ถ้าไม่มีคนริเริ่มอย่างโอเพนซอร์ส อย่างอื่นก็ไม่เกิด

ผมได้มีโอกาสไปร่วมงาน Grand Openning Science Park ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีที่ The Mall โคราช ซึ่งงานนี้เป็นงานเปิดตัว Science Park และหน่วยงานอื่นๆ ใน Science Park ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานพอสมควร แต่ที่น่าตกใจคือไม่ค่อยมีการเปิดตัวของกลุ่มผู้ประกอบการซอฟต์แวร์มากนัก กลับมีเพียงแต่งานด้านเกษตรกรรมและงานด้านนวตกรรมยานยนต์ซึ่งเล่นทำให้ผม กร่อยเลย งานวันแรก ฯพณฯ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปเปิดงาน เหมือนท่านอยากจะดูว่า Science Park ที่นี่มีอะไรบ้าง บังเอิญได้สนทนากับท่านสัก 2-3 ประโยค ท่านบอกว่า ถ้าไม่มีคนริเริ่มอย่างโอเพนซอร์สอย่างอื่นก็ไม่เกิด โอเพนซอร์สเป็นฐานการพัฒนาอีกหลายอย่าง ซึ่งผมแปลกใจมากที่ท่านพูดกับผมแบบนี้แทงใจมากครับ ที่ผ่านมาผมพยายามเขียนบอกเล่าในเว็บไซต์นี้และพยายยามกระตุ้นเตือนเสมอว่า เราสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับซอฟต์แวร์ได้ ทำไมเราต้องเป็นผู้ตามอยู่เสมอ ทั้งด้าน open source software หรือแม้กระทั่ง propietary software ก็ตาม
สิ่ง ที่ผมจะบอกก็คือในประเทศไทยมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในประเทศน้อยลงมาก ที่น้อยลงก้อเพราะความสนใจในการพัฒนาซอฟต์แวร์ในรูปแบบโอเพนซอร์สนั้นไม่น่า เย้ายวนใจอีกต่อไป อีกอย่างการพัฒนาซอฟต์แวร์ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์แต่ทำรายได้จากการบริการนั้น หมายความถึงต้องทำงานหนักถึง 2 เท่า ซึ่งไม่ยากและไม่ง่ายเลยที่จะมีคนมาทำแบบนี้ ด้วยสาเหตุนี้เองทำให้เกิดการหยิบยืมเอาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่มีอยู่แล้วมา แต่งหน้าปั๊มตรา ออกจำหน่ายกันเกลื่อนกลาด และสร้างวัฒนธรรมในลักษณะนี้มายาวนานถึง 7 ปี ผมคงไม่ได้บอกว่า 7 ปีนั้นเป็นเวลาสั้นๆ นะครับ แต่ด้วยการเดินตามๆ กัน และไม่มีใครที่คิดจะเป็นผู้สร้างนั้นน่าเป็นห่วงมาก ผมพยายามศึกษาและทดลองจากชุมชนโอเพนซอร์สในประเทศไทย 2-3 ชุมชน ซึ่งพบว่ากระแสการอยากพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สนั้นน้อยมาก น้อยจนน่าตกใจ ผมมักจะถาม @gumara ว่าทำยังไงดี ทำอย่างไรถึงจะมีพัฒนาเพิ่มมากขึ้น เพราะเรื่องนี้น่าเป็นห่วงมาก เรื่องการนำเอาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมาใช้งานนั้นง่ายกว่าการพัฒนาซอฟต์แวร์ แล้วเปิดเป็นโอเพนซอร์สจริงไหมครับ
อยากเขียนให้ยาวกว่านี้แต่เขียน ไปเรื่อยๆ แล้วรู้สึกหดหู่ใจครับ เพราะหน่วยงานเอกชนก้อจ้องแต่แสวงหาผลกำไร ส่วนภาครัฐก็หวังแต่ผลประโยชน์ไม่ได้มีการส่งเสริมหรือกระตุ้นอย่างจริงจัง จริงใจ ทุกวันนี้ผมเฝ้าหวังว่าคนที่อยู่ในชุมชนโอเพนซอร์สที่เป็น user จะกลายมาเป็น power-user ส่วน power-user ในปัจจุบันจะกลายมาเป็น developer ในชุมชน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับชุมชนและซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่เขาใช้ต่อไป ซึ่งคงจะเป็นสิ่งที่หวังได้ในตอนนี้

มาทำภาพแสตมป์ด้วย Inkscape กัน

นึกถึงตอนสะสมแสตมป์สมัยเป็นเด็กๆ เวลาหาแสตมป์ที่เราต้องการทีไรมักจะหายาก หรือได้มาแล้วไม่ค่อยคุ้มค่ากับการรอคอยสักเท่าไร หรือมีภาพสวยๆ อยู่แล้วแต่อยากทำเป็นแสตมป์ไปปั๊มออกมาเป็นแผ่นๆ ฉีกแจกเพื่อนมันก้อยังไงอยู่ครับ เอา Inkscape มาทำภาพแสตมป์กันดีกว่าครับ อืมมทำภาพแสตมป์น้องหมีโคอาล่าน่ารักๆ ดีกว่าครับ มาดูวิธีการกันดีกว่า

Continue reading มาทำภาพแสตมป์ด้วย Inkscape กัน

ผลทดสอบประสิทภาพ Ubuntu 8.10, Linux Mint 6 และ gOS 3.1

gOS และ Linux Mint เป็นดิสทริบิวชั่นที่เป็นที่จับตามองซึ่งทั้งคู่พัฒนามาจาก Ubuntu โดยทั้งคู่พัฒนาสิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้าไปเพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ gOS มาพร้อมกับ WINE และ Google Grear ซึ่งเน้นความง่ายในการใช้งานเชื่อมโยงกับ Web 2.0 ในขณะที่ Linux Mint มาพร้อมกับชุดปรับแต่งพร้อมใช้เน้นความง่ายในการใช้งานทางด้านเดสท็อป โดยใช้ user interface ที่เหมือนกันทั้งชุด แถม driver, plug-ins, media codec และ package อื่นๆ หากถามเรื่อง performance ก้ออาจจะสงสัยกันอยู่ว่าลินุกซ์ 2 ตัวนี้เมื่อเปรียบเทียบกับ ubuntu ต้นฉบับแล้วตัวไหนดีกว่ากัน มาลองดู performance test ของ Ubuntu 8.10, gOS 3.1 และ Linux Mint 6 กันครับ

สำหรับการทดสอบ เราใช้โน๊ตบุค Lenovo ThinkPad T400 ใช้ CPU Intel Core 2 Duo T9600 ความเร็ว 2.80GHz ฮาร์ดดิสก์ความจุ 160GB ใช้ชิบประมวลผลกราฟิก Intel GMA 4500 แสดงผลความละเอียดหน้าจอที่ 1440×900 pixels มาดู Linux ที่ใช้ทดสอบแต่ละตัวกันบ้างครับเริ่มที่ Ubuntu 8.10 ใช้ Kernel เวอร์ชั่น 2.6.27, X Server 1.5.2, xf86-video-intel 2.4.1, Mesa 7.2 และ GCC 4.3.2 ใน gOS 3.1 Gadgets ใช้ Kernel เวอร์ชั่น 2.6.24 , GNOME 2.22.2, X Server 1.4.0.90, xf86-video-intel 2.2.1, Mesa 7.0.3-rc2, and GCC 4.2.4. และ Linux Mint 6 ใช้ package จาก Ubuntu 8.10 ซึ่งข้อมูลพื้นฐานเหมือนกันกับ Ubuntu 8.10 Continue reading ผลทดสอบประสิทภาพ Ubuntu 8.10, Linux Mint 6 และ gOS 3.1

พัฒนาซอฟต์แวร์เป็นโอเพนซอร์สทำไม?

