1 อาทิตย์กับ Ubuntu, LMDE, Debian

ผมพยายามที่จะสร้าง Linux Distribution ตามที่ใจต้องการ ซึ่ง Suriyan ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของผมมากนัก แต่พอลองไล่ Distribution ที่ติดอันดับ 1-5 ของ ditrowatch ที่พัฒนามาจาก Debian ก็พบว่า ไม่มี Distribution ไหนที่ตอบความต้องการของผมได้เท่า Ubuntu (และ Fedora แต่ Fedora ไม่ใช่ Debian Based น่ะ) ซึ่งเงื่อนไขที่ผมก้าวข้ามไปไม่ได้คือการอัพเดทได้ตลอดชีพ ซึ่งขัดกับการพัฒนา Linux Distribution ในปัจจุบัน ซึ่งทะยอยออกทีละหลายๆ รุ่นใน 1 ปี ซึ่งผมมองว่ามันออกเร็วไปหน่อย 😛 แต่ release often ก็เป็นกลยุทธหนึ่งในการกระตุ้นการพัฒนาและทำการตลาดได้เป็นอย่างดี ซึ่งทุกๆ Distrition ก็เป็นแบบนี้ ไม่เว้นแม้กระทั่ง Fedora เอาเป็นว่าจาก 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา จากการทดสอบ ทดลองผมสรุปได้ดังนี้
LMDE

  • live-initramfs ถูกแก้ไขจนหาไม่เจอ
  • ใช้ package จาก 3 คลังหลักๆ ได้แก่ debian, linuxmint และ debianmultimedia
  • live-installer คล้ายๆ กับ Ubiquity ของ Ubuntu รุ่นก่อนๆ
  • package หลายตัว patch โดยทีมงานของ LinuxMint ทำให้ไม่ค่อยเหลือเค้าโครงของ Debian มากนัก

Debian

  • มี debian-live-installer แล้ว เหมือนกับ debian installer ปกติ
  • ในเวอร์ชั่น 6 โปรแกรมยังเก่าอยู่มาก
  • live-initramfs พัฒนาต่อจาก casper แต่ดูโค้ดแล้วแปลกๆ
  • unstable, testing ยังไงก็ยังเก่ากว่า trunk ของแต่ละ project มากๆ
  • เอา live-installer ของ LinuxMint มาใช้ได้

Ubuntu

  • เพิ่มมีโครงการประหลาดๆ มากขึ้นอย่าง Unity
  • บางโปรเจคมีเฉพาะใน Ubuntu อย่างเช่น Jockey แต่ port ไป Distro อื่นไม่ได้
  • อาจจะต้องใช้เวลากับ Ubuntu เยอะพอสมควร แต่คงน้อยกว่า Debian เยอะ
  • การแก้ปัญหาเรื่อง repo ในแผ่นเป็นเรื่องที่ดี และการใส่เป็น local repo ใน image ก็เป็นเรื่องที่ยิ่งดีกว่า

ที่ผมพยายามหาทาออกให้ตัวเองก็เพราะว่า ผมต้องการพัฒนา Linux Distribution ที่จริงๆ จังๆ มากกว่าที่ Suriyan เป็นอยู่ในตอนนี้ ซึ่งยังดูครึ่งๆ กลางๆ ระหว่าง Ubuntu หรือ Suriyan ซึ่งการต่อยอดในด้านภาษาไทยและความพร้อมของโปรแกรมที่มีใน Suriyan นั้นพัฒนาไปไกลมาก จนทำให้คิดว่าน่าจะทำเป็น Linux Distribution แบบเต็มที่ได้แล้วแต่ก็คงไปไม่รอดเท่าไร เพราะมีกันอยู่ 2 คนคงทำอะไรไม่ได้มากน่ะครับ เอาเป็นว่าคงกลับมาใช้ Ubuntu เหมือนเดิม แต่คงต้องลงลึกในรายละเอียดของ package มากขึ้นกว่านี้

