in Blog

โรงเรียนในฝันของใคร

ผมได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการศึกษาหลายเรื่อง ทั้งที่จำเป็นต้องทำและอยากทำ เรื่องมีอยู่ว่า ผมได้รับการติดต่อจากศึกษานิเทศท่านหนึ่ง มาปรึกษาผมเรื่องการติดตั้งระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในโรงเรียน ซึ่งก็ได้รับข้อมูลมาว่าโรงเรียนส่วนใหญ่ได้อินเตอร์เน็ตจากหลายแหล่งทั้ง UNINET และบริษัทเอกชนอื่นๆ ซึ่งโรงเรียนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ในเรื่องการจัดการระบบเครือข่ายและที่สำคัญบริษัทที่มาติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตมักจะทำงานไม่เรียบร้อย บางรายต่อสายมาให้ เอา router มาวาง แต่ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต หรือมีสัญญาณอินเตอร์เน็ตแต่เล่นได้ไม่กี่เครื่องในโรงเรียน เพราะไม่รู้ว่าจะทำยังให้ใช้งานได้ทั้งโรงเรียน ซึ่งกรณีหลังสุดผมคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ ผมมักคิดว่าในสาขาคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายมีการบริการอย่างมืออาชีพ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น
ผมถูกรบเร้าอยู่หลายครั้งให้เข้าไปดูสถานที่จริง โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยอยากไปมากนักเพราะการที่จะไปนั่งไล่ระบบเครือข่ายเดิมไม่ใช่เรื่องง่าย และการที่จะไปวางระบบเครือข่ายใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องเดินทุกจุด ต้องทำแผนที่ ฯลฯ มันเหนื่อยมาก ผมก็เลยวางแผนให้อดีตน้องฝึกงาน (น้องเอ็ม) ให้เข้าไปดูซึ่งน้องคนนี้เชี่ยวชาญเรื่องระบบเครือข่ายพอสมควร อีกอย่างชอบลุย แตกต่างกับผมถ้างานไม่สนุกผมชอบอยู่กับที่มากกว่าไม่ขอเดินทางไปไหนเด็ดขาด หลังจากที่น้องไปสำรวจและได้สอบถามกับทางโรงเรียนก็พบว่า โรงเรียนวางแผนการพัฒนาระบบเครือข่ายเป็นระยะๆ แบ่งเป็น 3 ระยะ ซึ่งจะได้ทำหรือไม่ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่ได้มา แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ในแต่ละระยะมีการปรับเปลี่ยนไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ อีกอย่างสิ่งที่เรียกว่าแผนมันไม่มี สรุปก็คือในแต่ละระยะไม่ได้บริษัทเดิมแถมยังเดินระบบเครือข่ายใหม่ทับเครือข่ายเดิมในทุกระยะ แต่การปรับปรุงครั้งล่าสุดที่โรงเรียนมีความภาคภูมิใจมากคือมี fibre optic เชื่อมโยงไปยังตึกต่างๆ เรียกได้ว่าครบสูตร แต่ fibre optic และระบบเครือข่ายที่ติดตั้งไว้นั้นไม่สามารถทำงานได้
สาเหตุนี้ก็เลยทำให้เกิดการรวมตัวกันเฉพาะกิจและผมก็ต้องเดินทางไปดูจนได้ ก็ได้เพื่อนร่วมงาน 1 คน คือ มะระ และน้องเอ็มไปช่วย เป็น 3 คน จริงๆ ผมอยากจะเป็นผู้ช่วยมากกว่านะ พอเดินทางไปถึงโรงเรียนก็พบว่ามีการวาง fibre optic ไว้แล้ว และมีสาย LAN ยุ่งๆ อยู่นิดหน่อย งานแรกก็คือต้องรู้ว่าเครือข่ายที่นี่วางไว้อย่างไร ก็ได้ข้อมูลไม่ค่อยชัดเจนนักว่ามันเป็นยังไงกันแน่ เพราะระบบเดิม, ระบบใหม่และระบบใหม่กว่า มันทับกันอยู่ไม่ได้รื้อออก และไม่ได้ทำ network digrame ไว้เลยทำให้ต้องพยายามไล่กันใหม่ fibre optic ที่เดินไว้เป็นแบบ single core & signle mode 2 เส้นแบ่ง TX,RX เป็นสายอ่อนๆ ร้อยไปตามท่อเอสล่อนสีเหลืองสดใสเพื่อไปยังตึกต่างๆ และที่สำคัญมีกล่องแปลงจาก fibre เป็น ethernet จาก 1Gbps เป็น 10/100Mbps แล้วเอาไปเสียบกับ switch เดิมตัวเก่าที่มีอยู่ เดินไปตามตึกต่างๆ ก็จะมีกล่องแปลงอยู่อย่างนี้ แปลงไปแปลงมา