ติดตั้ง Compiz Fusion บน Fedora 11

มีหลายท่านที่ถามเข้ามาเรื่อง Compiz Fusion เพราะติดตั้ง simple-ccsm ไปแล้วตั้งค่าไม่ได้ ผมก็ดันลืมบอกไปว่า compiz ที่เรียกใช้โดย gnome นั้นไม่ได้เรียกใช้ config ของ ccsm ดังนั้นตั้งค่า effect ก็จะไม่เห็นผลลัพท์ เอาละแลวจะติดตั้ง Compiz Fusion บน Fedora ได้อย่างไร? ผมมีวิธีง่ายๆ มาแนะนำกันครับ ใช้คำสั่ง

su -c 'yum install ccsm emerald-themes compizconfig-backend-gconf fusion-icon-gtk \
emerald compiz-fusion compiz-fusion-gnome libcompizconfig compiz-gnome \
compiz-bcop compiz compizconfig-python compiz-fusion-extras \
compiz-fusion-extras-gnome'

จาก นั้นตั้งค่าให้ Compiz เริ่มต้นทำงานหลังจากล็อกอินแล้ว เลือกเมนู System -> Preferences -> Personal -> Sessions คลิกปุ่ม Add แล้วใส่ข้อมูลดังนี้

Name: Fusion Icon
Command: fusion-icon
Comment: Compiz Fusion panel applet

ให้ ลอง logout แล้ว login เข้ามาใหม่ ก็เป็นอันใช้ได้แล้วครับ *อ้อเกือบลืมไป ถ้าคุณใช้ Gnome Desktop Effect อยู่ให้ปิด Effect ก่อนแล้วค่อย logout แล้ว login ใหม่ครับ และทีนี้ก็ใช้งาน simple-ccsm ได้แล้ว 🙂

โอเพนซอร์สไม่ใช่ซอฟต์แวร์ทางเลือก

ช่วง 2-3 เดือนมีนี้มีข่าวดีในเรื่องการการลดราคาซอฟต์แวร์หลายตัวทั้งไทยและเทศ ที่บอกว่าทั้งไทยและเทศหลายคนอาจคิดว่า “คิดหรือว่าเขาจะลดจริง” จากที่สืบราคามาลดจริงๆ ครับที่เป็นเพียงแคมเปนจ์เริ่มแรกเพื่อกระตุ้นการซื้อซอฟต์แวร์ที่ถูกกฏหมาย และการหันมาใช้ซอฟต์แวร์ของคนไทยบ้าง มหกรรมลดราคาซอฟต์แวร์ตั้งแต่ 30-50% โดยหวังว่าจะช่วยลดการละเมิดลิขสิทธิ์ลดลง 20% และจะสามารถลดการละเมิดได้ถึง 50% ในอีก 2 ปีข้างหน้า นั่นมายความว่าตารางลำดับประเทศที่ละเมิดลิขสิทธิ์จากอันดับต้นๆ จะต่ำลงไปเรื่อยๆ ถือเป็นเรื่องที่ดีครับ การเจรจากับผู้ผลิตซอฟต์แวร์นำโดย SIPA ให้ผู้ผลิตซอฟต์แวร์เพิ่มจำนวนซอฟต์แวร์และเพิ่มสิทธิพิเศษให้มากขึ้นจะส่ง ผลดีกับผู้ใช้ที่จะมีโอกาส “เอื้อมถึง” ซอฟต์แวร์ที่ถูกกฏหมายเสียที สำหรับแคมเปนจ์นี้มีถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้เท่านั้นครับ รายละเอียดต่างๆ ติดตามได้ที่เว็บไซต์ SIPA ได้
แต่จั่วหัวในเรื่องของซอฟต์แวร์ไทย ราคา 90 บาท ทำได้จริงหรือ? ได้ทรายข่าวจาก บริษัทซีเนียร์ คอม จำกัด ได้สร้างแคมเปนจ์ใหม่โดยเป้าหมายเดียวกันคือธุรกิจ SMEs ซึ่ง สนช. และบริษัทซีเนียร์ คอม จำกัด นำรูปแบบลิขสิทธิ์แบบแชร์แวร์มาประยุกต์ใช้ช่วยให้ผู้ประกอบการใช้งาน ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องได้เช่นกัน โดยซอฟต์แวร์ที่นำทัพมาจำหน่ายเพียง 90 บาทนี้ ได้แก่ ระบบบัญชีทั่วไป และบริหารงานบุคคลและเงินเดือน พร้อมคู่มือใช้งาน และในปลายปีนี้จะมีโปรแกรมการขายและลูกค้าสัมพันธ์ และโปรแกรมงานบริการชุดใหม่ ออกตามมา ในหลายภาคส่วนพยายามที่จะแก้ไขปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์โดนการแก้ปัญหาที่ ต้นตอในเรื่องของราคา ทำให้มีความคาดหวังว่าจะแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ซึ่งก็ขอให้เป็นเช่น นั้น Continue reading โอเพนซอร์สไม่ใช่ซอฟต์แวร์ทางเลือก