คนไทยเก่งๆ มีเยอะ แต่ที่น่าแปลกที่คนไทยไม่ค่อยเปิดเผยโค้ด เป็นคำพูดจากเพื่อนที่อยู่แดนไกลถึงประเทศอินเดีย เขาชอบประเทศไทยเพราะคิดว่าการทำงานด้านซอฟต์แวร์กับคนไทยสบายใจมากกว่าการ พัฒนาซอฟต์แวร์กับคนประเทศอื่นๆ ผมไม่ทราบว่าทำไม แต่คำถามที่เพื่อนของผมมักถามจนผมมองเห็นว่าเป็นประเด็น คือ พัฒนาซอฟต์แวร์แล้วเปิดเป็นโอเพนซอร์สทำไม? นั่นสิ คำตอบคงหลากหลาย บ้างก้อว่า เอามันส์ ทำเป็นงานอดิเรก ทำเพื่อการค้า หวังรวย ฯลฯ ทุกๆ คำตอบที่ได้ยินมาไม่เห็นมีคำตอบไหนที่โดนประเด็นและจุดมุ่งหมายของการพัฒนา ซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สเลยสักคำตอบเดียว คุณล่ะพัฒนาซอฟต์แวร์แล้วเปิดเป็นโอเพนซอร์สทำไม?
เบื้องหลัง ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สส่วนใหญ่พัฒนามาจากนักพัฒนาหลายคน อย่างมากก็นับพันคน โครงการใหญ่ๆ อย่าง Linux Kernel, Debian, Fedora เป็นต้น ขอยกตัวอย่างเฉพาะ Real Open Source Software นะครับ ด้วยกระแสการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบนี้หลายคนมองเห็นข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันไป ลองไปอ่านในหนังสือ The Cathedral and the Bazaar ของ ESR ดูนะครับ จะพบว่าการเปลี่ยนแปลงจาก propietary เป็น open source มันมีเหตุผลที่หนักแน่นชัดเจน ส่วนใหญ่เหตุผลเหล่านี้มักถูกลืมเลือน ทุกวันนี้คำว่าโอเพนซอร์ส (Open Source) กลายเป็นจุดขายทางการตลาด เอาจุดเด่นของโอเพนซอร์ส มาสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งคุณค่าเหล่านี้เป็นกระแสเสียมากกว่า แล้วคุณค่าของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สคืออะไร? Continue reading พัฒนาซอฟต์แวร์เป็นโอเพนซอร์สทำไม?

Linux ทำเครื่องคุณเจ๊ง?

