":"14143570@N00", "ownername":"Ford AntiTrust",
"photo":[{"id":"5523106788", "secret":"ff8af2e14e", "server":"5057", "farm":6, "title":"dear - cu-cheer-66 (2)", "isprimary":"1"},
{"id":"5522518723", "secret":"b006460b92", "server":"5292", "farm":6, "title":"dear - cu-cheer-66 (6)", "isprimary":"0"},
{"id":"5522517811", "secret":"a3e3900d7f", "server":"5252", "farm":6, "title":"dear - cu-cheer-66 (4)", "isprimary":"0"},
{"id":"5522518261", "secret":"e4c4373a3f", "server":"5219", "farm":6, "title":"dear - cu-cheer-66 (5)", "isprimary":"0"},
"page":1, "per_page":500, "perpage":500, "pages":1, "total":"29"}, "stat":"ok"})

เรียกได้ว่าสุดมึน คำถามคือ “ภาพอยู่แห่งหนใด” แล้วจะเอามันออกมาโชว์ได้ยังไง? ต่อให้ Parse JSON ได้แลัวภาพอยู่ไหนอ้ะ T_T วิธีการแปลข้อมูลอยู่ที่ Flickr Photo Source URLs ซึ่งข้อมูลจะใช้ REST เช่นเคย ในการแสดงข้อมูลภาพ งงไหม REST ซ้อน REST ไม่ต้องสนใจก็ได้ครับ มันเป็นเรื่องของโครงสร้างการจัดการข้อมูล เอาเป็นว่าโครงสร้าง URL ที่เราจะใช้กันมีดังนี้

http://farm{farm-id}.staticflickr.com/{server-id}/{id}_{secret}_[mstzb].jpg

ค่าที่เราจะเอามาใช้จาก JSON ข้าต้นได้แก่ farm-id, server-id, id, secret และ option ภาพที่เราต้องการ แบ่งเป็น

  • s ภาพขนาด 75×75
  • t ภาพ thumbnail 100px
  • m ภาพขนาด 240px
  • z ภาพขนาดกลาง 640px
  • b ภาพขนาดใหญ่ 1024px
  • o ภาพต้นฉบับ

จากตัวอย่าง JSON ข้างต้น เราลองมาหาภาพแต่ละขนาดกันครับ
แทนค่าสมการกันดีกว่า http://farm6.staticflickr.com/5057/5523106788_ff8af2e14e_z.jpg เราจะได้ภาพดังนี้



เอาล่ะเริ่มมีกำลังใจกันแล้วใช่มั๊ยครับ เราก็ใช้ http://jsfiddle.net ในการเขียนโค้ดและทดสอบโค้ดกัน

เมื่อได้ทดสอบ jQuery Code และ CSS กันอย่างพอใจแล้ว ก็มาประกอบร่างกันใน jQuery Mobile แล้วไป Build ต่อโดยใช้ PhoneGap Build เราก็จะได้ HTML5 App สำหรับ Mobile ในค่ายต่างๆ ได้แล้วครับ ตัวอย่างพอหอมปากหอมคอ

คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางในการพัฒนา HTML5 App ผนวกกับ APIs ของบริการต่างๆ บน Cloud ได้ครับ ตัวอย่างในครั้งต่อไปยังนึกไม่ออกครับ คิดว่าคงมีโอกาสมาเขียนอีกครับ 🙂

เครื่องมือเขียน HTML5 Apps แบบยาจก

ผมมักจะชินกับการใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ออกจะดูวิเศษเสมอๆ อย่าง Adobe Dreamweaver, Web Matrix แต่เมื่อไม่มีตังค์ซื้อก็เลยต้องประยุกต์บริการต่างๆ เข้ามาเพื่อให้การเขียน App ทำได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว คิดว่าหลายๆ ท่านคงเคยใช้ Notepad ในการเขียน HTML ใช่มั๊ยครับ แน่นอนมันยากและมึนด้วย วันนี้เลยจะมาแนะนำเครื่องมือในการเขียน HTML5 App สำหรับ Desktop, Mobile, Tablet App กันครับ เครื่องมือที่ผมใช้แบ่งออกเป็นกลุ่มดังนี้
เครื่องมือเกี่ยวข้องกับ Editor