ติดตั้ง simple-ccsm บน Fedora 11

simple-ccsm เป็นโปรแกรมช่วยให้เราปรับแต่ง Compiz ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องุนงงกับสารพัดปุ่มบนหน้าจอของ ccsm อีกต่อไป ด้วยความง่ายของ simple-ccsm นอกจากจะทำให้เราตั้งค่า Compiz ได้ง่ายแล้ว ยังมีระบบ profile เพื่อบันทึก หรือเรียกใช้การตั้งค่าแบบต่างๆ ที่เราเคยใช้ได้อย่างง่ายเลยล่ะ แต่โชคร้ายที่ simple-ccsm ไม่อยู่ใน Fedora repository และ RPM Fusion ทำให้ต้องติดตั้ง repo เสริมอย่าง Thai Open Source Repo for Fedora ไงครับ 😛 ทำเองโฆษณาเองนี่บาปมั๊ย เอาล่ะ มาตั้งค่า repo กันก่อน ใครที่ยังไม่ได้ตั้ง repo มาที่ Thai Open Source ก็สามารถตั้งได้ง่ายๆ เลยครับ สร้างไฟล์ที่ชื่อ thaiopensource.repo ลงใน

/etc/yum.repo.dsu -c ?nano /etc/yum.repo.d/thaiopensource.repo?

จากนั้นใส่ข้อมูลลงไปดังนี้

[thaiopensource]
name=ThaiOpenSource.Org for Fedora $releasever - $basearch
failovermethod=priority
baseurl=http://thaiopensource.org/fedora/releases/$releasever/Everything/$basearch/os/
#mirrorlist=https://mirrors.fedoraproject.org/metalink?repo=fedora-$releasever&arch=$basearch
enabled=1
gpgcheck=0

แลัว update repo data ในเครื่องได้เลยครับ โดยใช้คำสั่ง

su -c 'yum clean all'
su -c ?yum update?

แล้วก็ติดตั้ง simple-cssm ได้เลยโดยใช้คำสั่ง

su -c 'yum --nogpgcheck install simple-ccsm'

ตั้งค่า touch pad ให้ใช้คลิกได้

เมื่อวานเข้าไปที่ forum เว็บไซต์ ubuntuclub.com เห็นมีวิพากวิจารณ์ในเรื่องของ Fedora กับ Ubuntu อ่านแล้วก็สนุกดีครับ เหมือนสงคราม Distro เลยแฮะ แต่หลายท่านก็พยายามอธิบายว่า Ubuntu ดีอย่างไร Fedora ดีอย่างไร เอาข้อดีข้อเสียของ 2 distro นี้มาอภิปรายกัน มีท่านหนึ่งเป็นผู้จุดประกายเรื่อง touch pad บนเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุค ซึ่งการใช้งาน tap จิ้มที่ touch pad 2 ครั้งเร็วๆ มีค่าเท่ากับการคลิกปุ่มซ้ายของเมาส์ ซึ่งมันไม่เคยใช้ได้เลยใน Live CD และกังวนว่าหากลงไปแล้วก็คงใช้ไม่ได้เหมือนกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องตลก ผมสังเกตว่า Ranjeev Satyajit ซึ่งเป็น Fedora Ambassador ประจำประเทศไทย มักเขียนเรื่องนี้ตลอดเวลาเปลี่ยนเวอร์ชันของ Fedora ซึ่งผมเข้าใจแล้วว่าทำไม 🙂
เอาล่ะ วิธีแก้ไขปัญหานี้ครับ เข้าไปที่เมนู System > Preferances > Mouse เลือกตรง tab Touchpad จากนั้นคลิกเลือกตรง Enable mouse clicks with touchpad ดังรูป