สดๆ ร้อนๆ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากไปงาน Grand Openning Korat Science Park เครื่อง labtop คู่ใจดันเกิดอาการเดี้ยงเหมือนเดิมที่เคยเป็นคือเปิดเครื่อง ไฟติด แต่ไม่ boot ซะงั้น ซึ่งอาการแบบนี้เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 2 ปีมานี้ ซึ่งก็เช่นเคยเอาเครื่องไปซ่อมครับ หอบเครื่องไปศูนย์บริการที่ใกล้บ้านที่สุด IT Square เป็นทางออกที่ดีที่สุดของผมตอนนี้ เดินแว๊บเข้าไปที่ศูนย์บริการของร้านสีฟ้าๆ ซึ่งเขาขาย HP, Acer ฯลฯ และเพิ่งเปิดศูนย์บริการได้ไม่นาน จอง counter แรกเลยครับ แผนกซ่อม ช่างห้อยสายคล้องคอ TOT (คิดว่าน่าจะเป็นพนักงาน TOT มารับจ๊อบวันหยุด) ผมบอกเล่าอาการของเครื่อง ช่างเปิดปิดเครื่องอยู่หลายรอบ จนกว่าเครื่องมันจะ boot ได้ โอ้ววว สาวน้อยของผมโดนปู้ยี่ปู้ยำแล้ว! พอ boot เครื่องขึ้นมาได้ มีหน้าจอให้เลือก OS ช่างทำหน้างงๆ แล้วถามผมว่าลง Linux ด้วยหรือ? ผมเลยบอกไปว่าผมต้องใช้ Linux ทำงานเพราะเปิดใช้ Windows ทำงานที่ office ไม่ได้ ไวรัสมันเยอะ ฯลฯ ผมเลยเลือกเข้า Windows เพื่อชี้ให้เห็นว่าผมมี Windows นะไม่ได้ลง Linux อย่างเดียว
ช่าง พิจารณาอยู่หลายรอบ บอกผมว่าเป็นที่ software ต้องลง windows ใหม่ เป็นเพราะ Software เหมือนจะแถไปทาง Linux อะจ๊ากกก!! ผมติดตั้งซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์อยู่ในเครื่องซึ่งเยอะมาก รวมราคาได้เกือบๆ 1 ล้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้ว่าจ้างเป็นคนซื้อให้และกล่องซอฟต์แวร์ไม่ ได้อยู่ที่ผมซะด้วย การลง windows ใหม่จะสร้างปัญหาการทำงานให้ผมเยอะมาก ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้ผมลำบาก 10 เท่าเพราะผมเขียนโปรแกรมทั้งบน Linux และ Windows พอผมทำหน้างงๆ กลับกลายเป็นว่าปัญหากลับมาตกที่ผมซะงั้น ช่างตัดบทบอกให้ผมเอาเครื่องเข้าศูนย์ซ่อมที่ HP ที่ตึก เหงียนๆ อะไรสักอย่าง? ฮะๆ ผมไปไม่ถูกหรอก ก็เลยเก็บเครื่องเดินมาร้านตรงข้ามที่มีป้ายสีเขียวๆ เอาเครื่องให้เขาดู บอกเล่าอาการเช่นเดิม น้องผู้หญิงร้องอ๋อ เป็นอาการปกติของมันค่ะพี่ คือ ชิป VGA มันเสื่อม!! ซีรี่นี้อาการเหมือนกันหมด!! พี่อยู่ในกลุ่มคนหมู่มาก เพราะนี่ก็มาซ่อมเหมือนกัน น้องผู้หญิงดึง Compaq V3000 ออกมาให้ผมดู 5 ตัวได้
อ่ะจ๊ากกก!! หนักกว่าเดิมอีกแฮะ น้องเขาแนะนำทางแก้คือ 1. เอาเครื่องไปอบ? ค่าใช้จ่าย 1,200 บาท หรือ 2. แก้ปัญหาอย่างถาวรคือเปลี่ยนซิปตัวใหม่ ค่าใช้จ่าย 3,500 บาท ผมเป็นประเภทต้องการให้มันเคลียเพราะผมมีเครื่อง labtop เครื่องเดียว และไม่มีเครื่อง desktop ใช้ ก็ต้องเลือกอย่างหลัง เสียไป 3,500 บาท เอาล่ะ คิดว่าน่าจะดีขึ้น ผมถามข้อข้องใจว่าเป็นกับ OS หรือเปล่าที่ทำให้มันเจ๊ง น้องเขาบอกว่าไม่ได้เป็นกับ OS ลุกค้าที่ใช้ Windows หรือ Linux ก็เป็นอาการเดียวกัน นั่นหมายความว่าที่ผมเคยเอาเครื่องเข้าศูนย์มา 3 รอบเขาไม่ได้แก้อะไรให้ผมเลยเหรอ? น้องผู้หญิงเขาก็บอกว่าที่ศูนย์เขาเปลี่ยน board ใหม่ให้ 2 ชิ้นใช่มั๊ยคะ มีส่วนของการ์ดจอด้วย 1 ชิ้นค่ะ ซึ่งก้อมาจากโรงงานเหมือนๆ กับที่โรงงานผลิต และมันก้อมีปัญหาเหมือนเดิม!! ผมถึงบางอ้อ อย่างน้อย Ubuntu ก้อไม่ได้ทำให้เครื่องผมเจ๊งอ่ะนะ สรุปแล้วก็เลยเสียค่าเปลี่ยนชิปไป 3,500 บาท กลับมาลองทดสอบดูก็ใช้ได้ดีไม่มีปัญหา แต่คงต้องรอดูอาการอีกสัก 2-3 เดือนว่าจะเกิดอาการเดิมอีกหรือเปล่า?