  • gEdit เครื่องมือปกติที่ผู้ใช้ Ubuntu หรือ Gnome Based Distribution ใช้กันอยู่แล้ว ข้อดีของ Gnome คือมันมีสีแยกแยะ Syntax ทั้ง HTML, Javascript และ CSS ทำให้เห็นข้อผิดพลาดของโค้ดจากสีที่แสดงผลได้ง่าย
  • Eclipse สำหรับตัวนี้ผมมักจะใช้เขียน Android App มากกว่าที่จะเขียน HTML5 App แต่ก็สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี เพราะ plugin ที่เราสามารถติดตั้งเพิ่มเติมเองได้ ก็ทำให้คุณสมบัติของ Eclipse เพิ่มมากขึ้นด้วย

เครื่องมือทดสอบ/ทดลองโค้ด

  • JSONLint เป็นเครื่องมือตรวจสอบความถูกต้องของ Syntax แบบ JSON ข้อดีนอกจากการ Validate แล้วยังมีในเรื่องของการจัดรูปแบบของข้อมูลทำให้เราเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น ด้วย
  • JSFiddle เป็นเครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่รวมรวมเอาการเขียนโค้ดทั้งในรูปแบบของ HTML, CSS, Javascript พร้อมการแสดงผลลัพท์ให้ดู ที่สำคัญยังสามารถเรียกใช้ Javascript Framwork ดังๆ อย่าง jQuery, Mootools, Prototype, YUI เป็นต้น

เครื่องมือคิวรีและดัดแปลงข้อมูล

  • YQL หรือ Yahoo! Query Language สามารถทำให้เราสามารถใช้คำสั่ง SQL ง่ายๆ อย่าง SELECT ในการจัดการข้อมูลบน Internet ได้ง่ายๆ จากหลากหลายบริการ เช่น Yahoo answer, AppDB, Flickr, RSS เป็นต้น โดยคุณสามารถกำหนดข้อมูล output ที่ต้องการได้ด้วย ซึ่งมีให้เลือก 2 รูปแบบคือ XML และ JSON
  • Pipes เป็นเครื่องมือดัดแปลงข้อมูลจาก Internet เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เราต้องการ Pipes เป็นอะไรที่สนุกมาก คุณสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากบริการที่แตกต่างเพื่อสร้างชุดข้อมูลใหม่ได้ เช่น เอา Youtube มาผนวกกับ Twitter เป็นต้น

เครื่องมือที่เกี่ยวกับ JavaScript Framework

  • jQuery Mobile ใช้สำหรับทำ Mobile Web หน้าตาจะออกแนวๆ iPhone App ใช้งานง่าย มีเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการเขียน Mobile App เช่น Touch UI เป็นต้น
  • PhoneGap เป็น JavaScipt + SDK ทำให้เราสามารถใช้งานอุปกรณ์ที่อยู่ในมือถือหรือ tablet ได้ง่ายๆ ผ่านทาง JavaScript เช่น กล้องถ่ายรูป, GPS, โทรศัพท์ ฯลฯ PhoneGap ยังมี Build Server สำหรับสร้าง App เพื่อใช้งานในมือถือค่ายต่างๆ ได้อีกด้วย จำได้ว่าเคยเขียน blog เกี่ยวกับ PhoneGap Builder ไปแล้ว
  • Sencha เป็นเครื่องมือ Javascript Framework อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ แถมยังมีเครื่องไม้เครื่องมืออีกหลายอย่างให้ได้เล่นกัน

พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกันครับ 🙂

ทอนซิลอักเสบ

เมื่อวันศุกร์ตอนเช้ารู้สึกเจ็บคอ+มีไข้นิดหน่อยก็คิดว่าไม่เป็นอะไรมากพอเข้าทำงานและประชุมติดต่อกันเกือบ 6 ชั่วโมง ก็ใช้เสียงกันพอสมควรก็พบว่าเจ็บคอมากขึ้น ไข้เริ่มขึ้นสูง ความดันสูงขึ้น พอตอนเย็นไปรับนิอรที่หมอชิตพอกลับมาถึงอพาร์ทเม้นอาการก็หนักขึ้น หนาวสั่น ไข้ขึ้นสูง นอนไม่ได้ พอไข้เริ่มจะลดในช่วงเช้าวันเสาร์ ช่วงสายๆ ไข้ก็ขึ้นสูงอีก ก็เลยคิดว่าไม่ไหวแล้วไปหาหมอดีกว่า หลังจากไปโรงพยาบาลเล่าอาการให้หมอฟัง หมอตรวจเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย สรุปได้ว่าเป็นไข้ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย หมอจะให้ยาไปกิน อาการน่าจะดีขึ้นใน 1-2 วัน ถ้าไม่หายกลับไปหาหมออีกรอบ ผมน่ะอยากหายจากอาการไข้ที่ประหลาดๆ ของผมก่อน แล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที ก็ไปจ่ายค่ายารับยามากิน นิอรจัดการเรื่องอาหารและยาแบบจัดเต็ม เรียกได้ว่าไม่กินโดน “ตื้บ” ก็เลยทำให้อาการเริ่มดีขึ้น ลุกขึ้นมาเดินไปเดินมาได้ดีขึ้น อาการไข้ก็ลดลง ก็เป็นเรื่องที่ดี สำหรับผมคิดว่าเป็นไข้จากเชื้อแบคทีเรียนี่เป็นมาหลายรอบละ แต่อาการรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ปกติถ้าผมเริ่มมีอาการเจ็บคอผมก็จะกินยาแก้อักเสบกับยาลดไข้ดักไว้เสมอ แต่ถ้าไม่กินยาแล้วปล่อยให้หายเองจะเกิดอาการไข้สูงแบบนี้ทุกที เป็นมา 2 ครั้งได้ (ครั้งที่แล้วก็เป็นตอนเดือนกุมภาพันธ์) ก็ยังไงก็รักษาสุขภาพกันหน่อยนะครับ





 

ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา SIPA มีการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ซึ่งดูแล้วเหมือนโครงสร้างจะเล็กลงแต่ก็ไม่เล็กซะทีเดียว สรุปแล้วมี 15 ฝ่าย 4 สาย? ได้แก่
สายยุทธศาสตร์และเทคโนโลยี

  • ฝ่ายยุทธศาสตร์และแผนงาน
  • ฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยี
  • ฝ่ายพัฒนาบุคลากรและวิชาการ

สายส่งเสริมอุตสาหกรรม

  • ฝ่ายมาตรการส่งเสริม
  • ฝ่ายส่งเสริมการตลาด Enterprise
  • ฝ่ายส่งเสริมการตลาด Digital Content
  • ฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการ
  • สาขา เชียงใหม่, ภูเก็ต, นครราชสีมา, ศูนย์ไทยกริดฯ

สายบริหาร

  • ฝ่ายบริหารทั่วไป
  • ฝ่ายบัญชี การเงิน งบประมาณ
  • ฝ่ายกฏหมาย
  • ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

สายสำนักงาน

  • ฝ่ายตรวจสอบ
  • ฝ่ายสื่อสารองค์กร
  • ฝ่ายบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน

หากท่านดูแล้วจะทราบว่าไม่มีฝ่ายโอเพนซอร์สแล้ว สำหรับภาระหน้าที่ที่เกี่ยวกับโอเพนซอร์สหลังจากนี้คงไม่มีแล้วครับ ก็ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่เป็นกำลังใจคอยให้กำลังใจอยู่เสมอๆ ภาระหน้าที่ใหม่ของผมจะอยู่ใน “ฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยี” ซึ่งมี 16 ชีวิตถือว่าเป็นทีมที่ใหญ่กว่าเดิม มีคนเก่งๆ หลายด้านอยู่ในฝ่ายนี้ที่สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการในด้านเทคโนโลยีเพื่อที่จะนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของผู้ประกอบการได้ ผู้ประกอบการท่านใดหรือผู้ที่สนใจด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็เข้ามาปรึกษาหรือสอบถามกันได้ครับ 🙂
 