แค่นี้เอง มันยากตรงไหนเนี่ย 😛

Komodo Edit 5

ทดลองใช้ Komodo Edit แต่ไม่ได้มาเขียน review สักที เนื่องจากยังไม่ค่อยคุ้นมือสักเท่าไร แต่ก็ถือว่าใช้ได้เลยล่ะครับ Komodo Edit เป็นซอฟต์แวร์ในเครือของ ActiveState อ่ะใครนึกไม่ออก ก็ให้นึกถึง ActivePerl บน Windows นะครับ 😛 เจ้า Komodo Edit เป็น Editor รุ่นฟรีเวอร์ชันของ Komodo IDE ผมเห็นว่าเข้าตัว Komodo Edit นี่ถือว่าเพียงพอสำหรับคนใช้ Editor นะครับ เพราะว่าคุณสมบัติมันไม่ธรรมดาเลย
* Komodo Edit สนับสนุนทุกภาษา
* สนับสนุนทุก Platform ทั้ง Windows, Linux, Mac
* เพิ่มเติม extension เหมือน FireFox
* มี Autocomplete และ Calltips
* Syntax checking
* Syntax coloring
เอ้า เอาล่ะใครไม่อยากตกเทรนด์ ต้องไปหาเอามาลองครับที่ ActiveState ครับ

Knowledge Capsule กับการศึกษาองค์ความรู้ใหม่ๆ

เมื่อต้นเดือนได้มีโอกาสไปงาน MICT สร้างคน สร้างชาติ ซึ่งเป็นงานแสดงนวตกรรมใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยี รวมทั้งโอกาสการสร้างงานจาก เทคโนโลยีทางด้านไอที แต่ในบทความนี้คงไม่ได้กล่าวถึงด้านไอทีหรือเทคโนโลยีอะไร แต่อยากบอกว่าได้อะไรจากการไปร่วมงานในครั้งนี้มากกว่า หัวใจของงานนี้มีหลายอย่างแต่สิ่งหนึ่งที่ผมสนใจกลับเป็น Knowledge Capsule ที่มีชายแก่ๆ เป็นกราฟิก 3 มิติยืนพูดอยู่ในนั้น หาสังเกตดีๆ ชายแก่คนนั้นคือ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ ตอนที่มีอายุมากแล้ว กราฟิก 3 มิติเล่าชีวประวัติของ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ เป็นภาษาไทย ผมคิดว่าเข้าใจง่ายมาก แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ในชายแก่ 3D นี้คือแนวทางการศึกษาในสิ่งที่เค้าสนใจ และแหวกแนวกว่าคนอื่น สูตรสมการและทฤษฎีสัมพันธภาพอันโด่งดังของชายแก่คนนี้คงไม่เป็นที่กังขามาก นักในแง่ฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ แต่สิ่งที่ชายแก่ตนนี้อธิบายแนวทางการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของเขานั้นน่า สนใจมาก ผมคงไม่สามารถอธิบายในความหมายได้มากไปกว่าความรู้สึกประทับใจใน Knowledge Capsule ถึงแม้ว่าคนที่เข้าไปชมบูธนี้จะน้อยมากๆ แต่เพียงประโยคที่ว่า “มีเพียงชีวิตที่ทำเพื่อคนอื่นเท่านั้น ที่มีคุณค่าแก่การมีชีวิต” ทำให้ผมอึ้งไปได้นานเลยทีเดียว
สำหรับ ปรัชญาของ Free Software สิ่งที่ RMS ต้องการ คือ การสร้างสังคมในอุดมคติ แต่สังคมนั้นไม่ได้อยู่ในสังคมจริงๆ ที่เราใช้ชีวิตกันอยู่นี้ สังคมที่ว่านี้คือ “ชุมชนนักพัฒนาซอฟต์แวร์” นั่นเอง การสร้างสรรค์ผลงานทางด้านซอฟต์แวร์แล้วให้กับสังคมหรือชุมชนใช้ แก้ไข ปรับปรุง และแจกจ่ายได้ กลายเป็นต้นแบบวิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์ในรูปแบบใหม่ๆ หลากหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Apache, SAMBA, Linux รวมไปถึง Distribution อื่นๆ และซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่เราใช้กันอยู่ จากชุมชนผู้พัฒนาที่ต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์ออกมาให้ผู้อื่นได้มีโอกาสใช้ อย่างเสรี กลายเป็นประโยชน์มหาศาลในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ ซึ่งหมายรวมไปถึง นวตกรรมใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน จากช่วงเวลาที่ผ่านมา 26 ปีมานี้ เราเห็นการเติบโตทางด้านซอฟต์แวร์พุ่งสูงขึ้นตลอดเกือบทุกปี และการยอมรับการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สขององค์กรก็เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ในต่างประเทศการศึกษาสิ่งใหม่เป็นเรื่องที่ไม่ได้แตกต่างจาการเรียนรู้ เรื่องง่ายๆ อย่างเป็นไข้ก็กินยาลดไข้ ในหลายประเทศใช้กลวิธีในการศึกษาเพื่อให้ประชากรมีสังคมการเรียนรู้อยู่ตลอด เวลา เป็น “มนุษย์คู่มือ” เป็น “หนอนหนังสือ” นั่นหมายความว่าการศึกษาสิ่งใหม่ๆ จะทำได้ง่ายมากขึ้น Continue reading Knowledge Capsule กับการศึกษาองค์ความรู้ใหม่ๆ