Suriyan แยกสายการพัฒนา

ผมได้มีโอกาสได้ร่วมพัฒนา Suriyan มากว่า 4 รุ่น แต่ยังไม่สามารถแยกขาดจาก Ubuntu หรือใช้แนวทางการพัฒนา Distribution ในแบบที่ผมต้องการได้ ทำให้รู้สึกว่าเป็นงานหนักทุกครั้งที่ต้องคอย build ทุกๆ 6 เดือน และตอนนี้ SIPA เองก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าโครงการ Suriyan จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร สำหรับผมแล้วการแยก Suriyan ออกมาอีก 1 รุ่นเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการใช้งานแบบไม่ต้องตามเวอร์ชั่น ไม่ต้องติดตั้งกันทุกครั้งที่ออกรุ่นเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และง่ายในการจัดการ ส่งผลการจัดการทำได้ง่ายขึ้น ซึ่ง Suriyan ในแบบที่ผมต้องการอยากให้เป็นแบบ rolling release ส่วนการออกรุ่นสามารถออกตอนไหนก็ได้ ตามกำหนดระยะเวลาหรือไม่ตามระยะเวลาได้เช่นกัน สำหรับแผนการพัฒนาคงออกมาเร็วๆ นี้ คงจะได่เอามาเล่าใหฟังในครั้งหน้า

ติดตามคลังซอฟต์แวร์บน Thai Open Source

สืบเนื่องจากการย้ายเครื่องเซิร์ฟเวอร์จาก CAT IDC เนื่องจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ใช้แบนด์วิธเกินจนปัญหาเรื่องแบนด์วิธเต็ม จึงได้ย้ายเครื่องเซิร์ฟเวอร์เข้ามาอยู่ใน Data Center ของ SIPA เพื่อใม่ให้เกิดผลกระทบอื่นๆ ตามมา หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ที่ Data Center ที่ SIPA ได้ 3-4 เดือน ก็พบว่าปริมาณการใช้แบนด์วิธของเครื่องมากจนเกิดผลกระทบกับการให้บริการ อินเตอร์เน็ตภายในของ SIPA ดังนั้นทีมงานจึงขอย้ายไฟล์ในโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Suriyan, Chantra, ThaiOS, Mekha เป็นต้น ย้ายไปยังคลังซอฟต์แวร์กลางใช้ชื่อโดเมนเป็น http://pub.thaiopensource.org เพื่อให้การจัดการทำได้สะดวกยิ่งขึ้น คุณสามารถติดตามการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในโครงการต่างๆ ภายใต้การดูแลของ Thai Open Source และพันธมิตรได้เช่นเดิมและง่ายมากขึ้นอีกด้วย

ตรวจไข้หวัดใหญ่

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา (17 ก.พ. 54) ไข้ขึ้นสูงมาก หลังจากบรรยายเสร็จก็เลยให้นิอรพาไปหาหมอที่โรงพยาบาล เพราะอาการไม่ดีขึ้นเลย พอไปตรวจพบว่าไข้ขึ้นสูงมาก 38.5 องศา ผมเคยไข้ขึ้นสูง 41 องศาตอนเป็นไข้เลือดออก ไข้ขนาด 38.5 นี่เรื่องเล็กมาก ดูหมอหาสาเหตุไม่ได้ ก็เลยจับผมตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 หลังจากรอผลตรวจกว่า 1 ชั่วโมง ได้กินน้ำ พักผ่อนที่โรงพยาบาลกว่า 2 ชั่วโมง ผมก็โดนให้ไปหาหมอผู้หญิงอีกคนหนึ่งน่ารักมากๆ หมอพยายามหาสาเหตุที่ผมมีอาการไข้สูงผิดปกติ เพราะผลเลือดที่ออกมาดูผิดปกติ ได้แก่ เม็ดเลือดแดงปกติ? เกร็ดเลือดปกติ ความเข้มข้นของเลือดปกติ เม็ดเลือดขาวมีมากกว่าปกติ ทำให้หมอสงสัยว่าการที่ผมเป็นไข้สูงมาจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่สาเหตุจากเชื้อไวรัส แต่อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด ก็เลยอยากให้ผมตรวจเพิ่ม ก็คือตรวจฉี่ หมอสงสัยว่าผมอาจจะมีอาการกรวยไตอักเสบ เอ่อ…ผมก็เป็นตับอักเสบอยู่แล้วนะครับ อย่าเอากรวยไตอักเสบมาเพิ่มให้ผมอีกเลย ผมเกิดอาการดื้อหมอเพราะรู้สึกว่าไข้เริ่มลดลงแล้วและไม่อยากตรวจอะไรเพิ่ม เพราะหมอแต่ละคนก็พูดแต่เรื่องค่ารักษาพยาบาล ประมาณว่าตรวจเลือด 700 ค่าชุดตรวจเลือดอีก 600 ค่าตรวจฉี่อีก 200 อะไรประมาณนี้ ผมรู้สึกว่าโรงพยาบาลนี้จะรักษาผมหรือจะเอาตังค์ผมอยากเดียวกันแน่ ผมก็เลยไม่อยากตรวจอะไรอีก หมอก็เลยให้ผมกลับบ้านแถมแจกใบนัดอีก 1 ใบ แหม…หมอน่ารักอย่างนี้แจกเบอร์โทรศัพท์ให้ผมดีกว่า 🙂