เก็บตก Technology Trends 2012 และ Business Continuity

เนื่องจากติดภารกิจที่สำนักความปลอดภัยฯ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็เลยอดไปงานสัมนา Technology Trends 2012 ผม follow เอกสาร presentation ของ อ.ธนชาติ ที่ SlideShare อยู่ก็เลยได้ slide มานั่งดูคร่าวๆ ซึ่ง Technology Trends สำหรับบ้านเราและโดนใจกันมากที่สุดคงไม่ใช่ Cloud Computing แต่เห็นจะเป็นในเรื่องของ Business Continuity ที่บ้านเราขาดแคลนกันมาก เห็นได้จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เราลองมาดู Trends ระดับโลกที่วิเคราะห์โดย Gartner มีดังนี้

  • Media tablets and beyond
  • Media-centric applications and interfaces
  • Social and contextual user experience
  • Application stores and marketplace
  • The Internet of everything
  • Next-generation analytics
  • Big data
  • In-memory computing
  • Extream low-energy servers
  • Cloud Computing

ผมเองไม่ค่อยเข้าใจกระบวนการการวิเคราะห์ของ Gartner สักเท่าไร แต่เท่าที่สังเกตจะพบว่า Gartner ทายถูกเสมอหรือเพราะว่าทุกคนพยายามหันเข้าทาทิศทางของ Gartner กันแน่ แต่ที่สำคัญการวิเคราะห์ Trends ในแต่ละปีเป็นประโยชน์มาก Trends เหล่านี้เกิดขึ้นแล้วและจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การวิเคราะห์ของ Gartner จะช่วยให้เราปรับตัวให้ทันกับ Technoloy ที่จะเกิดขึ้นและมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างแม่นยำ ข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์สำหรับองค์กรและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ถ้าสนใจก็ตามอ่านงานวิจัยของ Gartner ในแต่ละ Trends บ้างก็ดีครับ
กลับมาเรื่อง Business Continuity อย่างที่บอกว่าน้ำท่วมกรุงเทพฯ ทำให้อะไรหลายๆ อย่างที่เรามองข้ามมันจะวนกลับมา อย่างเช่น Business Continuity เรื่องนี้สำคัญมาก หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างน้ำท่วม เราจะดำเนินธุรกิจของเราอย่างเป็นปกติได้อย่างไร? ผมขอแบ่งปันประสบการณ์ที่พบมากับตัวเองก่อนช่วงน้ำท่วม ซึ่งส่งผลทำให้ผมต้องวางแผน เพื่อให้เว็บไซต์ Thai Open Source เปิดให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
เว็บไซต์ Thai Open Source ย้ายที่อยู่หลายครั้ง คือ ย้ายตาม Sever ว่ามันจะโดนโยกย้ายไปที่ไหน Server เราอยู่ที่สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ SIPA ซึ่ง SIPA ก็อยู่ในอาคาร B ศูนย์ราชการ การบริการ NOC ที่นี่ถือว่าอยู้ในระดับดี คือ บริการในเวลางานหลังจากเวลางานก็เจอกันอีกทีแปดโมงครึ่ง 🙂 เหตุการณ์ที่ทำให้ผมตัดสินใจย้ายและทำ Disaster Recovery คือทางอาคารมีการซักซ้อมการรองรับสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละระดับความรุนแรง แต่หลังจากซ้อมเสร็จ พนักงานดันลืมเปิดวาล์วน้ำให้แอร์ที่จะส่งเข้ามายังห้อง Server ส่งผลให้เครื่อง Sever กว่า 50 เครื่อง อยู่ใน “เตาอบ” ใช่ครับ “เตาอบ” เหตุการณ์เกิดตอนวันศุกร์กว่าจะมีคนมาแก้ปัญหาก็เข้าสู่วันจันทร์แปดโมงเช้า ผมได้รายงานจาก Server ก่อนที่มันจะเดี้ยงผ่านทาง E-Mail มาว่า “ลาก่อน” นั่นหมายถึง “แย่แล้ว” มีใครดูเครื่องที่ NOC หรือยัง? และมันต้องแย่แล้วแน่ๆ วันจันทร์แปดโมงเช้าผมก็ตัดสินใจเด็ดขาดปรึกษากับคุณมะระ (@gumara) เราจะย้ายและหา “บ้านที่เหมาะสมและเราสามารถจัดการสถานการเหล่านี้ได้” โดยไม่ต้องรอใคร เราสามารถจัดการได้เอง ได้คุณมะระช่วยเหลือในเรื่องการทำ DR Site โดยเว็บไซต์ Thai Open Source และผองเพื่อน ไปไว้ที่ Virtual Private Cloud ในต่างประเทศ เพื่อ “หนีน้ำท่วม ไฟไหม้” หลังจากเหตุการครั้งนั้น ก็เจอเหตุการณ์น้ำท่วมตามมา แต่เว็บ Thai Open Source ไม่ได้อยู่ใน NOC ของ SIPA แล้ว ไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะไม่ไหล ไฟจะดับ ห้อง NOC ไฟไหม้อีกต่อไป ที่เหลือก็คงต้องหาเงินช่วยคุณมะระจ่ายค่าพื้นที่ต่อไป 😛
หากมองกลับกันว่าธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจที่มี Critical สูง เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ มีมูลค่าความเสียหายมาก คุณจะป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องคิดกันก่อน คิดให้ตกผลึกและหาวิธีการรองรับ เรื่อง Disaster Recovery อยู่ใน Trends ของ Gartner เมื่อตอน 911 ซึ่งตอนนั้น Trends นี้รุนแรงมากและเป็นกรณีศึกษาที่ดี หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในไทย Disaster Recovery และ Business Continuity ก็คงเป็น Trends ที่สำคัญอย่างหนึ่งที่หลายธุรกิจจะต้องหาวิธีการมารองรับ หากคุณยังไม่มีแผนการเหล่านี้ลองหาที่ปรึกษาเกี่ยวกับ Business Continuity ดูครับ ซึ่งปีนี้น้ำจะท่วม แผ่นดินจะไหว ปลาโค่ยยักษ์จะพลิกตัวอีกหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ 😉

Tablet เด็กประถม สื่อการเรียนการสอนและการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม

เวลาอ่านข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ก็มักจะมีนักวิชาการให้ข้อสังเกตต่างๆ นานา ในเรื่องการใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น Tablet, Netbook, Notebook, อินเตอร์เน็ต ในการเรียนการสอนในโรงเรียน มีหลายประเด็นยังเป็นข้อถกเถียงอยู่เสมอๆ เช่น

  • ไม่เหมาะสม
  • เสียสุขภาพ
  • เครื่องไม้เครื่องมือไม่ได้ช่วยให้เด็กเก่งขึ้น
  • การศึกษาล้มเหลว
  • ฯลฯ

ผมมองว่าข้อสังเกตข้างต้นมันก็มีเหตุผลในตัว แต่ผมมองสิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ การจัดการเรียนการสอนของบ้านเราไม่เกื้อหนุนกับการใช้เครื่องไม้เครื่องมือ มากนักและการสื่อหรือเครื่องมือที่ไม่เหมาะสม ผมมักจะนึกถึงการ์ตูน iampetdo 2 เรื่องนี้