จาก 1Gbps เป็น 10/100Mbps จาก 10/100Mbps เป็น 1Gbps อย่างนี้สลับไปมา ถ้าตึกไหนใช้อุปกรณ์เก่าก็จะมีความเร็วแค่ 100Mbps หรือ 10Mbps เท่านั้น ให้ความรู้สึกแปลกมากๆ แต่ที่แย่ที่สุดก็คือในเครือข่ายมี loop back ที่เกิดจากการวางระบบใหม่ทับระบบเก่า โดยไม่ได้สำรวจระบบเดิมก่อน สรุปว่าเหนื่อยครับ เพราะแต่ละตึกต้องวิ่งขึ้นลงบันได แต่หลังจากได้ network diagrame ในระยะที่ 1 และ 2 อย่างคร่าวๆ แล้ว เรามีหน้าที่ทำให้เครือข่ายในระยะที่ 2 ให้ใช้งานได้ ก็ใช้เวลาเกือบ 1 วัน
ช่วงที่ผมเป็น spider man อยู่น้องก็เตรียมห้อง NOC เล็กๆ ซึ่งระบบในระยะที่ 2 นี้มี router cisco, switch cisco และแน่นอนว่ามี wifi router ของ cisco อีกเช่นเคย แต่ระบบทั้งหมดที่มี ทำงานไม่ได้ครับ ที่เราเตรียมไปมี load balance ของ cisco ขนาดกลางไป 1 ตัว รองรับ WAN ได้ 7 Link แบบสบายๆ แต่ที่เราใช้มีแค่ 2 WAN เท่านั้น คือจาก UNINET และ TOT ซึ่งเครือข่ายทั้ง 2 ราย ลากสาย fibre optic มาให้ พร้อม router cisco 1 ตัว ที่เหลือโรงเรียนต้องทำเองเป็นการบริการที่แปลกประหลาดดีแต่ก็ต้องทำใจ เอาเป็นว่าเรามี 2 WAN ผ่าน Load balance ซึ่งจะทำหน้าที่เลือก Link ที่เหมาะสมที่จะใช้บริการอัตโนมัติ พร้อมด้วย Windows Server 1 ตัว เสียบไฟทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร และก็น่าเสียดายที่มีจำนวน CAL แค่ 5 CAL เท่านั้น จะเอาไปทำอะไรได้เนี่ย สุดท้ายก็เลยขอเครื่อง Server ตัวนี้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Linux เพื่อทำเป็น Gateway + Proxy + AAA + Log สรุปแล้วใช้เวลา 1 วันงานเสร็จ อินเตอร์เน็ตใช้ได้ วันรุ่งขึ้นก็มาไล่เครือข่ายอีกรอบเพื่อทำ network diagrame เพิ่มเติม เพราะสาย LAN จากระบบเก่าที่เดินไว้เกือบ 90 % ใช้งานได้ มีเพียงบางจุดที่เกิด loop back เท่านั้น และบางจุดก็เดินสายเชื่อมระบบเก่าเข้าระบบใหม่เพิ่มก็เลยมาปรับปรุง diagrame เพื่อใช้อ้างอิงกันต่อไป
อ้อเกือบลืมไปอีกเรื่องหนึ่ง เนื่องจากไหนๆ ก็จะต้องไปดูเรื่องระบบเครือข่ายแล้วก็เลยแถมเรื่อง Google App for Education ไปด้วยอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งมะระติดต่อไว้ใช้เวลาเกือบ 2 อาทิตย์ ถึงได้ใช้งานฟรีตลอดชีพตามเงื่อนไขของโครงการ ซึ่งแน่นอนว่าโรงเรียนนี้มี 2 Link ขนาด 14Mbps และ Link ใหม่ที่จะมาเพิ่มขนาด 10Mbps เรื่องความเร็วอินเตอร์เน็ตไม่ค่อยน่าเป็นห่วงมากนัก ดังนั้น Google App for Education ใช้งานได้สบาย โรงเรียนมีแผนจะเพิ่มห้องคอมพิวเตอร์ และแผนการใช้งาน tablet เด็ก ป.1 ให้เกิดประสิทธิภาพ ก็เลยต้องมีการปรับปรุงเครือข่ายในระยะที่ 2 นี้ แต่ก็กินเวลาเกือบ 1 ปี และเป็นเวลา 1 ปีที่สูญเปล่า เพราะได้ระบบเครือข่ายที่ใช้งานได้บ้างไม่ได้บ้างมาแทน ผมรู้สึกสงสารโรงเรียนนี้นะครับ และมีโรงเรียนอีกหลายแห่งที่ประสบปัญหาเดียวกัน ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะแก้ไขกันยังไง และการลงเงินลงทุนมากเพื่อคาดหวังว่าจะได้ระบบที่สมบูรณ์พร้อมมันก็อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเช่นกัน
เวลาผ่านไปเกือบ 2 เดือน ช่วงต้นเดือนมิถุนายนผมคงได้มีโอกาสไปเก็บข้อมูลความก้าวหน้าปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมฝึกอบรมการใช้งาน Google App for Education เพื่อใช้ในการเรียนการสอน การใช้งานเอกสารในรูปแบบ paper less อย่างเต็มตัว ผมรู้สึกว่าโรงเรียนนี้กลายเป็นโรงเรียนในฝันของผมและผองเพื่อนมากกว่านะครับ