คลังความรู้ ภาค Suriyan

ตามดูเว็บโครงการเก่าๆ suriyan.in.th และ chantra.in.th พบว่ายังมีคนเข้าเว็บอยู่เรื่อยๆ ก็เลยคิดว่าน่าจะไล่ URL ที่น่าสนใจใน 2 เว็บนี้ออกมา เริ่มจาก Suriyan ก่อนละกันครับ

เก็บตก Suriyan 53.10 Demon Child

หลังจากกลับมาอยู่โคราชได้สักพัก มีงานได้เข้าไปบรรยายที่ SIPA Korat เกี่ยวกับ Linux ในสถานศึกษาซึ่งทาง SIPA Korat เองพยายามนนำเสนอสิ่งที่แตกต่างและให้เกิดประโยชน์กับองค์กรการศึกษาอย่างแท้จริง ที่โคราชจะรู้จัก Suriyan มากกว่า ThaiOS และที่นี่ชื่นชอบ Suriyan กันมากกว่า ก็เลยได้มีโอกาส Release Suriyan เพื่อการศึกษา ซึ่งต้นฉบับอยู่ที่ SIPA โคราช ไหนๆ ก็ release Suriyan เพื่อการศึกษาไปแล้ว ก็เลยถือโอกาส release Suriyan 53.10 เสียเลย เพราะซอฟต์แวร์อย่าง OpenOffice.org 3.3 ก็พร้อมแล้ว สำหรับการพัฒนา Suriyan ผมคิดว่าคงจะเริ่มต้นพัฒนาอย่างจริงจัง โดยผ่านความร่วมมือของชุมชนและตัวผมเอง สำหรับ SIPA นั้นยังคงไม่มีแผนที่จะรองรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องสักเท่าไร เพราะการทำงานยังอิงเรื่องกรอบงบประมาณซึ่งเป็นเหมือนการขัดขวางการพัฒนาเสียมากกว่าการพัฒนา และอีกอย่างผมไม่เห็นด้วยในเรื่อง “เงินไม่มาของไม่ออก” ดังนั้นผมจะทะยอย release Suriyan ในรุ่นถัดไปเรื่อยๆ ตามแต่กำลังจะเอื้ออำนวย