ติดตั้ง font ภาษาไทยสวยๆ ให้ Fedora 11

เท่าที่ใช้งาน Fedora 11 มาได้ 3 วันพบว่าการ? render ฟอนต์ใน Gnome ใหม่สวยงามมากเลยทีเดียว แต่การติดตั้ง Fedora ไม่ว่าจะเป็นบน Live CD หรือ DVD Install มันไม่มี ฟอนต์ภาษาไทยสวยๆ ติดมาด้วยนี่สิครับ เราต้องมาติดตั้งเพิ่มเอาเอง ซึ่งวิธีการไม่ได้ยากมากนักเพราะชุดฟอนต์ของ thai-scalable มีให้ใช้ใน Fedora ด้วย เอาล่ะมาติดตั้งฟอนต์ไทยกันเลย

su -c 'yum install thai-scalable*'

เสร็จแล้วครับ สำหรับฟอนต์เพิ่มเติมอย่าง font SIPA-DIP สามารถติดตั้งได้โดยเพิ่ม Thai Open Source YUM repository แล้วติดตั้งแพตเกจชื่อ ttf-sipa-dip-fonts นอกจากนี้ยังมีคลังรวบรวมฟอนต์สวยๆ อื่นๆ อย่าง f0nt.com และฟอนต์สำหรับงานสิ่งพิมพ์ของสมาคมการพิมพ์ไทย ใครสนใจฟอนต์ไทยสวยๆ ถูกกฏหมายก็หาดาวน์โหลดได้จากทั้ง 2 แห่งครับ

มาทำ YUM repository สำหรับ Fedora กัน

แหมกลับมาใช้ Fedora ทั้งทีก็คงไม่เขียนถึง YUM repository คงจะไม่ได้ YUM จะว่าเป็นของใหม่ ก็คงไม่ใช่ YUM เป็นโปรแกรมช่วยจัดการแพคเกจที่มีอยู่ใน Fedora มานานหลายเวอร์ชันแล้วครับ แต่ผมเองไม่ได้ทดสอบหรือทดลองอะไรแหวกแนวมากนัก แต่ที่แน่ๆ YUM ใน Fedora 11 เปลี่ยนไป! ผมสังเกต Fedora หันมาใช้ XML มากขึ้นหลังจาก Fedora 9 และ Fedora 10 และที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะถูกแทรกลงในส่วนที่ไม่กระทบกับผู้ใช้มากนัก สำหรับท่านที่ใช้ YUM ใน Fedora 11 จะพบว่ามันเปลี่ยนไป ไม่สามารถเรียกใช้ Repository เก่าได้ ก็เนื่องมาจาก repo data ของ YUM เปลี่ยนไปนั่นเอง เอาล่ะเกริ่นมามากเดี๋ยวจะเริ่มงง เรามาสร้าง YUM repository เอาไว้ใช้ในสำนักงาน/องค์กรกันดีกว่า ก่อนจะเริ่มต้นมาอ่านข้อตกลงกันก่อน เครื่องที่ผมใช้ มี IP address เป็น 192.168.0.100 นะครับ เอ้ามาเริ่มกันเลย
แปลงร่างเป็น root กันก่อนเพื่อความสะดวกครับ

su -

จากนั้นติดตั้ง Apache

yum httpd

ตั้งค่าให้ Apache เริ่มต้นตอนบูท

chkconfig --levels 235 httpd on

จากนั้น start Apache ได้เลย

/etc/init.d/httpd start

จาก นั้นมาสร้างที่เก็บ repo กัน Fedora วางโครงสร้างของ repository ได้ดีมาก และสร้าง repo แบ่งออกเป็นเวอร์ชันได้ ทำให้ง่ายในการจัดการ โครงสร้างของ repo ที่เราจะสร้างกันหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ
fedora/releases/เลขเวอร์ชัน/Everything/i386/os/Packages
สมมุติว่าเราสร้าง repo ของ Fedora 11 เราก็จะได้โครงสร้างแบบนี้ครับ
fedora/releases/11/Everything/i386/os/Packages
มาสร้างไดเรคทอรีใน /var/www กันเลยครับ