ผมมักนึกถึงเรื่อง One Labtop per Child (OLPC) และสาเหตุที่ OLPC ใช้ไม่ได้ในประเทศไทย จากสาเหตุที่ว่า OLPC ลง Windows ไม่ได้ T_T ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ตลกดีครับ อีกเรื่องนึงเป็นเรื่องการลงทุนอย่างมหาศาลของ Intel ในเรื่อง เครื่อง Class Mate PC ที่หาโรงเรียนนำร่องเพื่อเป็นต้นแบบ แปลเนื้อหา e-learning จากประเทศอังกฤษในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นภาษาไทยให้ด้วย และสุดท้ายก็หายเงียบไป Class Mate PC จมหายไปกับกาลเวลา เรื่องเหล่านี้ทำให้ผมคิดว่า “อะไรที่เจ๋งๆ อาจจะใช้ไม่ได้ในประเทศไทย” ก็เพราะ 2 เหตุผลหลักคือ

  • กระบวนการจัดการเรียนการสอนไม่เกื้อหนุน
  • สื่อการเรียนการสอนไม่เหมาะสม

สมมุติว่า Tablet ที่จะแจกเด็กประถมเป็น Tablet ที่สามารถอ่าน E-Book ได้เหมือนอ่านหนังสือจริงๆ คำถามคืออ่าน E-Book ได้แล้วยังไง? ปกติหนังสือที่เป็นเล่มๆ ยังเปิดอ่านกันยากมากๆ E-Book ที่พลิกหน้ากระดาษไปมาได้บนหน้าจอ ที่ไม่ได้ให้ความแตกต่างจากหนังสือที่เป็นเล่มๆ จะช่วยให้การเรียนการสอนดีขึ้นได้อย่างไร? นี่คือประเด็นที่ผมยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้
มีท่านผู้รู้หลายท่านแนะนำว่าสื่อการเรียนการสอนควรเปลี่ยนแปลงไปตามยุค สมัย ผมก็จะตั้งคำถามว่า คุณครูเป็นผู้ออกแบบการเรียนการสอน หากคุณครูผู้สอนรู้จักการประยุกต์ใช้สื่อหรือมีกิจกรรมการเรียนการสอนที่ สามารถนำเอาสื่อเหล่านี้มาช่วยในการเรียนการสอนได้ ก็คงเป็นเรื่องที่ดี ผมอยากให้ดู Video นี้

หลายท่านอาจตั้งคำถามว่า ขาย Chrome Book เหรอ? แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ เขาจัดการเรียนการสอนโดยใช้เครื่องมืออย่าง Chrome Book ได้อย่างไร? ไม่ได้มีสื่อ Multimedia ที่หรูหรา มีแต่ Slide ใน Google Presentation เขาทำได้อย่างไร? เขาทำได้อย่างไร? แล้วเราล่ะ เราจะทำอย่างไร? นั่นเป็นประเด็นปัญหาที่ต้องขบคิด ทั้ง OLPC, Class Mate PC มาจนถึง Tablet เด็กประถม เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง?

  • การจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมในชั้นเรียนดีขึ้นแล้วหรือยัง?
  • รู้จักการประยุกต์ใช้สื่อการเรียนการสอนแล้วหรือยัง?
  • สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้เรียนเพื่อให้เกิดกระบวนการคิดและการแก้ปัญหาแล้วหรือยัง?

มีปัญหาหลายอย่างที่เรายังไม่ได้แก้ไข บางทีสิ่งเหล่านี้อาจบ่งบอกถึง “ความไม่พร้อม” ทางด้านการศึกษาก็เป็นได้ เรื่องเหล่านี้ควรได้รับการแก้ไขเพื่อการใช้เทคโนโลยีและเครื่องไม้ เครื่องมือที่คุ้มค่าและมีประโยชน์อย่างแท้จริง มีท่านผู้รู้ท่านนึงบอกกับผมว่า “จอมยุทธที่เก่ง ใช้แค่กิ่งไม้ก็เป็นอาวุธได้” แต่ผมอยากเห็น “จอมยุทธที่เก่ง ใช้กระบี่วิเศษสร้างสิ่งที่มหัศจรรย์ได้” ก็คงได้รอดูกันต่อไปครับ