ประสบการณ์ True Internet BroadBand

ช่วงที่ผมกลับมาที่โคราชเริ่มหงุดหงิดกับชีวิตเพราะปกติจะใช้ Net ที่โรงแรมและ Net TOT 3G เป็นหลัก พอกลับมาอยู่ที่บ้านที่โคราชแล้วรู้สึกว่า มันขาดอะไรไปบางอย่าง และรู้สึกว่าทำงานไม่ได้ เพราะงานส่วนใหญ่จะอยู่บน Internet ซะมาก เช่น source code, เอกสาร, สไลด์ ฯลฯ และผมก็ไม่ค่อยชอบเก็บงานไว้ที่เครื่องซะด้วย เลยทำให้รู้สึกหงุดหงิด ได้ใช้อินเตอร์เน็ตที่ร้านนิอรเป็นครั้งคราว ก็เลยตัดสินใจบอกกับที่บ้านว่าเราควรจะต่อ Internet ไว้ใช้งาน ซึ่งผมก็คงได้ใช้งานอยู่คนเดียว แต่ว่าป๋าคงไม่ค่อยได้ใช้เพราะป๋าเองอยากใช้ 56k มากกว่า 🙂 ก็เลยแอบไปสมัคร True Internet เพราะคิดว่าน่าจะเป็น ISP ที่ไว้ใจได้ แต่ทว่า… การนัดมาทำงานของช่างเคเบิล กับทาง True นัดคนละวัน คือ นัดมาต่อสายเคเบิลทาง SMS วันเสาร์ ช่วงเช้า แต่ช่างมาวันอาทิตย์ช่วงบ่าย และที่สำคัญคือสัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่มีในสายเคเบิล นั่นหมายความว่าผมได้กล่อง Cisco มาตั้งเฉยๆ อยู่ 2 วัน ด้วยเหตุผลที่ว่าเค้าไม่ทำงานกันในวันอาทิตย์ เอ่อ… SMS นัดวันเสาร์นะครับ
พอวันอาทิตย์ก็มีรถกระบะ True Internet มาเช็คสายสัญญาณเป็นจุดๆ ในหมู่บ้าน ซึ่งผมเข้าใจได้เลยว่าสายมันเดินมากว่า 8 ปีแล้ว และไม่มีลูกค้า True Internet ในหมู่บ้านนี้ การดูแลเรื่องสัญญาณและสายเคเบิลจึงไม่มี คือเดินสายเคเบิลให้ตำลึงเลื้อยเล่นๆ ช่วงบ่ายผมมีประชุมงานซึ่งค่อยข้างจะต้องใช้เวลา ก็เลยให้ป๋าอยู่บ้านเพื่อรอดูว่า ช่างเคเบิลจะมาดูเครื่องให้หรือไม่ ป๋าโทรมาบอกว่า “ช่างเปิดเครื่องมาเป็น Suriyan ช่างก็ส่ายหัวแล้วบอกว่าโปรแกรมนี้ไม่เคยใช้ ต้องใช้โปรแกรม Windows XP” ซึ่งผมเองไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมจะต้องใช้ Windows XP เพราะยังไงเขาต้องตั้งค่าเคเบิลโมเดมให้ผมอยู่แล้ว และลากสาย LAN ที่จิ้มหลังโมเดมมาต่อกับเครื่อง เท่านี้ก็เรียบร้อย แต่ไม่มันไม่ใช่อย่างนั้น ช่างดันเอาสาย LAN ที่หัวมีปัญหา ที่วางทิ้งไว้ข้างโต๊ะมาต่อ มันก็เลยเป็นเรื่อง! สาย LAN ที่ต่อเข้ากับเครื่องตรงๆ ดันช็อตกับเครื่อง ทำให้เครื่องคอมฯ เปิดแล้วไม่บูต ป๋าผมก็เลยโทรมาบอกว่าเครื่องเปิดใช้งานไม่ได้แล้ว ซึ่งก็เลยทำให้ผมอยู่ไม่สุข