mkdir -p /var/www/fedora/releases/11/Everything/i386/os/Packages

จากนั้นให้คุณคัดลอกไฟล์ .rpm ไปไว้ที่ไดเรคทอรี Packages แล้วสั่งสร้าง repo data ดังนี้

createrepo /var/www/fedora/releases/11/Everything/i386/os/

เท่า นี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ จากนั้นให้เครื่อง client ตั้งค่า repo มาทดสอบได้เลย วิธีการตั้งค่า repo เข้าใช้งาน repo ในสำนักงานเราก็ง่ายๆ ครับ สร้างไฟล์ชื่อ officerepo.repo ลงใน /etc/yum.repo.d

nano /etc/yum.repo.d/officerepo.repo

ใส่ข้อมูลลงไปดังนี้ครับ

[office-repo]
name=Office Repo for Fedora $releasever - $basearch
failovermethod=priority
baseurl=http://192.168.0.100/fedora/releases/$releasever/Everything/$basearch/os/
#mirrorlist=http://mirrors.fedoraproject.org/mirrorlist?repo=fedora-$releasever&arch=$basearch
enabled=1
gpgcheck=0

มาใช้ mirror.in.th อัพเดท Fedora กันเถอะ

แหมหลังจากอัพเกรดเซิร์ฟเวอร์ขนานใหญ่ ทั้ง RAM และ Storage ตอนนี้ Mirror แห่งชาติของเพราะมีพื้นที่รวมกว่า 30TB ตอนี้ก็ได้เปิดให้ใช้บริการอย่างปกติแล้วครับ วันนี้เลยได้แวะเวียนไปใช้บริการเล็กน้อยในส่วนของ Fedora 11? เรื่องของเรื่องคือ Fedora 11 พยายาม rotate mirror server ที่อยู่ในรายการ mirror แต่ที่น่าเสียดาย mirror.in.th ไม่อยู่ใน list ซะงั้น ก็คงต้องเพิ่มกันเอาเองล่ะครับ วิธีการเพิ่ม repo เพื่อใช้ mirror.in.th ก็ง่ายนิดเดียว วิธีการทำมีดังนี้ครับ
สร้างไฟล์ thai-national-mirror.repo ลงใน /etc/yum.repo.d

su -c 'nano /etc/yum.repo.d/thai-national-mirror.repo'

จากนั้นใส่ข้อมูลลงไปดังนี้

[thai-national-mirror]
name=TMOSS for Fedora $releasever - $basearch
failovermethod=priority
baseurl=http://mirror.in.th/osarchive/fedora/releases/$releasever/Everything/$basearch/os/
#mirrorlist=http://mirrors.fedoraproject.org/mirrorlist?repo=fedora-$releasever&arch=$basearch
enabled=1
gpgcheck=0

เอ้าใช้ให้คุ้มค่ากันหน่อยครับ ลงทุนไปหลายกะตังค์ เห่อๆ

มาใช้ YUM repo ของ ThaiOpenSource.Org กันเถอะ

เหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเวลาผมใช้ Linux ตระกลูไหนต้องทำ custom repository ได้นั่นหมายถึงการ distribute และการ contribute แพคเกจใหม่ๆ ให้กับ Linux distro นั้นๆ ทางอ้อม ซึ่งผมเองทำประจำอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เอาแพคเกจตัวเองเข้าต้นน้ำสักที เอาเป็นว่าอยู่อย่างพอเพียง build แจกกันเล่นไปเรื่อยๆ นี่แหละครับสนุกกว่า ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้างก็อย่างว่ากันนะครับ วันนี้ก็เลยมาแนะนำ ThaiOpenSource for Fedora repository กันครับ ผมเพิ่มทำเสร็จเมื่อเช้ามีแพคเกจอยู่ 4 ตัวครับ ให้ลองค้นหากันดูเอาเองว่าแพคเกจชื่ออะไร 😉 เอาละมา config YUM repo กันเลย ให้สร้างไฟล์ที่ชื่อ thaiopensource.repo ลงใน /etc/yum.repo.d

su -c 'nano /etc/yum.repo.d/thaiopensource.repo'

จากนั้นใส่ข้อมูลลงไปดังนี้

[thaiopensource]
name=ThaiOpenSource.Org for Fedora $releasever - $basearch
failovermethod=priority
baseurl=http://thaiopensource.org/fedora/releases/$releasever/Everything/$basearch/os/
#mirrorlist=https://mirrors.fedoraproject.org/metalink?repo=fedora-$releasever&arch=$basearch
enabled=1
gpgcheck=0

แลัว update repo data ในเครื่องได้เลยครับ โดยใช้คำสั่ง

su -c 'yum update'