เพราะเครื่องที่ป๋าใช้เป็นเครื่องเสปกสูงพอสมควรคือ Intel Core2Duo Harddisk 2TB RAM 4GB ซึ่งเป็นเครื่องที่ผมใช้ทำงานกราฟิก และตัดต่อ Video เป็นหลัก (เครื่องซื้อมาเพื่องานตัดต่อ Video ของป๋า) ก็เลยหัวเสีย แค่สาย LAN เส้นเดียวนี่ก็ยังไม่ดูแถมทำงานไม่รอบคอบเสียอีก ผมล่ะจนใจ ก็เลยต้องบิดช็อปเปอร์กลับมาที่บ้านมาดูเครื่องว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า เท่าที่ดูจากอาการเครื่องแล้วน่าจะช็อตที่เมนบอร์ด ที่แย่กว่านั้นคือมันเป็นเครื่องยี่ห้อ HP และถ้าส่งซ่อมก็คงอีกนานแสนนานกว่าจะได้เครื่องคืนมา โชคยังดีที่เจ้าเครื่องนี้มันออกเสียงร้อง ทำให้เดาอาการของ I/O บางอย่างได้ ก็แก้ปัญหาเรื่องเครื่องไปได้แบบไม่สมบูรณ์นัก คิดว่าต้องหาการ์ดรหัสตัวเลขมาตรวจสอบอีกที
ตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นอาการจาก Cisco 2100 ของ True Internet มีปัญหาก็เลยตัดสินใจ config Linksys WRT54gc มาเสียบต่อหลัง Cisco 2100 ซึ่งผลที่ได้แปลกมาก คือ Linksys WRT54gc ทำงานสบาย จึงพบตัวการคือสาย LAN เจ้าปัญหาเส้นนั้นนั่นเอง ทำให้ผมเข้าใจได้เลยว่า True เดินสายเคเบิลภายในสั้นกว่าปกติ เพราะสาย LAN ที่ติดมากับโมเดมมันสั้นมาก และใช้สาย LAN ที่มากับโมเดมไม่ได้เพราะมันสั้น ลากไม่ถึงเครื่องนั่นเอง เอาเป็นว่าเหตุการณ์นี้ต่างคนก็ต่างเผลอเรอ ไม่ใส่ใจในการทำงาน จนทำให้เกิดเรื่องมากมาย และเครื่องคอมฯ เสียหาย อีกอย่างผมพบว่าผมกลับมาเป็นคนใจร้อนอีกครั้ง รู้สึกแย่กับตัวเองมาก แต่ก็ไม่อยากโทษช่างที่ใช้ Linux ไม่เป็น เพราะคงไม่มีใครที่จะใช้เป็นทุกระบบปฏิบัติการ เอาเป็นว่าเป็นประสบการณ์ที่กึ่งดีกึ่งแย่สำหรับผมละกัน อ้อ True Internet จ้างบริษัทในโคราชเดินสายเคเบิลและติดตั้งอินเตอร์เน็ต 2 บริษัท ผมเข้าใจว่าช่างที่มาติดตั้งเคเบิลเป็นแค่ช่างเคเบิล ซึ่งไม่ได้รู้เรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์หรือ Linux นั่นหมายความว่าหลังจากที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตในสายและคุณใช้ Windows XP คุณจะได้ใช้อินเตอร์เน็ตของ True ได้อย่างราบรื่น อะไรประมาณนี้ … แต่ก็ยังรู้สึกเซ็งๆ อยู่ดี ผมเอากราฟของ สบท. มาให้ดูก็ได้ 10Mbps/1Mbps โดยประมาณก็คือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีครับ

เรื่องเล่า True Cloud กับงานสัมนา Cloud ที่ Software Park

ตั้งใจไปงานสัมนา Cloud Computing ที่ Software Park เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เจอผู้ประกอบการหลายราย อีกทั้งยังได้เจอคนที่ทักทายใน facebook หลายคน จากที่ได้ฟังสัมนาเหมือนย้อนรอยเมื่อต้นปีที่แล้ว ที่บอกว่าย้อนรอยเนื่องจาก ทีมงานของ True IDC เคยได้นำเอา Aspen Cloud มาให้ได้ลองใช้แล้วนั่นเอง ซึ่งผมคาดหวังว่าจะมีอะไรใหม่ๆ ออกมาอีก แต่ก็ยังไม่มีอะไรมากนักดูแล้วเหมือนเดิมมากกว่า แหมจะบอกว่าเหมือนเดิมก็คงจะไม่ได้ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับ เล่าให้ฟังดีกว่าว่าคุณสามารถเล่นอะไรกับ Aspen ได้บ้าง Aspen เป็นบริการ Cloud ในรูปแบบ IaaS ซึ่ง Aspen มีพันธมิตรธุรกิจกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชียนี้ ซึ่งประเทศไทยก็คือ True IDC นั่นเอง Aspen ใช้ Infrastructure ของ True ในรูปแบบ Hosted คือเป็นเครื่องโหนดสำหรับให้บริการ Cloud ซึ่งลูกค้าของ Aspen หรือลูกค้าของพันธมิตรธุรกิจของ Aspen สามารถใช้บริการ Hosted นั้นๆ ได้ โดยไม่จำกัดว่าจะต้องใช้บริการในประเทศของตัวเอง แต่เก็บเงินตามสกุลเงินของประเทศนั้นๆ นะครับ
Aspen จะเป็นผู้ให้บริการ Web Console สำหรับเชื่อมโยงไปยัง Hosted ต่างๆ ในภูมิภาค ส่วนการจัดการ Hosted เป็นยังไงนั้นผมไม่ทราบครับ หากคุณใช้ Aspen อยู่คุณจะพบว่าคุณสามารถใช้ CentOS และ Windows Server ได้เท่านั้น เนื่องจาก Aspen ไม่อนุญาติให้ Hosted สร้าง Service Image เอง (เมื่อปีที่แล้วนะครับ คิดว่าเดี๋ยวนี้น่าจะทำได้แล้ว)? ในส่วน Web Console ลูกค้าสามารถจัดการ VM ของตนเองได้อิสระ ต้องการ CPU, RAM, Harddisk เท่าไรก็ได้ แต่ต้องอยู่ใน Credit ที่ได้มานะครับ จิ้มเกิน Credit ไม่ได้ ส่วนการเชื่อมต่อกับ VM เมื่อ start ชึ้นมาแล้วสามารถเชื่อมต่อผ่าน ssh ได้เลย และที่สำคัญ VM ทุกตัวจะได้ Public DNS เอาไว้ให้เราชี้ CNAME ไปที่ vm นั้นๆ ได้ครับ นั่นหมายความว่าผม start vm ติดตั้งโปรแกรมผ่านทาง ssh ตั้งค่าเรียบร้อยแล้วชี้ Domain ไปที่ Public DNS ได้เลย ก็คล้ายกับ EC2 ครับ สำหรับการ Attach Harddisk นี่ classic มากๆ เนื่องจาก Harddisk ที่เราสร้างขึ้นมาจะเป็น Disk Image มีหมายเลขประจำตัว เมื่อสั่ง Attach ไปที่ VM แล้วจะกลายเป็น Disk Device หนึ่งใน VM นั้น ทีนี้เราต้องเข้าไป mkfs และ mount กันเอาเองครับ 🙂 เท่ห์สุดๆ วิธีนี้ก็จะเหมือนๆ กับตอน Attach EBS ของ S3 ไป EC2 ครับ? สำหรับ Windows จะมี Harddisk โผล่มาใน My Computer ทีนี้คุณก็จัดการ Format กันเอาเอง
แนวทางการให้บริการของ Aspen เป็นแบบนี้ ซึ่งเป็นบริการแบบ “ช่วยตัวเอง” ดังนั้นกรุณาอ่านคู่มือก่อนใช้งานครับ ที่เด็ดกว่านี้ก็คงเป็นการเชื่อมต่อกับ Cloud ที่ Aspen มีมาให้ ถ้าจำไม่ผิดจะเชื่อมต่อผ่าน RPC2 ซึ่งก็ไม่ต้องกังวลเพราะ Aspen เองมีไฟล์ตัวอย่าง APIs และตัวอย่างการใช้งานมาให้เกือบทุกภาษา นั่นหมายความว่าคุณสามารถเขียนโปรแกรมหรือเว็บแอพลิเคชั่นเพื่อเชื่อมต่อกับ Cloud ของ Aspen ได้โดยตรง ไม่ต้องผ่าน Web Console ก็ได้ ซึ่งลูกค้าสามารถสร้าง Service Catalog ขึ้นมาเอง สั่งสร้าง VM, สั่ง Attach Disk หรือ Clone Disk ผ่านทาง APIs ได้เลย ท่านใดที่เคยใช้งาน Virtualization มาก่อนอาจเห็นแนวทางในการสร้างบริการผ่าน Aspen Cloud ของ True IDC กันแล้วใช่มั๊ยครับ สำหรับ True IDC ล่าสุดได้ประกาศโครงการ True Winner Award 2011 มอบรางวัลโครงการซอฟต์แวร์แบบ SaaS ดีเด่นให้ผู้ที่สร้างธุรกิจและบริการแบบ SaaS บน Aspen Cloud ของ True ซึ่งผมคิดว่าโครงการนี้น่าสนุกมาก และหวังว่าจะมีผู้ประกอบการซอฟต์แวร์สนใจส่งผลงานเข้าประกวดกันเยอะๆ
ผมก็คงมีเรื่องเล่าย้อนอดีตกันเท่านี้ หากใครยังนึกไม่ออกว่าจะใช้งาน Aspen อย่างไรให้คุ้มค่า ก็ส่งข้อความผ่านทาง facebook หรือ twitter เข้ามาถามได้ครับ

ทำ Template และทดสอบ Multi Lang บน Concrete5 แก้เซ็ง

ช่วงตะเวรหางาน+แวะไปคุยทำให้ผมใช้งบประมาณที่เหลืออยู่น้อยนิด เหลืออยู่น้อยนิดลงไปอีก ก็เลยเครียดหนัก 😛 ทำให้ต้องหาอะไรคลายเครียดในแบบที่ไม่ใช้การเขียนโปรแกรมวุ่นวาย หรือ เขียน Management Console สำหรับ Cloud Infrastructure อะไรพวกนั้น ก็เลยหยิบ Concrete5 มาติดตั้งและทำเว็บเล่นๆ ขึ้นมาสักเว็บหนึ่ง อ้อที่แน่ๆ ต้องทำ Template ใหม่ด้วย และได้ความรู้ที่ได้ไปร่ำเรียน 960 CSS Framework มาใช้งาน ทำให้การออกแบบ Template โดยที่ไม่ใช้เครื่องมือหรูหราอย่าง Dreamweaver ก็สามารถทำ Template สวยๆ ได้เช่นกัน อ้อ ลืมบอกไป ผมไม่มี? Dreamweaver หรอกครับ ผมมีแค่ Eclipse กับ gEdit คิดว่าผมจะใช้อะไรล่ะ 😛
เล่าให้ฟังเบื้องต้นก่อน ผมมักจะออกแบบ Web ผ่านโปรแกรมกราฟิกอย่าง Inkscape เป็นหลัก ซึ่งจะช่วยให้เรามีมุมมองแบบ Virtual Design ได้เร็ว และเห็นภาพว่าเว็บไซต์ที่ออกมาจะเป็นหน้าตาอย่างไร จากนั้นก็ค่อยแปลงจากไฟล์กราฟิกแบบ Vector ให้กลายเป็น HTML? รูปภาพ และ CSS ที่เราต้องใช้ จากนั้นก็ค่อยจัดเข้ารูปแบบ Template ของ Concrete5 วิธีการคงไม่เล่าให้ฟังโดยละเอียดครับ แต่ที่อยากทกสอบและคาใจมากที่สุดคือ Multi Language บน Concrete5 เนื่องจากยังไม่อยากซื้อ Extension นี้ ก็เลยขอทำเองดีกว่า วิธีการทำ Multi Language บนก็ง่ายๆ ครับ คือ เรียงลำดับของหน้าให้ถูก ดังนี้
http://www.example.com/en <– หน้าหลักของเว็บภาคภาษาอังกฤษ
http://www.example.com/en/product <– หน้าผลิตภัณฑ์และบริการของเว็บภาคภาษาอังกฤษ
http://www.example.com/th <– หน้าหลักของเว็บภาคภาษาไทย
http://www.example.com/th/product <– หน้าผลิตภัณฑ์และบริการของเว็บภาคภาษาไทย
Continue reading ทำ Template และทดสอบ Multi Lang บน Concrete5 แก้เซ็ง

SSH Hardening

เห็น Alok อัพโหลดวิดีโอบน You Tube สอน SSH Hardening ซึ่งเป็นไอเดียที่ดี 🙂 ทำให้รู้สึกถึงอารมณ์ System Admin ที่เตรียมเครื่อง Server พร้อม OS ให้และมักจะชอบใช้ root ในการ login ผมมองว่ามันไม่ปลอดภัยเอาซะเลย พอมาดู Video ของ Alok ก็เลยนึกได้ว่าผมก็มีวิธี SSH Hardening ของผมเช่นกัน วิธีการที่ผมใช้เป็นแบบนี้ครับ

  1. เปลี่ยน port ssh
  2. กำหนด listen address ให้ถูกต้อง ไม่ใช่ 0.0.0.0
  3. ไม่อนุญาตผู้ใช้ชื่อ root ในการ ssh remote เข้าเครื่อง
  4. อนุญาตแค่ผู้ใช้บางคนในการใช้ ssh remote เข้าเครื่อง
  5. กำหนดให้ใช้ ssh key ในการ authen เท่านั้นไม่ใช้ password